สวัสดีครับ คือผมสงสัยอาการของตัวเองว่าจะเป็นโรคอะไรได้บ้างครับ
ผมอายุ 20 ปี ครอบครัวไม่มีโรคพันธุกรรมอะไร ยกเว้นทางฝั่งคุณแม่ คุณยาย และลูกพี่ลูกน้องผู้ชาย ที่เป็น โรค SLE ครับ ตัวผมเอง ส่วนตัวไม่เคยแอดมิท หรือเข้า รพ. เพราะอาการใดๆเลยตั้งแต่เด็กที่เคยเป็นไข้เลือดออก ซึ่งก็ผ่านมานานมากแล้วครับ
เนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 กพ 62) ผมมีอาการไข้ ปวดทั่วตัว และปวดหัว ทีแรกเดาว่าตนเองน่าจะเป็นไข้หวัดครับ แต่เอะใจแปลกๆ เพราะตนไม่มีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะเลย แต่กลับมีไข้สูง
วันรุ่งขึ้น (จ. ที่ 18 กพ) ช่วงเย็นผมตัดสินใจเข้าไปตรวจที่ รพ. ใกล้กับมหาลัยที่เรียนอยู่เนื่องจากยังคงมีไข้ ปวดหัว และนอนโทรมอยู่หอทั้งวัน จากการตรวจพบว่า
- มีไข้สูง (39.5)
- ผลเลือด ไม่พบไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก
- เกล็ดเลือดต่ำ (47,000)
หมอบอกว่าอาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ผลตรวจให้ผลเป็นลบ และเกล็ดเลือดลดลงเร็วเกินไป จึงให้แอดมิท ไว้ก่อน แล้วจึงส่งผลเลือดไปตรวจที่แล็ปของทางจุฬาครับ ระหว่างที่มีไข้ก็ทานพาราทุกๆ 6 ชั่วโมงตามปกติ
วันรุ่งขึ้น (19 กพ) หมอเจาะเลือดไปตรวจ ไม่พบไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออกเช่นเคย ครับ
- ไข้ลดลงมาอยู่ที่ 38
- เกล็ดเลือดลดเหลือ 30,000
คุณหมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคในตระกูลไทฟอยด์ หรือไข้รากศาสตร์แต่ก็ยังคงไม่ชัดเจน
ต่อมา ช่วงเช้ามืดของวันใหม่ (20 กพ) คุณหมอแจ้งว่าผลเลือดของแล็ปจุฬายืนยัน ไม่ใช่ไข้เลือดออก จึงเริ่มรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะครับ วันนี้ผมไม่มีไข้เลยครับ แต่ยังปวดหัว และเกล็ดเลือดอยู่ที่ 32,000
วันรุ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีไข้ และเกล็ดเลือดขึ้นถึง 40,000 มีแนวโน้มว่าเพิ่มกลับมาแล้ว หมอจึงให้ออกจาก รพ. ครับ โดยที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของโรคได้
เมื่อวาน (23 กพ) การตรวจเลือดครั้งล่าสุด
- เกล็ดเลือด 70,000
- ไม่พบเชื้อไข้หวัด และไข้เลือดออก
- ค่าตับ 75 (ผมไม่กินเหล้า)
คุณหมอจึงให้ยาบำรุงตับมาเพิ่มครับ
ผมอยากทราบว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมั้ยครับ แล้วผมมีโอกาสจะเป็นโรคอะไรได้บ้างครับ
[วินิจฉัยโรค] อาการแบบนี้น่าจะเกิดจากโรคอะไรได้บ้างครับ?
ผมอายุ 20 ปี ครอบครัวไม่มีโรคพันธุกรรมอะไร ยกเว้นทางฝั่งคุณแม่ คุณยาย และลูกพี่ลูกน้องผู้ชาย ที่เป็น โรค SLE ครับ ตัวผมเอง ส่วนตัวไม่เคยแอดมิท หรือเข้า รพ. เพราะอาการใดๆเลยตั้งแต่เด็กที่เคยเป็นไข้เลือดออก ซึ่งก็ผ่านมานานมากแล้วครับ
เนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 กพ 62) ผมมีอาการไข้ ปวดทั่วตัว และปวดหัว ทีแรกเดาว่าตนเองน่าจะเป็นไข้หวัดครับ แต่เอะใจแปลกๆ เพราะตนไม่มีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะเลย แต่กลับมีไข้สูง
วันรุ่งขึ้น (จ. ที่ 18 กพ) ช่วงเย็นผมตัดสินใจเข้าไปตรวจที่ รพ. ใกล้กับมหาลัยที่เรียนอยู่เนื่องจากยังคงมีไข้ ปวดหัว และนอนโทรมอยู่หอทั้งวัน จากการตรวจพบว่า
- มีไข้สูง (39.5)
- ผลเลือด ไม่พบไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก
- เกล็ดเลือดต่ำ (47,000)
หมอบอกว่าอาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ผลตรวจให้ผลเป็นลบ และเกล็ดเลือดลดลงเร็วเกินไป จึงให้แอดมิท ไว้ก่อน แล้วจึงส่งผลเลือดไปตรวจที่แล็ปของทางจุฬาครับ ระหว่างที่มีไข้ก็ทานพาราทุกๆ 6 ชั่วโมงตามปกติ
วันรุ่งขึ้น (19 กพ) หมอเจาะเลือดไปตรวจ ไม่พบไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออกเช่นเคย ครับ
- ไข้ลดลงมาอยู่ที่ 38
- เกล็ดเลือดลดเหลือ 30,000
คุณหมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคในตระกูลไทฟอยด์ หรือไข้รากศาสตร์แต่ก็ยังคงไม่ชัดเจน
ต่อมา ช่วงเช้ามืดของวันใหม่ (20 กพ) คุณหมอแจ้งว่าผลเลือดของแล็ปจุฬายืนยัน ไม่ใช่ไข้เลือดออก จึงเริ่มรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะครับ วันนี้ผมไม่มีไข้เลยครับ แต่ยังปวดหัว และเกล็ดเลือดอยู่ที่ 32,000
วันรุ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีไข้ และเกล็ดเลือดขึ้นถึง 40,000 มีแนวโน้มว่าเพิ่มกลับมาแล้ว หมอจึงให้ออกจาก รพ. ครับ โดยที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของโรคได้
เมื่อวาน (23 กพ) การตรวจเลือดครั้งล่าสุด
- เกล็ดเลือด 70,000
- ไม่พบเชื้อไข้หวัด และไข้เลือดออก
- ค่าตับ 75 (ผมไม่กินเหล้า)
คุณหมอจึงให้ยาบำรุงตับมาเพิ่มครับ
ผมอยากทราบว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมั้ยครับ แล้วผมมีโอกาสจะเป็นโรคอะไรได้บ้างครับ