"หญิงหน่อย" ปลุก 24 มี.ค.เลือก "เพื่อไทย" ถล่มทลายท่วม 250 ส.ว.
https://www.thairath.co.th/content/1513588
"สุดารัตน์" ซัดความเสียหาย 5 ปี ต้องเร่งแก้ไข ลั่นเพื่อไทยอาสาลงมือทำทันที ปลุก 24 มี.ค.นี้ ต้องเลือก พท.ถล่มทลายท่วม 250 ส.ว. ชูสโลแกน "เศรษฐกิจแย่ เพื่อไทยแก้ได้เสมอ"
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิง
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก
Sudarat Keyuraphan ระบุว่า
"หน่อยขอกราบขอบพระคุณพี่น้องชาว 'ขอนแก่น' ที่มอบอ้อมกอด และรอยยิ้มให้กันเมื่อวานนี้ ความเสียหายจาก 5 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามหาศาล 4 ปีข้างหน้าจึงจำเป็นที่จะต้องซ่อม และสร้างประเทศไทยใหม่ ผ่านแผนงานเร่งด่วนในระยะ 30 วัน 100 วัน และ 180 วันแรก ที่เราได้เป็นรัฐบาล เราจะลงมือทำงานทันทีด้วยการ "ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่" วันเลือกตั้ง 24 มีนาฯที่จะถึงนี้ ต้องไม่ใช่แค่เลือกให้ชนะ แต่ต้องเลือกให้ถล่มทลายท่วม 250 ส.ว. หน่อยและเพื่อไทยจึงจะได้เข้าไปทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้ เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจแย่ เพื่อไทยแก้ได้เสมอ"
https://www.facebook.com/sudaratofficial/posts/2091118087633640?__xts__%5B0%5D=68.ARD_Kr07i-j3qY4gRiLDYZZiWCXD1_hEbzEeYVIE9XUsoCceI-YkiA-xIBbqPsZDwxbDZplr0ImUHm0ODZEsNci4mP_FP2E3aB-9AAdvaAr-MrRP037j9CWiy6Sng5AjLN0KMRG5_-vYFs9Ur_mc_2L4nVNnriBiun7N0I3OJFPFILyvboWOe6vv3yQNteLz4AseJd0MbOPoNJ5kZsm_Czqf3M1iXntAqS58yXRxgEKDlenowZ_JW56ARHTnYAmpCdV9rNOxxCAzNS48vXuDekl09P6WOZxPQV4o9O8B-4obfK3D5DxS--JyXtpcJ95tlKIW4-pNiI8kZKIjnEY4zlpmYg&__tn__=-R
'วีรชัย' โพสต์ให้ตีความกันเอง 'เซ่นเบี้ย? แลกกินขุน'
https://www.matichon.co.th/politics/news_1395391
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก
” Weerachai Phutdhawong” ของนาย
วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ข้อความว่า
“เซ่นเบี้ย? แลกกินขุน.. อึม….”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ นาย
วีรชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 จากกรณีพรรคไทยรักษาชาติ มีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคล เพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวนหนึ่งรายชื่อ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข…
โดยศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้ว มีมติ วินิจฉัยให้ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง แก่คณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี และห้ามจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นเวลา 10 ปี และห้ามใช้ชื่อซ้ำ และชื่อย่อเกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้ เป็นเวลา 10 ปี
https://www.facebook.com/phutdhawong/posts/2141812385909060
พีเน็ต ประเมิน กกต. ทำงานครบครึ่งปีไม่ผ่านประเมิน
https://voicetv.co.th/read/zXHd3Udos
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ประเมินการทำงานของ กกต.กว่าครึ่งปีที่ผ่านมา ระบุ กกต. ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สรรหา ไม่อุทิศเวลาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และไม่ใช้ทรัพย์ทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ออกแถลงการณ์วันนี้ (7 มี.ค. 2562) โดยระบุว่าเป็นการประเมินการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า "ขอใช้ข้อกำหนดในกฎหมาย และในมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อเป็นเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 12 กำหนดว่าให้คณะกรรมการสรรหา กกต. ปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม และไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ ตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสําเร็จประกอบกับมาตรา 21ระบุว่า กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อํานาจของคณะกรรมการต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ อีกทั้ง กกต. ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระฯ
ข้อ 13 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ 21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อ 22 อุทิศเวลาแก่ทางราชการ
ข้อ 24 ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไม่จําเป็น
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย(พีเน็ต) มีภารกิจในการตรวจสอบการเลือกตั้งได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา และมีความเห็นว่า
1. กกต.ยังไม่ได้แสดงคุณสมบัติตามเกณฑ์การสรรหา กกต.ว่าเป็นผู้มีความรับผิดชอบสูงหรือได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญไม่ประพฤติตนตกอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆรวมทั้งมุ่งหวังให้เกิดผลสำเร็จในการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมโดยขอยกกรณีการร้องเรียนที่เกิดขึ้นจำนวนมากแต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ กกต. นำสำนวนส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญและกรณีมีเสียงเรียกร้องให้ กกต. วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช.เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีลักษณะต้องห้ามเป็นบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น กกต.กลับเพิกเฉยในกรณีนี้
2. กกต.ไม่ได้อุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีการจัดประชุมปรึกษาหารือกันนานร่วม 10 วันทั้งๆ ที่มีภารกิจต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งซึ่งเป็นข่าวว่ามีจำนวนนับร้อยเรื่องรวมทั้งมีภารกิจต้องพิจารณาออกระเบียบ และประกาศและตอบข้อหารือของพรรคการเมืองเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งซึ่งต้องการความชัดเจนโดยเร็วอนึ่ง มีรายงานข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการปราศรัยหาเสียงของพรรคการเมืองในหลายพื้นที่ว่ามีการขนคนและแจกเงินให้คนเข้าร่วมฟังการปราศรัยแต่ไม่ปรากฏว่ากกต. ได้ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบในเรื่องนี้
3. กกต. ยังไม่ได้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 22(5) ที่กำหนดให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนให้องค์กรเอกชนสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
4. กกต. ไม่ได้ใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่าและระมัดระวังมิให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นโดยใช้งบประมาณร่วม 12 ล้านบาทในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาดูงานในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง 7 คน โดยไม่มีความจำเป็นใดๆที่ทุกคนจะต้องไปศึกษาดูงานโดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้งนอกเขตในวันที่ 17 มีนาคม 2562 และการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นดังที่เป็นอยู่
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) จึงขอประเมินว่า กกต.ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และขอเรียกร้องให้ กกต. ปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนและแถลงผลงานที่ทันกับเหตุการณ์เป็นระยะๆ เพื่อให้การบริหารจัดการการเลือกตั้งของ กกต. มีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
JJNY : หญิงหน่อยปลุก24มี.ค.เลือกพท./วีรชัยโพสต์เซ่นเบี้ย?แลกกินขุน/พีเน็ตประเมินกกต.ครึ่งปีไม่ผ่าน/ปัจจัยลบถล่มส่งออกQ1
https://www.thairath.co.th/content/1513588
"สุดารัตน์" ซัดความเสียหาย 5 ปี ต้องเร่งแก้ไข ลั่นเพื่อไทยอาสาลงมือทำทันที ปลุก 24 มี.ค.นี้ ต้องเลือก พท.ถล่มทลายท่วม 250 ส.ว. ชูสโลแกน "เศรษฐกิจแย่ เพื่อไทยแก้ได้เสมอ"
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ระบุว่า
"หน่อยขอกราบขอบพระคุณพี่น้องชาว 'ขอนแก่น' ที่มอบอ้อมกอด และรอยยิ้มให้กันเมื่อวานนี้ ความเสียหายจาก 5 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามหาศาล 4 ปีข้างหน้าจึงจำเป็นที่จะต้องซ่อม และสร้างประเทศไทยใหม่ ผ่านแผนงานเร่งด่วนในระยะ 30 วัน 100 วัน และ 180 วันแรก ที่เราได้เป็นรัฐบาล เราจะลงมือทำงานทันทีด้วยการ "ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่" วันเลือกตั้ง 24 มีนาฯที่จะถึงนี้ ต้องไม่ใช่แค่เลือกให้ชนะ แต่ต้องเลือกให้ถล่มทลายท่วม 250 ส.ว. หน่อยและเพื่อไทยจึงจะได้เข้าไปทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้ เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจแย่ เพื่อไทยแก้ได้เสมอ"
https://www.facebook.com/sudaratofficial/posts/2091118087633640?__xts__%5B0%5D=68.ARD_Kr07i-j3qY4gRiLDYZZiWCXD1_hEbzEeYVIE9XUsoCceI-YkiA-xIBbqPsZDwxbDZplr0ImUHm0ODZEsNci4mP_FP2E3aB-9AAdvaAr-MrRP037j9CWiy6Sng5AjLN0KMRG5_-vYFs9Ur_mc_2L4nVNnriBiun7N0I3OJFPFILyvboWOe6vv3yQNteLz4AseJd0MbOPoNJ5kZsm_Czqf3M1iXntAqS58yXRxgEKDlenowZ_JW56ARHTnYAmpCdV9rNOxxCAzNS48vXuDekl09P6WOZxPQV4o9O8B-4obfK3D5DxS--JyXtpcJ95tlKIW4-pNiI8kZKIjnEY4zlpmYg&__tn__=-R
'วีรชัย' โพสต์ให้ตีความกันเอง 'เซ่นเบี้ย? แลกกินขุน'
https://www.matichon.co.th/politics/news_1395391
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ” Weerachai Phutdhawong” ของนายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ข้อความว่า
โดยศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้ว มีมติ วินิจฉัยให้ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง แก่คณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี และห้ามจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นเวลา 10 ปี และห้ามใช้ชื่อซ้ำ และชื่อย่อเกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้ เป็นเวลา 10 ปี
https://www.facebook.com/phutdhawong/posts/2141812385909060
พีเน็ต ประเมิน กกต. ทำงานครบครึ่งปีไม่ผ่านประเมิน
https://voicetv.co.th/read/zXHd3Udos
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ประเมินการทำงานของ กกต.กว่าครึ่งปีที่ผ่านมา ระบุ กกต. ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สรรหา ไม่อุทิศเวลาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และไม่ใช้ทรัพย์ทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ออกแถลงการณ์วันนี้ (7 มี.ค. 2562) โดยระบุว่าเป็นการประเมินการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า "ขอใช้ข้อกำหนดในกฎหมาย และในมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อเป็นเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 12 กำหนดว่าให้คณะกรรมการสรรหา กกต. ปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม และไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ ตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสําเร็จประกอบกับมาตรา 21ระบุว่า กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อํานาจของคณะกรรมการต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ อีกทั้ง กกต. ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระฯ
ข้อ 13 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ 21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อ 22 อุทิศเวลาแก่ทางราชการ
ข้อ 24 ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไม่จําเป็น
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย(พีเน็ต) มีภารกิจในการตรวจสอบการเลือกตั้งได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา และมีความเห็นว่า
1. กกต.ยังไม่ได้แสดงคุณสมบัติตามเกณฑ์การสรรหา กกต.ว่าเป็นผู้มีความรับผิดชอบสูงหรือได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญไม่ประพฤติตนตกอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆรวมทั้งมุ่งหวังให้เกิดผลสำเร็จในการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมโดยขอยกกรณีการร้องเรียนที่เกิดขึ้นจำนวนมากแต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ กกต. นำสำนวนส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญและกรณีมีเสียงเรียกร้องให้ กกต. วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช.เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีลักษณะต้องห้ามเป็นบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น กกต.กลับเพิกเฉยในกรณีนี้
2. กกต.ไม่ได้อุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีการจัดประชุมปรึกษาหารือกันนานร่วม 10 วันทั้งๆ ที่มีภารกิจต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งซึ่งเป็นข่าวว่ามีจำนวนนับร้อยเรื่องรวมทั้งมีภารกิจต้องพิจารณาออกระเบียบ และประกาศและตอบข้อหารือของพรรคการเมืองเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งซึ่งต้องการความชัดเจนโดยเร็วอนึ่ง มีรายงานข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการปราศรัยหาเสียงของพรรคการเมืองในหลายพื้นที่ว่ามีการขนคนและแจกเงินให้คนเข้าร่วมฟังการปราศรัยแต่ไม่ปรากฏว่ากกต. ได้ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบในเรื่องนี้
3. กกต. ยังไม่ได้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 22(5) ที่กำหนดให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนให้องค์กรเอกชนสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
4. กกต. ไม่ได้ใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่าและระมัดระวังมิให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นโดยใช้งบประมาณร่วม 12 ล้านบาทในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาดูงานในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง 7 คน โดยไม่มีความจำเป็นใดๆที่ทุกคนจะต้องไปศึกษาดูงานโดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้งนอกเขตในวันที่ 17 มีนาคม 2562 และการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นดังที่เป็นอยู่
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) จึงขอประเมินว่า กกต.ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และขอเรียกร้องให้ กกต. ปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนและแถลงผลงานที่ทันกับเหตุการณ์เป็นระยะๆ เพื่อให้การบริหารจัดการการเลือกตั้งของ กกต. มีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ