ใครที่เคนติดอยู่ในสถานะแบบนี้คงเข้าใจ ขอเล่าเลยนะคะ
เราสนิทสนิทกับพี่คนหนึ่ง สนิทมาตั้งแต่เด็กๆ เราอายุต่างกันประมาณ 9 ปี เรารู้จักเพราะพี่เค้าเป็นเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องของเรา เรารู้จักกันมามากกว่าสิบปี ตั้งแต่เราเรียนอยู่ ม.ต้น จน ม.ปลาย แล้ว ตอนนี้ มหาลัย แล้วเราก็เรียนเกือบจบแล้ว เราสนิทกันถึงขั้นที่ว่า คือตอน ม.ต้น เราเรียนโรงเรียนประจำกลับบ้านสีปดาห์ละครั้ง พี่เค้าคอยไปรับไปส่งเรากลับบ้านอยู่เป็นประจำ รับไปกินข้าวแทบจะ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พอเราเรียนมอปลายเราก็ย้ายโรงเรียน ก็เปลี่ยนจากอยู่หอเป็นกลับบ้านทุกวัน เราเป็นคนไม่ชอบนั่งรถประจำทางกลับบ้านเอง ทุกครั้งที่เราขอให้พี่เค้าพากลับบ้านพี่เค้าจะมารับแทบทุกครั้ง แล้วที่บ้านเราก็รู้จักเค้าดี ที่บ้านไม่เคยบ่นเราเลยเวลาไปไหนมาไหนกับเค้า จะกลับบ้านดึก จะไม่กลับบ้าน จะบ้านค้างบ้านพี่เค้าที่บ้านก็ไม่ว่า เพราะพี่เค้าเป็นคนดีมาก(สำหรับเรานะ) พี่เค้าเป็นคนหน้าตาดีมากคนนึง เค้าเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยมากเราก็รู้จักทุกคนแต่เค้าจะไม่บอกว่าเป็นแฟน เค้าจะบอกว่าเป็นเด็กเค้า เค้าไม่ได้จริงจัง เพราะเค้ามีแฟนตัวจริงอยู่แล้ว พี่เค้ามีแฟนมาตลอด เราเข้าผับครั้งแรกก็พี่เค้าพาไป พี่ชายแท้ๆของเราเองก็ไปด้วย ขนาดพี่ชายเรายังไม่กล้าพาไปเลยกลัวแม่จะว่า แต่พี่เค้ารับปากเองว่าถ้าเกิดไรขึ้นเดี๋ยวเค้าจัดการเอง เราก็เลยไปเอาเพื่อนไปด้วยอีกคน ตอนเข้าไปในผับเค้าไม่ให้เรากินเหล้าเค้าให้เรากินแค่น้ำเปล่า แต่เค้าชงเหล้าให้เพื่อนเรสอีกคน เพื่อนเราก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ชงให้เรา สองมาตรฐาน พี่เค้าก็ตอบแค่ว่าก็พี่ไม่ให้กิน แล้วเค้าก็พูดว่าถ้าเค้ามีน้องสาวเค้าจะเป็นคนพาน้องสาวเที่ยวเอง ดีกว่าให้ไปเที่ยวกับคนอื่น แล้วตั้งแต่วันนั้นเวลาเราไปเที่ยวเราก็ไปกับเค้าตลอด พอเราเริ่มโตขึ้นเรื่ิอยๆเราก็เริ่มอยากไปเที่ยวเองกับเพื่อน เวลาเราไปเที่ยวเราไปให้ถึงที่ก่อนแล้วค่อยบอกเค้าไป พอเค้ารู้ เค้าก็จะตามมาด้วย ถ้าไม่ตามมาก็จะสั่งให้พอเราเที่ยวเสร็จแล้วให้กลับไปนอนบ้านเค้า ไม่ก็พอเราเที่ยวเสร็จก็จะเป็นคนมารับเราเอง มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวกับเพื่อนเราก็ตกลงกับเพื่อนว่าวันนี้จะไปนอนบ้านเพื่อนนะเอามอไซต์กันไป พอพี่เค้ารู้ก็โกรธเรา เป็ครั้งแรกที่รู้จักกันมาเค้าดุเรา เค้าไ่ม่ยอมให้เรากลับกันเอง เค้าเลยขับรถไปส่งเพื่อนเราที่บ้าน ระหว่างทางเค้าก็บ่นเราว่ามากันเองได้ไง ทางบ้านเพื่อนมันเปลี่ยว พอถึงบ้านเพื่อน เพื่อนเราก็ถามเค้าว่าให้เราบ้านเพื่อนได้มั้ย เค้าตอบกลับไปเร็วมากว่าไม่ได้เราต้องไปนอนบ้านเค้า ขนาดเป็นคนไปส่งเองยังไม่ไว้ใจให้เรานอนบ้านเพื่อนเลย มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวกับเค้าเรานี่เดินออกไปไหนไม่ได้เลย เค้าล็อคคอเราไว้เลยแล้วก็แนะนำกับทุกคนว่าเราเป็นน้อง พีอาร์ทุกคนในร้านเทคแคร์เราดีมาก แทบจัไปเฝ้าเราเข้าห้องน้ำ คือพีอาร์ทุกคนคือเด็กของพี่เค้า ทุกคนก็เลยโอ๋เรามาก ทุกครั้งที่ไปกับเค้า เราไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนบ่อย จนที่บ้านเค้ามีของใช้ส่วนตัวของเรา เวลาเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกีน เค้ามักจะหยิบของมาเผื่อเราเสมอ เช่น พวกผ้าเช็ดตัว เสื้อ ของจิกจุก เหมือนเค้ารู้ว่าเราไม่ได้เตรียมมา เค้าจะชอบฝากของไว้กับเราพวก แหวน กระเป๋าสตางค์ สร้อย โทรศัพท์ แว่น ทุกอย่างที่ติดตัวเค้าเค้าจะฝากให้เราใส่ไว้ เวลาเค้าอยากซื้ออะไรเค้าก็จะมาขอเงินที่เรา พี่ชายแท้ๆของเราก็ยังดูแลเรา ห่วงเราหวงเราไม่เท่าเค้าเลย เค้าแทบจะรู้ใจเราทุกอย่าง ขนาดเราเบื่อโรงเรียนอยากออกก่อนขอให้เค้าพาออก เค้าก็มาเป็นผู้ปกครองให้ เค้าตามใจเรามาก อยากได้อะไรอยากไปไหนก็ทำให้ตลอด มีช่วงนึงประมาณเราอยู่ ม.5 เพื่อนเรามีแฟนกันหมดทุกคนในกลุ่มยกเว้น เป็นช่วงที่เราโดดเดี่ยวมากเพราะไม่มีใครไปไหนกับเรา เราชวน้พื่อนไปคอนเสิร์ตกันก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าไป พอถึงวันจริงไม่มีใครไปกับเราเลย สุดท้ายก็พี่เค้านี้แหละเป็นคนพาเราไป สรุปเราก็ไปคอนเสิร์ตกันสองคน ในงานพี่เจอเพื่อนเยอะมาก แทบจะทุกคนจะถามเค้าว่ามากับแฟนหรอ แต่เค้าก็ปฏิเสธทุกคนบอกว่าเราเป็นน้องสาว ระหว่างทางกลับบ้านเราก็บ่นเรื่องเพื่อนให้เค้าฟังว่าเพื่อนติดแฟนกันหมด ไม่ใครไปไหนด้วยเลยเค้าก็เลยบอกว่าเรา "ดีแล้วที่เราไม่แฟนเรียนจบ ม.6ค่อยมีพี่อณุญาต อยากไปไหนทำอะไรบอกพี่เดี๋ยวพี่พาไปเอง" ตอนนั้นเรารู้สึกดีมากเลยรู้สึกว่าเค้าหวงเรา เค้าก็ทำตามที่เค้าพูดตลอดมา มันเหมือนเป็นคำสัญญาเลยอะตอนนั้น เวลาเรามีคนมาคุยด้วยเราก็เล่าให้เค้าฟังตลอด เค้าก็พูดแบบหวงๆแล้วก็บอกให้พามาหาเค้าหน่อย แต่เราก็ไม่เคยพาใครไปเจอ เราคุยแค่แปปๆก็เลิกคุย เรารู้สึกแฮปปี้มากไม่ต้องการใครมาเป็นแฟนเราจริงๆ เรารู้สึกว่าพี่เค้าดีกับเราทุกอย่าง ให้เกียรติเรามากเรานอนบ้านเค้าบ่ิยมากๆแต่ไม่เคยเกินเลยเราเลย นอนด้วยกันตลอด แต่กับผู้หญิงคนอื่นเค้าไม่เป็น พี่เค้าเป็นเสือผู้หญิงมาก มีแต่ผู้หญิงเข้าหาได้แล้วเค้าเบื่อเค้าก็ทิ้งเปลี่ยนเรื่อยๆ ตอนแรงเราก็รู้สึกหวงนะ แต่เราชินเพราะเค่าเปลี่ยนบ่อยเป็นเรื่องปกติ เราก็เค้าใจสิ่งที่เค้าเป็นทุกอย่าง เค้าเคยพูดกับเราว่าถ้าเราเป็นคนอื่น.... เรากงฟังก็ตกใจนะแต่ก็รู้สึกดี
พอจนเราเข้ามหาลัยความสัมพันธ์เราก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยแต่ก็ไม่ได้เจอกันบ่อยเพราะเราย้ายเข้ามาเรียนมหาลัยใน กท. แต่เราก็ได้เจอกันเรื่อยๆ พอจนได้ระยะหนึ่งเราก็นั่งคิดว่าเราชอบเค้ามาตลอดทำไมไม่บอกเค้า รออะไรอยู่ ทั้งที่มันมีหลายๆครั้งที่การกระทำมันชีดเจนมากทางความรู้สึก การแสดงออก แล้วเราก็แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียวแน่นอน แต่มันติดตรงที่เราเข้าใจกับมาตลอดว่าเค้าเป็นพี่เราเป็นน้อง เราแทนตัวเองว่าน้องตลอดเวลาที่คุยกัน มันก็เลยเหมือนน้ำท่วมปาก เราก็ไม่กล้าพูดกลัวพูดออกไปแล้วไม่ได้เป็นแบบที่คิดไว้จะมองหน้าเค้าติดได้ไง กลัวจะห่างกันกลัวจะไม่เหมือนเดิม กลัวทุกอย่างกลัวไปหมดทั้งที่เพื่อนเราก็เชียร์ให้เรารีบบอก แต่เราก็ช้า มัวรอตอนนั้นเราคิดว่ารอเราอายุครบ20 เมื่อไหร่ถ้าเรายังไม้ปลี่ยนใจ เรายังชอบเค้าอยู่ ตอนนั้นเราจะบอกเค้าเองเราก็รอมาอีกปีกว่าๆจนอีกไม่กี่เดือนจะวันเกิดเราแล้ว จู๋ๆเค้าก็วิดีโอคอลมา ตอนแรกเราก็คุยเรื่องไร้สาระกันจนอยู่ดีตอนไหนก็ไม่รู้มาเข้าเรื่องซีเรียส เค้าบอกว่าเค้ากำลังจะแต่งงาน เราก็อึ้งไปเลยตอนนั้นอยากร้องไห้มากแต่ต้องทำเป็นเราไม่ได้เป็นอะไร เราก็ถามว่าทำไมถึงแต่ง ทำไมกระทันหัน เค้าก็บอกว่าแฟนเค้าท้อง เราก็อึ้งไปอีกเค้าไม่เคยพลาดกับใครเลย ทำไมถึงมาพลาดตอนนี้ เราจะบอกเค้าอยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไง ตอนนั้นเรา งง เราทำอะไรไม่ถูกพูดไม่ออก ตัวเค้าเองเค้าก็ดูเครียดๆเหมือนกัน เราเลยถามเค้าตรงๆว่าอยากแต่งมั้ย เค้าก็บอกไม่ แต่ทำไงได้ลูกพี่ พี่ต้องรับผิดชอบ เราก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเค้าต้องตอบแบบนี้ เพราะเค้าเป็นคนดีมากจริงๆแทบจะทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเจ้าชู้ แล้วเค้าก็เป็นคนรักเด็ก หลังจากวันนั้นเราก็แทบจะวีดิโอคอลคุยกันแทบทุกวัน เรารู้สึกได้เลยว่าตอนนั้นเค้าก็เครียดเรื่องแต่งงาน เราคุยกันแทบทุกวันเป็นเดือนก่อนงานแต่งงานเค้า ช่วงระหว่างนั้นเราก็บอกเค้าไปตรงๆว่าเราชอบเค้ามานานแล้ว ชอบมาตลอด แต่แค่แชทไปบอกเพราะไม่กล้าพูดเองกลัวจะพูดไม่ออก พี่เค้าก็พูดว่ามาบอกอะไรตอนนี้ ตอนที่เค้ากำลังจะแต่งงาน (ขอไม่พูดละเอียด) แล้วเราคุยกันปกติตลอดจนเกือบถึงวันงานแต่ง เค้าขอให้วันงานแต่งานเค้าขอให้เรามาได้มั้ย เราก็บอกว่าเราไม่ไป เค้าก็บอกว่าอยากให้มา เราก็เลยบอกเค้าไปว่าถ้าอยากให้เราไปงานแต่ง เราไปก็ได้แต่เค้าต้องมารับเรากลับบ้านนะ (ตอนนั้นเราอยู่ กท.) พอเราก็กลับบ้านเค้าก็มารอรับเราจริงตามสัญญา พออีกวันงานแต่งเราก็ไปทั้งกลางวันกลางคืน ช่วงงานเลี้ยงเรานั่งใกล้โต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเค้าขอให้เราถ่ายรูปกลุ่มให้พวกเค้า ตอนนั้เค้ายังไม่รู้ว่า เราเป็นน้องพี่เค้า เราก็ถ่ายให้ปกติระหว่างเราถ่ายภาพให้ พวกเพื่อนพี่เค้าก็แซวเราเรื่อยๆ จะมองกล้องหรือมองคนถ่ายดี บลาๆๆๆ จนเจ้าบ่าวเดินมาพอดี เพื่อนเค้าเลยเรียกให้มาถ่ายรูปด้วย เพื่อนเค้าก็แซวเรื่อยๆ จนพี่เค้าก็พูดว่า "เฮ้ย! น้องกูๆ" เพื่อนเลยหยุดแซวเรา หลังจากนั้ยก็ไม่มีอะไร
จนเค้าแต่งงายไปได้สีกพักเราก็ไม่ค่อยคุยกับเค้า คุยกันน้อยลง เรียกว่าห่างกันเลยก็ได้เพราะเรสก็พยายามเข้าใจว่ามันไม่เหมือนเดิมเราจะทำตัวปกติไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ จนพักหลังเหมือนเค้ามีปัญหากับแฟนเค้าบ่อยๆ แยกกันอยู่บ้าง เราก็พอรู้จากที่เค้าโพสต์ จนเราเป็นห่วงเลยทักถามว่าเป็นไง สบายดีมั้ยเราเปิเใจคุยกันหลายๆเรื้อง เค้าก็เปิดใจเล่าให้ฟังเรื่องปัญหาที่เค้ามรกับแฟนเค้า ตอนนั้ยเหมือนเค้าจะเลิกกันช่วงนั้นเราก็กลับมาคุยกันบ่อยอีกๆ คุยไปคุยมาเราก็เลยชวนกันไปดูหนัง ช่วงนั้นเราเลยกลับบ้านบ่อยกลับสัปดาห์ละครั้ง เพื่อมาดูหนังกันทุกครั้งที่เรามาดูหนังเราดีใจนะได้เจอกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่ก็ไม่เหมือนเรารู้สึกเค้าทำตัวหลบๆซ่อนๆ ทำไมในเมื่อเราก็เป็นได้แค่พี่น้องกันอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เต้าแต่งงานสถานะมันไม่สามารถพัฒนาไปมากกว่านั้น เวลาที่เราไปดูหนังเรานั่งรอคนเดียวตลอด เค้าจะมาก่อน 5 นาทีเวลาดูหนัง เวลาซื้อไปซื้อด้วยกันแต่ฉีกแบ่งกันเข้า โดยเค้าให้เราเค้าไปก่อน อีก5นาทีเค้าจะตามไป พอหนังจบเราลุกขึ้นจะเดินออกเค้สก็ดึงให้เรานั่งลงก่อนให้คนอื่นเดินออกไปให้หมดโรงก่อน ค่อยเดินออกทีหลัง เราเดินห้างกันก็เดินห่างกัน 2 เมตร เหมือนต่างคนต่างมา เจอกันอรกทีที่รถ พอจะแวะกินข้าว เห็นคนรู้จักก็กินไม่ได้ เลยต้องกลับบ้านเลย ช่วงนั้นเราบอกตรงเลยเราอึดอัด ในเมื่อเราเป็นพี่เป็นน้องกันจะแคร์คนอื่นทำไม มำ้หมือนเราเป็นชู้ พอพักหลังเค้ากลับมาดีกับแฟนอีกเค้าก็หายไป จนเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ในใจเราอะชอบเค้ารักเค้าตลอดมา เราผูกพันธ์กับเค้ามาตลอด10กว่าปี อยู่จะให้เราตัดใจมันยากมาก แต่เรารู้ตัวตลอดว่าเราอยู่ในฐายะไหน จนมีช่วงหลังเราพยายามเรียกร้องให้เค้ามารับเราตอนที้ราไปเที่ยวกับเพื่อน ทั้งๆที่รู้ว่าเค้ามาไม่ได้ ตอนนั้นยอมรับเลยเรางี่เง่าเป็นวันที่เราทะเลาะกันครั้งแรก เราพลั้งปากพูดไปว่า "ถ้าไม่มางั้นก็ไม่ต้องเจอะเจอกันอีก" เค้าโกรธเราที่เราพูดแบบนั้นจนโทรมาเคลียร์ทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่ จนเพื่อนๆเราพูดว่า ทะเลาะกันอย่างกับผัวเมีย เราไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว เรางอนกันไม่คุยกันหลายวันจนเรานี่แหละเป็นฝ่ายง้อเค้าก่อน เราซื้อน้ำหอมไปง้อเค้า เราก็ดีกันเป็นครั้งแรกที่เราซื้อของให้ 10ปีที่ผ่านมามีแต่เค้าให้เรา ตอนนั้นโคตรไม่เข้าใจว่าซื้อน้ำหอมไปง้อทำไม เรา้ป็นแค่พี่น้องแค่พูดขอโทษดีๆก็น่าจะพอ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราทะเลาะกันแรงจริงๆ ทั้งที่เราต่างคนไม่เคยงี่เง่าใส่กันเลย มันรู้สึกเหมือนแฟนทะเลาะกัน พอดีกันเราก็กลับมาคุยปกติแต่เราพยายามห้ามตัวเองไม่ให้เค้าไปยุ่งกับชีวิตเค้ามากพยายามชัดเจนกับตัวเอง เตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าห้ามรู้สึกไปมากกว่านี้นะ จนตอนนี้ก็เป็นปีแล้วที่เราไม้จอกัน ไม่คุยกัน ไม่นัดเจอกัน เราอันเฟรนเค้าในเฟสบุ๊คด้วย แต่มันก็เท่านั้นเราติดตามเค้าตลอดเวลา ส่องทุกวัน หลายครั้งที่เราไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเวลาเมามากๆชอบโทรเรียกเค้าให้มารับ ขอให้เค่มารับ แต่ก็นั้นแหละเค้ามาไม่ได้ จนเราไ่ม่ไปเที่ยวไม่กินเหล้ากับเพื่อน เพราะเรารู้ว่าเราห้ามตัวเองไม่ได้เวลาเมา เรายังคิดถึงเขาอยู่ตลอด มันยากมากเลยนะคะที่จะทำสิ่งที่ตรงข้ามกับใจอะ ต่อไปก็ไม่รู้จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้เราเลิกติดต่อกันแล้ว
Brother-Sister Zone
เราสนิทสนิทกับพี่คนหนึ่ง สนิทมาตั้งแต่เด็กๆ เราอายุต่างกันประมาณ 9 ปี เรารู้จักเพราะพี่เค้าเป็นเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องของเรา เรารู้จักกันมามากกว่าสิบปี ตั้งแต่เราเรียนอยู่ ม.ต้น จน ม.ปลาย แล้ว ตอนนี้ มหาลัย แล้วเราก็เรียนเกือบจบแล้ว เราสนิทกันถึงขั้นที่ว่า คือตอน ม.ต้น เราเรียนโรงเรียนประจำกลับบ้านสีปดาห์ละครั้ง พี่เค้าคอยไปรับไปส่งเรากลับบ้านอยู่เป็นประจำ รับไปกินข้าวแทบจะ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พอเราเรียนมอปลายเราก็ย้ายโรงเรียน ก็เปลี่ยนจากอยู่หอเป็นกลับบ้านทุกวัน เราเป็นคนไม่ชอบนั่งรถประจำทางกลับบ้านเอง ทุกครั้งที่เราขอให้พี่เค้าพากลับบ้านพี่เค้าจะมารับแทบทุกครั้ง แล้วที่บ้านเราก็รู้จักเค้าดี ที่บ้านไม่เคยบ่นเราเลยเวลาไปไหนมาไหนกับเค้า จะกลับบ้านดึก จะไม่กลับบ้าน จะบ้านค้างบ้านพี่เค้าที่บ้านก็ไม่ว่า เพราะพี่เค้าเป็นคนดีมาก(สำหรับเรานะ) พี่เค้าเป็นคนหน้าตาดีมากคนนึง เค้าเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยมากเราก็รู้จักทุกคนแต่เค้าจะไม่บอกว่าเป็นแฟน เค้าจะบอกว่าเป็นเด็กเค้า เค้าไม่ได้จริงจัง เพราะเค้ามีแฟนตัวจริงอยู่แล้ว พี่เค้ามีแฟนมาตลอด เราเข้าผับครั้งแรกก็พี่เค้าพาไป พี่ชายแท้ๆของเราเองก็ไปด้วย ขนาดพี่ชายเรายังไม่กล้าพาไปเลยกลัวแม่จะว่า แต่พี่เค้ารับปากเองว่าถ้าเกิดไรขึ้นเดี๋ยวเค้าจัดการเอง เราก็เลยไปเอาเพื่อนไปด้วยอีกคน ตอนเข้าไปในผับเค้าไม่ให้เรากินเหล้าเค้าให้เรากินแค่น้ำเปล่า แต่เค้าชงเหล้าให้เพื่อนเรสอีกคน เพื่อนเราก็ถามว่าแล้วทำไมไม่ชงให้เรา สองมาตรฐาน พี่เค้าก็ตอบแค่ว่าก็พี่ไม่ให้กิน แล้วเค้าก็พูดว่าถ้าเค้ามีน้องสาวเค้าจะเป็นคนพาน้องสาวเที่ยวเอง ดีกว่าให้ไปเที่ยวกับคนอื่น แล้วตั้งแต่วันนั้นเวลาเราไปเที่ยวเราก็ไปกับเค้าตลอด พอเราเริ่มโตขึ้นเรื่ิอยๆเราก็เริ่มอยากไปเที่ยวเองกับเพื่อน เวลาเราไปเที่ยวเราไปให้ถึงที่ก่อนแล้วค่อยบอกเค้าไป พอเค้ารู้ เค้าก็จะตามมาด้วย ถ้าไม่ตามมาก็จะสั่งให้พอเราเที่ยวเสร็จแล้วให้กลับไปนอนบ้านเค้า ไม่ก็พอเราเที่ยวเสร็จก็จะเป็นคนมารับเราเอง มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวกับเพื่อนเราก็ตกลงกับเพื่อนว่าวันนี้จะไปนอนบ้านเพื่อนนะเอามอไซต์กันไป พอพี่เค้ารู้ก็โกรธเรา เป็ครั้งแรกที่รู้จักกันมาเค้าดุเรา เค้าไ่ม่ยอมให้เรากลับกันเอง เค้าเลยขับรถไปส่งเพื่อนเราที่บ้าน ระหว่างทางเค้าก็บ่นเราว่ามากันเองได้ไง ทางบ้านเพื่อนมันเปลี่ยว พอถึงบ้านเพื่อน เพื่อนเราก็ถามเค้าว่าให้เราบ้านเพื่อนได้มั้ย เค้าตอบกลับไปเร็วมากว่าไม่ได้เราต้องไปนอนบ้านเค้า ขนาดเป็นคนไปส่งเองยังไม่ไว้ใจให้เรานอนบ้านเพื่อนเลย มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวกับเค้าเรานี่เดินออกไปไหนไม่ได้เลย เค้าล็อคคอเราไว้เลยแล้วก็แนะนำกับทุกคนว่าเราเป็นน้อง พีอาร์ทุกคนในร้านเทคแคร์เราดีมาก แทบจัไปเฝ้าเราเข้าห้องน้ำ คือพีอาร์ทุกคนคือเด็กของพี่เค้า ทุกคนก็เลยโอ๋เรามาก ทุกครั้งที่ไปกับเค้า เราไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนบ่อย จนที่บ้านเค้ามีของใช้ส่วนตัวของเรา เวลาเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกีน เค้ามักจะหยิบของมาเผื่อเราเสมอ เช่น พวกผ้าเช็ดตัว เสื้อ ของจิกจุก เหมือนเค้ารู้ว่าเราไม่ได้เตรียมมา เค้าจะชอบฝากของไว้กับเราพวก แหวน กระเป๋าสตางค์ สร้อย โทรศัพท์ แว่น ทุกอย่างที่ติดตัวเค้าเค้าจะฝากให้เราใส่ไว้ เวลาเค้าอยากซื้ออะไรเค้าก็จะมาขอเงินที่เรา พี่ชายแท้ๆของเราก็ยังดูแลเรา ห่วงเราหวงเราไม่เท่าเค้าเลย เค้าแทบจะรู้ใจเราทุกอย่าง ขนาดเราเบื่อโรงเรียนอยากออกก่อนขอให้เค้าพาออก เค้าก็มาเป็นผู้ปกครองให้ เค้าตามใจเรามาก อยากได้อะไรอยากไปไหนก็ทำให้ตลอด มีช่วงนึงประมาณเราอยู่ ม.5 เพื่อนเรามีแฟนกันหมดทุกคนในกลุ่มยกเว้น เป็นช่วงที่เราโดดเดี่ยวมากเพราะไม่มีใครไปไหนกับเรา เราชวน้พื่อนไปคอนเสิร์ตกันก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าไป พอถึงวันจริงไม่มีใครไปกับเราเลย สุดท้ายก็พี่เค้านี้แหละเป็นคนพาเราไป สรุปเราก็ไปคอนเสิร์ตกันสองคน ในงานพี่เจอเพื่อนเยอะมาก แทบจะทุกคนจะถามเค้าว่ามากับแฟนหรอ แต่เค้าก็ปฏิเสธทุกคนบอกว่าเราเป็นน้องสาว ระหว่างทางกลับบ้านเราก็บ่นเรื่องเพื่อนให้เค้าฟังว่าเพื่อนติดแฟนกันหมด ไม่ใครไปไหนด้วยเลยเค้าก็เลยบอกว่าเรา "ดีแล้วที่เราไม่แฟนเรียนจบ ม.6ค่อยมีพี่อณุญาต อยากไปไหนทำอะไรบอกพี่เดี๋ยวพี่พาไปเอง" ตอนนั้นเรารู้สึกดีมากเลยรู้สึกว่าเค้าหวงเรา เค้าก็ทำตามที่เค้าพูดตลอดมา มันเหมือนเป็นคำสัญญาเลยอะตอนนั้น เวลาเรามีคนมาคุยด้วยเราก็เล่าให้เค้าฟังตลอด เค้าก็พูดแบบหวงๆแล้วก็บอกให้พามาหาเค้าหน่อย แต่เราก็ไม่เคยพาใครไปเจอ เราคุยแค่แปปๆก็เลิกคุย เรารู้สึกแฮปปี้มากไม่ต้องการใครมาเป็นแฟนเราจริงๆ เรารู้สึกว่าพี่เค้าดีกับเราทุกอย่าง ให้เกียรติเรามากเรานอนบ้านเค้าบ่ิยมากๆแต่ไม่เคยเกินเลยเราเลย นอนด้วยกันตลอด แต่กับผู้หญิงคนอื่นเค้าไม่เป็น พี่เค้าเป็นเสือผู้หญิงมาก มีแต่ผู้หญิงเข้าหาได้แล้วเค้าเบื่อเค้าก็ทิ้งเปลี่ยนเรื่อยๆ ตอนแรงเราก็รู้สึกหวงนะ แต่เราชินเพราะเค่าเปลี่ยนบ่อยเป็นเรื่องปกติ เราก็เค้าใจสิ่งที่เค้าเป็นทุกอย่าง เค้าเคยพูดกับเราว่าถ้าเราเป็นคนอื่น.... เรากงฟังก็ตกใจนะแต่ก็รู้สึกดี
พอจนเราเข้ามหาลัยความสัมพันธ์เราก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยแต่ก็ไม่ได้เจอกันบ่อยเพราะเราย้ายเข้ามาเรียนมหาลัยใน กท. แต่เราก็ได้เจอกันเรื่อยๆ พอจนได้ระยะหนึ่งเราก็นั่งคิดว่าเราชอบเค้ามาตลอดทำไมไม่บอกเค้า รออะไรอยู่ ทั้งที่มันมีหลายๆครั้งที่การกระทำมันชีดเจนมากทางความรู้สึก การแสดงออก แล้วเราก็แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียวแน่นอน แต่มันติดตรงที่เราเข้าใจกับมาตลอดว่าเค้าเป็นพี่เราเป็นน้อง เราแทนตัวเองว่าน้องตลอดเวลาที่คุยกัน มันก็เลยเหมือนน้ำท่วมปาก เราก็ไม่กล้าพูดกลัวพูดออกไปแล้วไม่ได้เป็นแบบที่คิดไว้จะมองหน้าเค้าติดได้ไง กลัวจะห่างกันกลัวจะไม่เหมือนเดิม กลัวทุกอย่างกลัวไปหมดทั้งที่เพื่อนเราก็เชียร์ให้เรารีบบอก แต่เราก็ช้า มัวรอตอนนั้นเราคิดว่ารอเราอายุครบ20 เมื่อไหร่ถ้าเรายังไม้ปลี่ยนใจ เรายังชอบเค้าอยู่ ตอนนั้นเราจะบอกเค้าเองเราก็รอมาอีกปีกว่าๆจนอีกไม่กี่เดือนจะวันเกิดเราแล้ว จู๋ๆเค้าก็วิดีโอคอลมา ตอนแรกเราก็คุยเรื่องไร้สาระกันจนอยู่ดีตอนไหนก็ไม่รู้มาเข้าเรื่องซีเรียส เค้าบอกว่าเค้ากำลังจะแต่งงาน เราก็อึ้งไปเลยตอนนั้นอยากร้องไห้มากแต่ต้องทำเป็นเราไม่ได้เป็นอะไร เราก็ถามว่าทำไมถึงแต่ง ทำไมกระทันหัน เค้าก็บอกว่าแฟนเค้าท้อง เราก็อึ้งไปอีกเค้าไม่เคยพลาดกับใครเลย ทำไมถึงมาพลาดตอนนี้ เราจะบอกเค้าอยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไง ตอนนั้นเรา งง เราทำอะไรไม่ถูกพูดไม่ออก ตัวเค้าเองเค้าก็ดูเครียดๆเหมือนกัน เราเลยถามเค้าตรงๆว่าอยากแต่งมั้ย เค้าก็บอกไม่ แต่ทำไงได้ลูกพี่ พี่ต้องรับผิดชอบ เราก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเค้าต้องตอบแบบนี้ เพราะเค้าเป็นคนดีมากจริงๆแทบจะทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเจ้าชู้ แล้วเค้าก็เป็นคนรักเด็ก หลังจากวันนั้นเราก็แทบจะวีดิโอคอลคุยกันแทบทุกวัน เรารู้สึกได้เลยว่าตอนนั้นเค้าก็เครียดเรื่องแต่งงาน เราคุยกันแทบทุกวันเป็นเดือนก่อนงานแต่งงานเค้า ช่วงระหว่างนั้นเราก็บอกเค้าไปตรงๆว่าเราชอบเค้ามานานแล้ว ชอบมาตลอด แต่แค่แชทไปบอกเพราะไม่กล้าพูดเองกลัวจะพูดไม่ออก พี่เค้าก็พูดว่ามาบอกอะไรตอนนี้ ตอนที่เค้ากำลังจะแต่งงาน (ขอไม่พูดละเอียด) แล้วเราคุยกันปกติตลอดจนเกือบถึงวันงานแต่ง เค้าขอให้วันงานแต่งานเค้าขอให้เรามาได้มั้ย เราก็บอกว่าเราไม่ไป เค้าก็บอกว่าอยากให้มา เราก็เลยบอกเค้าไปว่าถ้าอยากให้เราไปงานแต่ง เราไปก็ได้แต่เค้าต้องมารับเรากลับบ้านนะ (ตอนนั้นเราอยู่ กท.) พอเราก็กลับบ้านเค้าก็มารอรับเราจริงตามสัญญา พออีกวันงานแต่งเราก็ไปทั้งกลางวันกลางคืน ช่วงงานเลี้ยงเรานั่งใกล้โต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเค้าขอให้เราถ่ายรูปกลุ่มให้พวกเค้า ตอนนั้เค้ายังไม่รู้ว่า เราเป็นน้องพี่เค้า เราก็ถ่ายให้ปกติระหว่างเราถ่ายภาพให้ พวกเพื่อนพี่เค้าก็แซวเราเรื่อยๆ จะมองกล้องหรือมองคนถ่ายดี บลาๆๆๆ จนเจ้าบ่าวเดินมาพอดี เพื่อนเค้าเลยเรียกให้มาถ่ายรูปด้วย เพื่อนเค้าก็แซวเรื่อยๆ จนพี่เค้าก็พูดว่า "เฮ้ย! น้องกูๆ" เพื่อนเลยหยุดแซวเรา หลังจากนั้ยก็ไม่มีอะไร
จนเค้าแต่งงายไปได้สีกพักเราก็ไม่ค่อยคุยกับเค้า คุยกันน้อยลง เรียกว่าห่างกันเลยก็ได้เพราะเรสก็พยายามเข้าใจว่ามันไม่เหมือนเดิมเราจะทำตัวปกติไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ จนพักหลังเหมือนเค้ามีปัญหากับแฟนเค้าบ่อยๆ แยกกันอยู่บ้าง เราก็พอรู้จากที่เค้าโพสต์ จนเราเป็นห่วงเลยทักถามว่าเป็นไง สบายดีมั้ยเราเปิเใจคุยกันหลายๆเรื้อง เค้าก็เปิดใจเล่าให้ฟังเรื่องปัญหาที่เค้ามรกับแฟนเค้า ตอนนั้ยเหมือนเค้าจะเลิกกันช่วงนั้นเราก็กลับมาคุยกันบ่อยอีกๆ คุยไปคุยมาเราก็เลยชวนกันไปดูหนัง ช่วงนั้นเราเลยกลับบ้านบ่อยกลับสัปดาห์ละครั้ง เพื่อมาดูหนังกันทุกครั้งที่เรามาดูหนังเราดีใจนะได้เจอกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่ก็ไม่เหมือนเรารู้สึกเค้าทำตัวหลบๆซ่อนๆ ทำไมในเมื่อเราก็เป็นได้แค่พี่น้องกันอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เต้าแต่งงานสถานะมันไม่สามารถพัฒนาไปมากกว่านั้น เวลาที่เราไปดูหนังเรานั่งรอคนเดียวตลอด เค้าจะมาก่อน 5 นาทีเวลาดูหนัง เวลาซื้อไปซื้อด้วยกันแต่ฉีกแบ่งกันเข้า โดยเค้าให้เราเค้าไปก่อน อีก5นาทีเค้าจะตามไป พอหนังจบเราลุกขึ้นจะเดินออกเค้สก็ดึงให้เรานั่งลงก่อนให้คนอื่นเดินออกไปให้หมดโรงก่อน ค่อยเดินออกทีหลัง เราเดินห้างกันก็เดินห่างกัน 2 เมตร เหมือนต่างคนต่างมา เจอกันอรกทีที่รถ พอจะแวะกินข้าว เห็นคนรู้จักก็กินไม่ได้ เลยต้องกลับบ้านเลย ช่วงนั้นเราบอกตรงเลยเราอึดอัด ในเมื่อเราเป็นพี่เป็นน้องกันจะแคร์คนอื่นทำไม มำ้หมือนเราเป็นชู้ พอพักหลังเค้ากลับมาดีกับแฟนอีกเค้าก็หายไป จนเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ในใจเราอะชอบเค้ารักเค้าตลอดมา เราผูกพันธ์กับเค้ามาตลอด10กว่าปี อยู่จะให้เราตัดใจมันยากมาก แต่เรารู้ตัวตลอดว่าเราอยู่ในฐายะไหน จนมีช่วงหลังเราพยายามเรียกร้องให้เค้ามารับเราตอนที้ราไปเที่ยวกับเพื่อน ทั้งๆที่รู้ว่าเค้ามาไม่ได้ ตอนนั้นยอมรับเลยเรางี่เง่าเป็นวันที่เราทะเลาะกันครั้งแรก เราพลั้งปากพูดไปว่า "ถ้าไม่มางั้นก็ไม่ต้องเจอะเจอกันอีก" เค้าโกรธเราที่เราพูดแบบนั้นจนโทรมาเคลียร์ทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่ จนเพื่อนๆเราพูดว่า ทะเลาะกันอย่างกับผัวเมีย เราไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว เรางอนกันไม่คุยกันหลายวันจนเรานี่แหละเป็นฝ่ายง้อเค้าก่อน เราซื้อน้ำหอมไปง้อเค้า เราก็ดีกันเป็นครั้งแรกที่เราซื้อของให้ 10ปีที่ผ่านมามีแต่เค้าให้เรา ตอนนั้นโคตรไม่เข้าใจว่าซื้อน้ำหอมไปง้อทำไม เรา้ป็นแค่พี่น้องแค่พูดขอโทษดีๆก็น่าจะพอ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราทะเลาะกันแรงจริงๆ ทั้งที่เราต่างคนไม่เคยงี่เง่าใส่กันเลย มันรู้สึกเหมือนแฟนทะเลาะกัน พอดีกันเราก็กลับมาคุยปกติแต่เราพยายามห้ามตัวเองไม่ให้เค้าไปยุ่งกับชีวิตเค้ามากพยายามชัดเจนกับตัวเอง เตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าห้ามรู้สึกไปมากกว่านี้นะ จนตอนนี้ก็เป็นปีแล้วที่เราไม้จอกัน ไม่คุยกัน ไม่นัดเจอกัน เราอันเฟรนเค้าในเฟสบุ๊คด้วย แต่มันก็เท่านั้นเราติดตามเค้าตลอดเวลา ส่องทุกวัน หลายครั้งที่เราไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเวลาเมามากๆชอบโทรเรียกเค้าให้มารับ ขอให้เค่มารับ แต่ก็นั้นแหละเค้ามาไม่ได้ จนเราไ่ม่ไปเที่ยวไม่กินเหล้ากับเพื่อน เพราะเรารู้ว่าเราห้ามตัวเองไม่ได้เวลาเมา เรายังคิดถึงเขาอยู่ตลอด มันยากมากเลยนะคะที่จะทำสิ่งที่ตรงข้ามกับใจอะ ต่อไปก็ไม่รู้จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้เราเลิกติดต่อกันแล้ว