ปลดล๊อคสาวน้อยจากวงจรโรคซึมเศร้า ตลอด 8 เดือนที่จมทุกข์เพราะความรัก...

“ เขาเข้ามาทำให้โลกของหนูเป็นสีชมพู สดใส ทำให้หนูมีกำลังใจอยากไปเรียน อยากแต่งตัวให้สวย  เขาทำให้หนูนอนยิ้ม เดินยิ้มคนเดียว เขามีพลังอำนาจและอิทธิพลในความสุขของหนูมากค่ะ หนูไม่คบเพื่อนคนไหนเลยหนูฝากความสุขไว้กับเขาคนเดียว..หนูอยากย้อนเวลาจังเลยค่ะพี่ อยากย้อนเวลาไปในโลกที่สดใสแบบตอนนั้น เพราะตอนนี้โลกของหนูมืดมนเหลือเกินแล้ว (น้องเล่าผ่านโทรศัพย์ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น..) ”

พลอย(นามสมมุติ) นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยดังปี 3 ก่อนที่เราจะได้คุยกับพลอย คุณแม่ของพลอยเป็นคนติดต่อเข้ามา แม่ได้เล่าเบื้องต้นไปแล้วว่าอาการของน้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลยน้องไม่ยอมนอนกลางคืน น้องบอกนอนไม่หลับจนเกือบเช้าพอเพลียมากๆถึงได้นอนบ้าง เก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน เก็บตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่เจอเพื่อน ร้องให้อยู่บ่อยๆเหม่อลอย ซึ่งแม่พาน้องไปเจอจิตแพทย์มาหลายที่แล้ว หมอให้ยามาทาน หาหมอดู ไปหาพระดังๆมาแล้ว เปลี่ยนชื่อแล้วน้องก็ไม่ดีขึ้นเลยและน้องมักจะว่าแม่เสมอว่า แม่ไม่เข้าใจเขาเลย ไม่พยายามเข้าใจเขาเลยแม่นอนหลับก่อนเขาเสมอเลย..พี่ไม่เข้าใจโรคนี้เลย บางครั้งเขาถึงขั้นบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วพี่ทุกข์เหลือเกินที่เห็นลูกเป็นแบบนี้และพี่ทำอะไรไม่ได้เลย..

เท่าที่ฟังน้ำเสียงตอนที่คุณแม่พลอยเล่า สัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งและสตรอง น้ำเสียงแข็งๆไม่ค่อยมีความหวาน อ่อนนุ่มซึ่งก็น่าจะเป็นลักษณะเฉพาะของแม่ซึ่งตรงข้ามกับความอ่อนแอจากโรคซึมเศร้าของพลอย แม่สารถภาพว่า แม่สื่อสารได้ไม่ถึงใจเขา แม่ไม่รู้จะสื่อสารกับเขาได้ยังไง แต่แม่รู้แค่ว่า แม่เป็นห่วงและรักเขามาก ยิ่งเพิ่มความอยากคุยกับน้องให้ทวีคูณเพราะเข้าใจถึงหัวอกคนเป็นแม่ในสถานการณ์นี้ เพราะเราเองก็มีน้องชายที่เป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงเหมือนกัน..

ช่วงแรกน้องพลอยยังไม่เปิดใจคุยยังกลัวๆ และเลี่ยงเป็นแชทได้ไหมป๊อกเลยฝากบอกคุณแม่พลอยว่าขอ Say hello นิดนึงก็ได้พอได้คุยแล้ว เราเริ่มคุยกันถูกคอน้องเลยเริ่มเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง..

เขาคือแฟนคนแรกของหนูค่ะ หนูคบเขา 3 ปี ที่ผ่านมาทุกอย่างดีมากๆ หนูมีความสุขมาก ถึงแม้จะมีทะเลาะ ง้อ งอลกันบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ เขาดีกับหนู หนูดีกับเขา ความสุขระหว่างเราสองคนมันลงตัวแบบไม่ต้องมีเพื่อน เราก็มีความสุขพอแล้ว ช่วงนั้นหนูห่างเพื่อนๆหนูหมด อยู่แต่กับเขา การเรียนเราช่วยเหลือกันเสมอ ติวให้กัน ดันกันไปเรียน เป็นความรักที่ทำให้ชีวิตทั้งคู่ดีขึ้นค่ะพี่ เขาพูดเสมอๆว่า เขารักหนูมาก จะไม่มีวันทิ้งไปไหน เขาบอกเสมอว่าเขาโชคดีที่มีหนู ช่วงนั้นหนูมีความสุขมากค่ะ จนกระทั่งเข้าปีที่ 3 เขาย้ายไปเรียนอีกมหาลัย เพื่อไปต่อสาขาที่เขาเรียน ช่วงแรกถึงตัวเราห่างกัน แต่เราโทรคุยกันตลอด ส่วนตัวหนูจะโทรหาเขาบ่อยมาก เพราะหนูเหงา เพื่อนที่นี่ไม่มีใครเลย ไม่มีความสุขเลย แต่ละวันหนูจึงโทรหาเขาบ่อยๆ ระบายกับเขาบ่อยๆ ซึ่งหนูก็ถามเขาแล้วว่ารำคาญให้บอกนะ เขาบอกไม่เป็นไร เขายินดีรับฟังทุกเรื่องของพลอย จนหลังๆเขาเริ่มเปลี่ยนไป ไม่รับสายหนู ไม่ตอบไลน์หนู ไปเที่ยวกับเพื่อนใหม่ๆของเขาเกือบทุกวัน พอหนูเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหนูก็ถามเขา เขามักจะโมโห ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ขอเลิกหนู แถมเขายังบอกกับแม่เขานะคะว่า หนูทำให้การเรียนเขาแย่ลง โทรไปบ่น โทรไประบาย จนเขาเครียด แม่เขาถึงขนาดโทรมาว่าหนูกับแม่ของพลอยเลยค่ะ หนูยอมรับว่าหนูมีส่วนผิด แต่ถ้าเขาบอกหนูตรงๆ หนูก็จะไม่ยุ่งจนเขารำคาญนะคะพี่ เขาเห็นแก่ตัว หรือหนูที่ผิดคนเดียวคะพี่ หนูสับสน และโทษตัวเองมาตลอด โดยส่วนตัวหนู หนูรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัวกับหนู เขาทำร้ายจิตใจหนูมาก แต่ทำไมหนูลบเขาออกจากความทรงจำไม่ได้คะพี่...

นี่หนูทนอยู่กับความทุกข์นี้มา 8 เดือนเลยใช่ไหมลูก และหนูรู้ไหม ทำไมหนูถึงยังทุกข์ และดูเหมือนยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งทุกข์และลามหนักกว่าเดิม เพราะหนูเลือกหยิบเอาอดีตมาเป็นอาวุธทำร้ายตัวเอง หนูกำลังเดินถอยหลังและข้างหลังนั้นมีเหวลึกด้วยนะ... ในขณะที่อีกฝ่ายเขาไม่สนใจอดีตเลย เขามองไปข้างหน้า หาความสุขข้างหน้า เขาจึงไม่จมทุกข์อะไรเลย ซึ่งพี่เข้าใจว่าคนที่หมดรักทีหลังมันจะเจ็บหนัก.. แต่หนูลองคิดตามพี่ ในสิ่งที่พี่จะให้ภูมิคุ้มกันนี้กับหนูน่ะ เพราะนี่คือกฏธรรมชาติของโลกใบนี้ ถ้าเราผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ภูมิคุ้มกันนี้จะเป็นเกราะให้กับหนูได้เป็นอย่างดีแน่นอน..

1. หนูต้องเข้าใจกฏของโลกนี้ก่อนว่า ความเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นได้เสมอเพราะเราทุกคนไม่ว่าพี่ หรือหนู หรือใคร อยู่บนกฏความจริงที่ว่า “เกิดขึ้น มีอยู่ แล้วก็ดับไป” ทุกอย่างบนโลกนี้ใช้กฏนี้หมด เพียงแต่ระยะสั้น หรือยาวต่างกันไป ซึ่งอาวุธที่หนูควรมีไว้รับมือก็คือ “สติ และ การยอมรับความจริง” และให้มีเพื่อนแท้ที่อยู่คู่กายหนูตลอดคือ “ความไม่ประมาท” เมื่อไหร่ที่เราประมาท หลงไปกับคำพูด ความสุข และยึดว่า ความสุขนี้จะเกิดกับเราไปตลอดกาลนาน พอเราเจอกับความทุกข์ที่ไม่ได้ตั้งรับ มันเหมือนกับหนูปีนขึ้นที่สูงๆ แต่ไม่ได้ปูฟูกนิ่มรองไว้ พอตกลงมา หนูอาจจจะจุกและตายได้.. ต่อจากนี้ไป ทุกครั้งที่มีความสุขมากๆจากสิ่งใดก็ตาม ให้ สติ เตือนตัวเองเสมอว่า ความสุขนี้ บางทีก็อาจเป็นความทุกข์ได้ ในสักวัน ให้ฝึกทำแบบนี้ เพราะนี่คือการเตรียมฟูกนิ่มๆรองไว้ให้กับตัวเอง กรณีถ้าเราต้องตกจากที่สูง..

2. เมตตาต่อตัวเองให้มากๆ เพราะเวลาที่หนูทุกข์ นอกจากพ่อกับแม่แล้ว ไม่มีใครเลย ที่จะมาทุกข์กับหนูได้ เพราะงั้น ถ้าเราเมตตาต่อตัวเอง เราต้องอยากเห็นตัวเองสดใส ยิ้ม มีความสุข เราต้องอยากพาตัวเองไปเจอผู้คนดีๆ เหตุการณ์ดีๆ กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ต้องร้องให้ ทุกข์ใจ โทรม ถูกไหมลูก เพราะในขณะที่เรากำลังทำร้ายตัวเอง คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่เขาโยนความทุกข์นี้ไว้กับหนู เขาก็ไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนแล้ว แล้วมองดูเราสิ ต้องเข้าโรงพยาบาล กินยา โทรม นอนไม่หลับ รอ้งใจ ทุกข์ใจ และยังต้องหยุดเรียนอีก เสียเวลาชีวิตเราไปเพราะคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งมานานแค่ไหนแล้ว และหนูลองหันดูข้างๆดีๆ นอกจากหนูที่ทุกข์ใครกันที่ทุกข์ไม่แพ้หนู ใครกันที่ปวดร้าวไม่แพ้หนู ป้อนรอยยิ้ม ป้อนความภูมิใจกลับให้เขาได้แล้ว.. ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ บอกตัวเองทุกครั้งว่า เราจะทำให้เขาเสียดายที่ทิ้งเราไป ไม่ใช่ทำให้เขารู้สึกว่า กูคิดถูกแล้วที่ทิ้งมันมา... เตือนตัวเองเสมอๆนะลูก..

พลอยนิ่ง เงียบ แล้วพูดว่า นี่หนูหลับไปกับความทุกข์นี้นานแค่ไหนแล้วนะพี่ ทำไมหนูทำร้ายตัวเอง และคนที่รักหนูจริงๆได้ขนาดนี้ ขอบคุณที่มาปลุกหนูนะคะ (น้องพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ) หนูขอแอดไลน์พี่ไว้พูดคุยช่วงหนูยังอ่อนแอนะคะพี่ ยินดีที่ได้รู้จักมากๆค่ะ...

หลังจากนั้นแม่ของน้องพลอยก็แจ้งอาการเรื่อยๆว่าน้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มออกจากห้อง เรียนพิเศษ ดูแลตัวเอง กลับไปเรียน เหตุการณ์ครั้งนี้ถึงจะหนักสำหรับเด็กสาวคนหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เชื่อเลยว่า จะเป็นเกราะที่ดีมากๆให้กับเขา ฝากเคสนี้เป็นเคสธรรมทานนะคะ คุณผู้อ่านที่ได้อ่านแล้ว หากพบว่าคนข้างๆดูซึมๆ แปลกๆไป ไม่สดใส ใช้เวลากับเขาให้มากๆนะคะ พูดคุยกับเขา สื่อสารแบบจากใจถึงใจ สังเกตคนที่คุณรักให้มากกว่าหน้าจอที่เราเลื่อนๆดูคนอื่นๆเถอะนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่เราเสียเขาไป เราจะเจ็บปวดไปตลอดกาล ไม่ดูถูกความทุกข์ของใครๆนะคะ ทุกข์ที่เรามองว่าเล็กเท่าเส้มผม แต่มันอาจจะเป็นภูเขาก้อนโตที่กำลังทับเขาอยู่ก็ได้..

ถ้าบทความข้างต้นมีข้อผิดพลาดประการใด ติชมเข้ามาได้นะคะ เพื่อเป็นกำลังใจ และข้อปรับปรุงให้กับผู้เขียนได้พัฒนาต่อๆไป

ขอบคุณมากค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่