[CR] :: ROADTRIP THAILAND :: ขึ้นเหนือล่องใต้ไปกับรถ ECO CAR

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตฝากกระทู้ก่อนหน้านี้ด้วยนะครับ เป็นภาพถ่ายจากกล้อง Canon 550D ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาครับ เป็นจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการเที่ยวของผมเอง :: https://pantip.com/topic/36677670
และอีกหนึ่งช่องทางคือเพจของผมเองครับ ฝากไลค์และติดตามด้วยนะคร้าบบ :: https://www.facebook.com/PHAPTIDTA/
__________________________________________________________________________________________

จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือ ตอนแรกผมได้ชวนคุณแฟนไปเที่ยวกันในช่วงปีใหม่ แพลนแรกที่เกิดขึ้นในหัวก็ คือ การไปเที่ยวเปลี่ยนอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ (จขกท อยู่จังหวัดขอนแก่น) อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวๆ เย็นๆ บวกกับคุณแฟนจะได้ไปพบปะเพื่อนๆ มช ด้วย ก็เลยตั้งไปจะไปเชียงใหม่กัน หลังจากนั้นก็หาข้อมูล แล้วก็เพิ่งจะได้ตระหนักความจริงว่า “กุกำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่ตอนปีใหม่” ภาพของนรกรถติดในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ถนนทุกสายมุ่งสู่เชียงใหม่ชัดๆ เลยต้องถอยมาตั้งหลักใหม่ แล้วก็มีอีกความคิดผุดขึ้นมาว่า หน้าหนาวอย่างนี้ ฟ้าเปิด เที่ยวทะเลน่าจะสวยเหมือนกันนะ  อีกอย่างคือ เป็นที่เที่ยวที่ค่อนข้างจะสวนกระแสดีด้วย หน้าหนาวคนวิ่งหาลมหนาว ส่วนเราก็วิ่งหาลมทะเล แต่ในใจลึกๆ ก็ยังไม่อยากทิ้งทริปเชียงใหม่ เพราะคุณแฟนก็ได้นัดหมายเพื่อนๆ ของนางไว้แล้ว
สุดท้าย หลังจากที่คุยกับคุณแฟนถึงแพลนต่างต่างนานา ความคิดบ้าๆ ก็ได้บังเกิดขึ้น “Road Trip รอบประเทศไทยเลยดีม่ะ” เหนือจรดใต้เลย เริ่มเดินทางจากขอนแก่นแล้ววนรอบประเทศ ความบ้านี้จะเป็นไปไมได้เลยถ้าคุณแฟนผมไม่เห็นดีด้วย เพราะฉะนั้น ทริปบ้าๆ ของคนบ้าๆ สองคนก็ได้เริ่มเปิดฉากจากตรงนี้เอง
เมื่อตกลงเป้าหมายกันได้แล้ว ก็มากำหนดจุดหมายกันว่าจะไปที่ไหนกันบ้าง โดยแพลนที่ได้จัดวางโดยผมเองก็ได้คลอดออกมาตามนี้
วันที่ 29 ธ.ค. 61 เดินทางจาก ขอนแก่น – สุโขทัย – เชียงใหม่
วันที่ 30 ธ.ค. 61 เดินทางจาก เชียงใหม่ – อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่
วันที่ 31 ธ.ค. 61 เดินทางจาก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง - อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร
วันที่  1 ม.ค. 62 เดินทางจาก อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร - อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันที่  2 ม.ค. 62 เดินทางจาก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันที่  3 ม.ค. 62 เดินทางจาก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - ท่าเทียบเรือปากบารา ไปเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล (ค้างที่เกาะหลีเป๊ะ 2 คืน)
วันที่  5 ม.ค. 62  เดินทางจาก ท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล – อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
วันที่  6 ม.ค. 62 เดินทางจาก อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม – ขอนแก่น
รวมระยะเวลาทั้งหมด 9 วัน 8 คืน
หลังจากที่ได้วางแผนการเดินทางคร่าวๆ ไว้แล้ว ก็ได้ได้ทำการจองที่พักตามวันเวลาที่ได้วันแผนเอาไว้ในสถานที่ต่างๆ โดยเราได้คาดการ และลิสค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นไว้ตามนี้
ค่าน้ำมัน                                          9,000
ค่าที่พักเชียงใหม่                             500
ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งขาติ            500
ค่าที่พักหัวหิน                                 600
ค่าที่พักเขื่อนรัชชประภา                  5,000
ค่าเรือข้ามฟากเกาะหลีเป๊ะ ไปกลับ   2,000
ค่าที่พักเกาะหลีเป๊ะ                         2,650
ค่าทริปดำน้ำ                                  3,000
รวมค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ตลอดทริป สำหรับสองคน 23,250 บาท
เมื่อเป็น Road Trip สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ รถ ที่จะใช้ในการเดินทาง ซึ่งก็ได้ผู้สนับสนุนใจดีคือคุณแฟนผมเอง ที่ได้อาสาให้ใช้รถของเธอเป็นพาหนะในการเดินทางของเราในครั้งนี้ ซึ่งรถของเธอก็คือ น้องเฮงเฮง (ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อผมแอบอึ้งเล็กน้อย ซึ่งระหว่างทางที่คุยกันเรื่องนี้ผมเลยลองเสนอชื่อใหม่ไปว่า Little Silver น่าจะเท่กว่านะ) รถ TOYOTA YARIS E สีบลอนด์เงิน 5 ประตู ก่อนวันเดินทางคุณแฟนก็ได้นำรถไปเช็คสภาพให้พร้อมก่อนออกเดินทางบนเส้นทางยาวไกลกว่า 4,000 กิโลเมตร

            วันที่ 29 ธันวาคม 2561

เช้าวันเดินทางเราก็เริ่มเดินทางเวลาประมาณ 06:30 น. จากจังหวัดขอนแก่นไปที่จังหวัดสุโขทัย โดยใช้ทางหลวงหมาย 12 เส้นทางราบรื่น การจราจรสะดวกตลอดเส้นทาง โดยเป้าหมายแรกของเราก็คือ ไหว้พระที่วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
จุดเด่นของเส้นทางสายนี้ก็คือช่วง ชุมแพ - หล่มสัก ที่ต้องผ่านเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สะพานห้วยตอง ประตูสู่ภาคเหนือ   ช่วงผ่านอำเภอเขาค้อ จะมีจุดชมวิวที่มองผ่านไปยังวัดผาซ่อนแก้ว
เดินทางจนถึงเวลาประมาณ 12:00 น. เราก็ถึงที่หมายแรกคือที่วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย
แรกเริ่มเดิมทีสุโขทัยไม่ได้เป็นที่หมายในการเดินทางในครั้งแรก แต่ถูกเพิ่มเข้ามาในช่วงท้ายก่อนการเดินทางไม่กี่วัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมเองยังไม่เคยไปเที่ยวที่จังหวัดสุโขทัยเลย เคยเห็นแต่ในภาพถ่ายตามสื่อต่างๆ เลยอยากจะแวะไปดูในเห็นกับตาว่าจะเป็นยังไง ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง สวยงาม ประทับใจ นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากกำลังคึกคัก เพราะอยู่ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ก็จะสังเกตเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวปั่นจักรยานเที่ยวชมแต่ละจุดๆ อยู่เนืองๆ รถบัสนักท่องเที่ยวมีอยู่พอประมาณสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ เราก็ได้แวะเข้าไปเก็บภาพกันจนพอใจแล้วก็เดินทางต่อ โดยเราได้แวะทานอาหารกลางวันกันที่ร้านขวัญสิริ ร้านอาหารที่ตั้งบริเวณปากทางเข้าวัดศรีชุมนั่นเอง
ยิ่งเราเดินทาง เป้าหมายระหว่างทางเราก็มักจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้เองก็เช่นกัน ต่อจากวัดศรีชุมผมก็เกิดไอเดียว่าเราควรจะแวะไว้พระธาตุลำปางหลวงกันสักหน่อย ไหนๆ ก็เป้นทางผ่านอยู่แล้ว ว่าแล้วเราก็เปิดแอพแผนที่ขึ้นมาและวางที่หมายต่อไปคือที่ พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง โดยเริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 1113 ตัดเข้าผ่านระหว่างอุทยานแห่งชาติแม่วะ และอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ซึ่งถนนช่วงนี้สวยงาม เป็นเส้นทางข้ามภูเขา อากาศเย็น สดชื่น ธรรมชาติรอบๆยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ซึ่งช่วงเส้นทางนี้ผมก็ได้เปลี่ยนให้คุณแฟนเป็นคนขับ และเหตุการณ์ที่ตามมาคือ ผมเมารถ!
หลังจากผ่านเส้นทางระหว่างสองอุทยานเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ได้แล้ว บวกกับอาการเมารถของผมที่ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็เดินทางมาถึงพระธาตุลำปางหลวงแล้ว
จำนวนนักท่องเที่ยวที่หนาแน่น ทำให้การหาที่จอดรถนั้นยากยิ่ง เราเสียเวลากับการวนหาที่จอดรถอยู่พอสมควร รอบพื้นทีบริเวณนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันมาทำบุญเพื่อขอพรในช่วงปีใหม่เป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ขายมากมายรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยว ใกล้ๆกันก็มีอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปาง นั้นก็คือรถม้านั่นเองงง ซึ่งมีจำนวนเยอะมาก ไม่ต่างกัน เราก็เดินเข้าไปไหว้พระธาตุ ขอพร ถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากบริเวณวัดเพื่อเดินทางกันต่อ
ตอนแรกมีความคิดว่าจะแวะไหว้พระธาตุหริภุญชัย ที่จังหวัดลำพูน แต่กว่าจะออกจากจังหวัดลำปางก็เย็นมากแล้ว  ก็เลยเอาไว้ก่อนละกัน เราก็เดินทางต่อตามทางหลวงหมายเลข 1 ยาวมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างเดินทางอยู่นั้นคุณแฟนก็ได้โทรนัดแนะกับเพื่อนที่เชียงใหม่ ถามว่าอยากจะกินอะไรกันเย็นนี้ เรามาถึงเชียงใหม่ทั้งทีมีรึจะพลาด เลยบอกไปว่าอยากจะกินอาหารเมือง คุณเพื่อนก็เลยจัดให้ เราจึงนัดเจอกันที่ MAYA ก่อนจากนั้นค่อยว่ากัน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องแวะมาที่ MAYA คือคุณแฟนเธออยากจะไปซื้อมาการองร้านดาราเทวีใน MAYA ซึ่งเธอโม้ว่าเป็นร้านที่มาการองอร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมาแล้ว ซึ่งผมก็ได้ลองชิมดู ก็อร่อยสมกับเธอได้บรรยายไว้จริงๆ
หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เจอกับคุณเพื่อน คุณเพื่อนเธอเลยชวนไปหาร้านกินข้าวเย็นกันในย่านนิมมาน โดยนั่งรถแดงไปจาก MAYA ว่ากันมาถึงตรงนี้ผมก็แอบคิดเล่นๆ ว่า จะโดนเท่าไหร่เนี่ย กินแถวนิมมานเดินไปก็ได้มั๊ย แต่ก็ไม่อยากขัดใจผู้นำเที่ยวก็เลยนั่งรถแดงไปลงที่ นิมมานซอย 13 เดินหาร้านอาหารกันจนไปจบกันที่ร้าน คุณหมอคูซีน
บรรยากาศภายในร้านแน่นไปด้วยผู้คน และที่ทำให้ต้องมองหน้ากันคือ ร้านมีที่จอดรถให้ด้วย!! (นั่งรถแดงมากันเพื่ออะไรรรร) แต่ก็อย่างที่ว่าคือไม่มีใครรู้ ก็เลยกลายเป็นเรื่องตลกกันไป อาหารในร้านก็รสชาติดี บรรยากาศดี แต่ราคาอาหารก็แอบแพงอยู่นิดนึง แต่ก็น่าจะเป็นเรทราคาของร้านอาหารทั่วไปของย่านนี้ เมื่อทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยก็เลยตัดสินใจกันว่าจะเดินกลับไปที่ MAYA แล้วก็แยกย้ายกัน
เราเดินทางเข้าที่พัก ซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้าผ่านแอพ Booking ที่พักในคืนแรกของเราวันนี้คือที่ Red Brick Guesthouse บรรยากาศภายในห้องพักก็ถือว่าโอเค อยู่ได้สมราคา หากใครที่หาที่พักราคาประหยัดก็แนะนำครับ
สรุปวันที่ 1 ขอนแก่น - สุโขทัย - ลำปาง – เชียงใหม่ ระยะทางรวมโดยประมาณ  691 กิโลเมตร
ชื่อสินค้า:   ROADTRIP THAILAND
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่