ประเด็นหลังเกมบาเยิร์น ลิเวอร์พูลครับ

เนื่องจากเฟซบุ้คปรับปรุงระบบทำให้ผมโพสท์อะไรไม่ได้เลย บทวิเคราะห์ของผมเลยช้าไปหน่อย แต่เมื่อคืนใครได้ดูก็คงเห็นว่าเกมการเล่นมันเหมือนไม่สุด สำหรับผมเหมือนความมันส์มันยังไม่สุดขั้ว เดี๋ยวเรามาดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างในเกมนี้
1.บาเยิร์นมาด้วยระบบ4-5-1เหมือนเดิม ส่วนลิเวอร์พูลก็มาด้วยระบบ 4-3-3 เหมือนเดิม รูปแบบการเล่นก็เหมือนนัดแรก นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าเกมนี้มันจะช่วงชิงที่จังหวะและความคมของกองหน้าว่าของใครจะดีกว่ากัน

2.โดยทั่วไปแท็คติคและรูปแบบการเล่นที่แต่ละทีมเลือกนั้นมันไม่ได้มีแบบแผนไหนดีสุด ขึ้นอยู่กับว่าแผนไหนเหมาะกับผู้เล่นของตัวเอง และแผนจะออกมาดีก็ต่อเมื่อผู้เล่นเล่นได้ตามแผน ซึ่งทั้ง2ทีมก็เล่นได้ตามแผนทั้งคู่ไม่มีผิดเพี้ยน แพ็คกลางแน่น วิ่งไล่ทั่วสนาม พอถึงเขตอันตรายก็เพรสแย่งกันอย่างเร็ว ถือเป็นเกมที่ไม่เพรสหนักมากของทั้งคู่ แต่เลือกจังหวะเพรสซะมากกว่า

3.นักเตะบาเยิร์นค่อนข้างดักทางเก่งเหมือนอ่านใจได้ว่าลิเวอร์พูลจะส่งทางไหน พลิกไปทางไหน ซึ่งช่วงครึ่งแรกค่อนข้างดักได้บ่อย แต่ลิเวอร์พูลก็ไม่ค่อยต่อบอลมาก จะโยนจากหลังเสียมากกว่า

4.เกมนี้เป็นเกมที่ตัดสินด้วยความฟิตจริงๆเพราะลิเวอรืพูลใช้วิธีเล่นบอลโยนสลับสั้น ผู้เล่นบาเยิร์นจึงต้องวิ่งขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่บาเยิร์นก็ใช้วิธีจ่ายตามปีกซึ่งผู้เล่นของลิเวอร์พูลก็ต้องวิ่งขึ้นลงเช่นกัน ดังนั้นถึงจะเห็นว่าเพรสกันไม่หนักแต่วิ่งขึ้นลงกันบ่อยเพราะโยนใส่กันบ้าง ตัดเกมแล้วสวนกลับกันบ้าง

5.สิ่งที่เห็นจากเกมนี้คือ ลิเวอร์พูลตัดเกมบาเยิร์นและสวนกลับได้มากกว่าที่บาเยิร์นทำ เพราะขณะที่บาเยิร์นตัดเกมและจะสวน ลิเวอร์พูลจะสามารถมารุมแย่งคืนได้ ขณะที่ลิเวอร์พูลตัดเกมแล้วสวนกลับนั้นจะให้สามประสานซิ่งไปด้านหน้า นั่นหมายความว่ามันทำให้นักเตะบาเยิร์นต้องใช้แรงมากกว่าลิเวอร์พูลในการลงไปรับ อีกอย่างคือจังหวะรุกของบาเยิร์นปกติ จะค่อยๆลำเลียงบอลไป ทำให้ลิเวอร์พูลไม่เหนื่อยมาก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้มันเห็นผลชัดมากในครึ่งหลัง ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่านักเตะบาเยิร์นเหมือนจะโรยลงไป

6.มาเน่ช่วงนี้ฮอตสุดๆ อย่างที่ผมเคยบอกว่าไม่มีใครหยุดเค้าได้นอกจากเค้าจะหยุดตัวเองด้วยการทำเสียเอง นัดที่แล้วก็มีโอกาสยิงแต่ยิงไม่ดีเอง แต่นัดนี้เค้าไม่พลาด แต่มันอาจจะไม่เป็นประตูก็ได้ถ้านอยเออร์ไม่ออกมา

7.ผู้รักษาประตูที่เก่งๆส่วนมากจะขี้ระแวง เห็นลูกที่ฝั่งตรงข้ามหลุดทะลุมาแบบนี้แล้วยิ่งเป็นตัวจี๊ดด้วยยังไงก็ต้องออกมาก่อน จะโทษนอยเยอร์ก็ไม่ได้

8.ในเกมรุกของบาเยิร์นนั้น ทั้งริเบรี่และนาบรีค่อนข้างจี๊ดจ๊าดมาก แต่ริเบรีนั้นโดนตาม2-3คนเพราะค่อนข้างอันตราย ทำให้หลังๆถึงกับหายไปจากเกมเลย ขณะที่ยาบรีนั้นก็เล่นเอาโรเบิร์ตสันหัวหมุนเลยทีเดียว ตำแหน่งของนาบรีจะถูกปล่อยให้เดี่ยวๆกับโรเบิร์ตสัน คล็อปป์อาจมองว่าถึงนาบรีจะจี๊ดเพียงใดแต่ยังไม่เก๋าเท่าริเบรี่ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่านาบรีนั้นสามารถผ่านโรเบิร์ตสันได้บ้างไม่ได้บ้าง

9.จังหวะที่นาบรีหลุดไปเปิดแล้วมาติปทำเข้าประตูนั้นเป็นจังหวะที่ฟานไดจ์เช็คพลาด หรือไม่ก็ไม่ได้คิดจะเช็ค แต่โรเบิร์ตสันคิดไปเองว่าจะเช็ค เพราะแกวิ่งขึ้นมาเช็คแต่มันไม่ล้ำเพราะฟานไดจ์กับมาติปอยู่ต่ำกว่านาบรี ซึ่งผมขอมองว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ปกติจังหวะแบบนี้ฟานไดจ์ต้องวิ่งเช็ค แต่กลายเป็นโรเบิร์ตสันวิ่งเช็คคนเดียวแล้วพลาด แกเลยรับไปเต็ม

10 จะเห็นได้ว่านัดนี้มาติปมีแกว่งๆเป็นพักๆ ลูกที่สกัดเข้าประตูตัวเองนั้นเป็นลูกที่แกสกัดแบบนี้บ่อย จริงๆน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่เพราะแกเป็นคนที่จัดท่าไม่ค่อยดีเวลาจะเคลียร์บอล พอสมดุลมันไม่ได้ก็เลยดูเหมือนจะเสียหลักทุกทีเวลาเคลียร์บอล จับบอลก็จะลั่นนิดๆตลอด แล้วจะเห็นว่าบางจังหวะไม่ได้อยู่ในเขตอันตรายก็ไปทำฟาล์วหนักใส่จนได้รับใบเหลือง จริงๆแค่ดึงนิดนึงผลักหน่อยๆก็ได้ แต่ที่เห็นจาก2-3นัดนี่แกชอบไปเตะข้อเท้าชาวบ้านมาก ซึ่งจะต้องปรับปรุงเรื่องการเล่นบอลให้ละเอียดมากขึ้น

11. วันนี้ทั้งสองทีมเล่นคล้ายๆกัน แต่ที่ต่างกันคือ จำนวนผู้เล่นที่มีบทบาทในเกมรุก บาเยิร์นจะฝากบอลให้ริเบรี่กับนาบรีเพียง2คนเข้าไปยังพื้นที่อันตรายแล้วจ่ายเรียดเข้าไป จะมีโด่งบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนเลวานดอฟสกี้ก็ค่อนข้างโดดดี่ยว แล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย

12.ผมนึกถึงดิเอโก้ คอสต้า กับมุลเลอร์ ซึ่งผมมองว่ามีสไตล์การเล่นคล้ายๆเลวานดอฟสกี้ คือเป็นหน้าตัวเป้ารอโหม่ง แต่ทั้ง3คนนี้ก็ยังใช้เท้าได้ดี แต่2คนหลังยังมีประโยชน์เวลาไม่มีบอลมากกว่าเลวานดอฟสกี้ มุลเลอร์นี่ผมว่ามีความเข้าใจเกมและแผนการเล่นมาก และวิ่งหาช่องไปทั่ว มีลูกทุ่มเทสูงด้วย คือเล่นเป็นทีมได้ ไปเดี่ยวๆก็ได้ ขณะที่เลวานนั้นแทบไม่ลงมาต่อบอลกับเพื่อน รอจบสหอร์อย่างเดียว เอาเป็นว่าถ้าเจอกองหลังเก่งๆก็จบแน่นอน ดูจากบอลโลกที่ยิงไม่ได้เลยซักลูก

13. นัดนี้เป็นอีกนัดนึงที่โรเบิร์ตสันเติมไม่บ่อย เพราะต้องคอยระแวงนาบรี แต่ในจังหวะสำคัญๆแกก็จะขึ้นไปเช่นกันแล้วก็ต้องรีบวิ่งกลับมาตัวโก่ง

14.ส่วนลิเวอร์พูลเวลาทำเกมนั้นจะมีตัวที่มีบทบาทถึง5คน คือ ไวจ์นัลดุม เทรนท์ ซาล่าห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ โดยฟีร์มิโน่จะคอยประสานเกมตลอด ไวจ์นัลดุมก็จะคอยวิ่งหาช่องรับบอลส่งบอล แล้วก็มีสอดขึ้นไปบ้าง โดยมีฟาบินโญ่กับมิลเนอร์รอดักเกมโต้ของบาเยิร์น

15.ฟานไดจ์และฟาบินโญ่ นัดนี้เล่นได้ดีมากๆ โดยเฉพาะฟานไดจ์ถือว่าเป็นกุญแจสู่ชัยชนะของทีมเลย ลูกโยนยาวให้มาเน่หลุดไปยิง และลูกโหม่ง ส่วนฟาบินโญ่ก็ตัดเกมรัวๆ ครองบอลเอาตัวรอดเก่งมาก

16.ในช่วง25นาทีสุดท้าย จะเห็นบาเยิร์นนั้นกลางหายไปเลย จะว่าโดนลิเวอร์พูลเพรสหนักก็ไม่ใช่ เพราะลิเวอร์พูลไม่ได้เร่งเกมขึ้นมากมาย อย่างที่บอกว่าเป็นเกมที่ตัดสินด้วยความฟิต บาเยิร์นน่าจะเปลี้ยจากการที่ลิเวอร์พูลโต้กลับโดยไปกันแค่3คน แต่นักเตะบาเยิร์นวิ่งกลับทุกคน ขณะที่บาเยิร์นเวลาบุกนั้นค่อยๆลำเลียงบอลมาทำให้ลิเวอร์พูลนั้นไม่เหนื่อยมาก การโดนซาล่าห์ ฟีร์มิโน่ มาเน่ พาวิ่งไปกลับก็อาจทำให้เหนื่อยแน่นอนไม่มากก็น้อยเพราะตั้งแต่ประมาณนาทีที่65นั้นลิเวอร์พูลเล่นสบายเหลือเกิน กลางบาเยิร์นถึงกับเดินเล่นเลยทีเดียว

17. ตั้งแต่ช่วง25นาทีสุดท้ายนั้นเหมือนบอลคนละเกรดเลย เพราะบาเยิร์นไม่ไล่ ตามไม่ทัน แล้วก็โดนยิงจนได้ พอโดนนำแล้วสิ่งที่เห็นคือเหมือนบาเยิร์นจะถอดใจ ไม่มีอารมณ์การกระตุ้นทีมเลย ผมยังงงว่า นี่บาเยิร์นมิวนิคนะ ไม่คิดจะกระตุ้นหรือแสดงความกระหายต่อหน้าแฟนบอลตัวเองหน่อยเหรอ

18. ณ ตอนนั้นผมคิดอยู่ว่าบาเยิร์นคิดอะไรอยู่ หรือบาเยิร์นคิดอยู่ว่า ควรจะบุกมั้ย เพราะถ้าโหมใส่ก็อาจโดนสวนกลับเจ็บอีก อลาบาก็ไม่ทันซาล่าห์เลย หรือจะค่อยๆลำเลียงบอลไปแล้วหาจังหวะยิงคืนแต่ถ้าค่อยๆพาบอลไปลิเวอร์พูลก็ลงไปตั้งรับแล้ว หรือจริงๆแล้วอยากจะโหมบุกใส่แต่หมดแรงเลยไม่รู้จะเล่นยังไง แล้วสุดท้ายก็เสียลูกที่3จากความจี๊ดของซาล่าห์กับมาเน่ซึ่งฮุมเมลส์ตามไม่ทันจริงๆ

19. นัดนี้ซาล่าห์เล่นตามแผนได้ดี คือลากพาบอลไปจนนักเตะบาเยิร์นป่วยกันเลย เรียกว่าแนวรับนี่เหยื่อยเพราะซาล่าห์กับมาเน่ไปซะเยอะ แสดงให้เห็นว่า2คนนี้ฟิตมาก และถึงซาล่าห์ยิงไม่ได้ก็ยังมีพิษสงเหลือเฟือ

20.ฮาเมสนัดนี้หายไปจากเกมเลย ไม่มีจินตนาการหรือช่วยทีมได้เลย สุดท้ายก็โดนเปลี่ยนออกไป

21. ซาล่าห์มีเห็นแก่ตัวนิดนึงจากลูกที่แกหลบแล้วกำลังจะยิงแต่โดนสกัดทิ้ง นี่ถ้าทีมตกรอบแกคงเสียใจแน่ที่ไม่ส่งให้มาเน่ซึ่งรออยู่ ณ ตำแหน่งที่ว่างมากๆ แค่ส่งให้เท่านั้นก็เป็นประตู แต่จะเห็นว่าซาล่าห์โดนตัดขาทำให้เสียจังหวะ จริงๆน่าจะเป็นจุดโทษได้ แต่กรรมการไม่เป่า

22. สุดท้ายเกมที่สู้กันด้วยความฟิตนั้น นักเตะบาเยิร์นโดนซาล่าห์กับมาเน่พาทัวร์กันจนเปลี้ย จน25นาทีสุดท้ายเริ่มหมดแรงและโดนลิเวอร์พูลส่องอีก2ลูกจนตกรอบไป ก็เป็นแท็คติกที่ง่ายๆแต่ได้ผลของคล็อปป์ แต่ก็ต้องมั่นใจลูกทีมด้วยว่าความฟิตเหลือเฟือ

23.ในสายตาผม เต็งหนึ่งไม่ใช่แมนซิตี้แต่เป็นจูเวนตุส ฤดูกาลนี้ยูเวนตุสได้ตัวเติมเต็มจริงๆ2ตัว คือ โรนัลโด้ในเกมรุก และเอมเร่ ชาน ในเกมรับ แถมยิงไกลได้ด้วย ผมจึงหวังว่าลิเวอร์พูลจะไม่เจอยูเวนตุส ส่วนจะเจอใครนั้นเราก็คอยดูกันต่อไปครับ
เครดิต หงส์แดงรุ่นลุงครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่