คือผมลาออกจากงานเพราะอาการโรคซึมเศร้า ผมทำงานออฟฟิตซึ่งตอนแรกก็สบายมากๆงานยังไม่เยอะพอผมทำงานเป็นเท่านั้นแหละงานก็ถาโถมจนผมแทบไม่ได้นอน มันเยอะจนต้องกลับมาทำบ้านทำนอกเวลาไม่ได้โอที แถมยังมีเพื่อนร่วมงานที่ชอบแกล้งเอางานมาให้เพิ่มเร่งงานนายก็เร่งเขาบอกว่าไม่รีบแค่ต้องเสร็จเวลาจะนอนก็ให้แก้งานเขาบอกคนอื่นว่าไม่เคยโทรมาตอนดึกๆหรือวันพักผ่อน บางวันก็ซื้อของกินมาให้พูดจาเพราะ บางวันมีคนอื่นก็ดุด่าให้อายหาว่าทำงานไม่เป็นเป็นภาระ เวลางานไรผิดถึงไม่ใช่ของเรานายก็มาด่าๆๆๆ จะเข้าห้องน้ำต้องขออนุญาติ จะกินข้าวห้ามเกินสิบห้านาที แล้วจะมีคนนั่งมองเราตลอดเวลา เงินเดือนออกไม่ตรงเวลาต้องรอฝ่ายบัญชีมีเวลาถึงจะเอาเช็คไปขึ้นเงินได้ ผมลาออกเพราะเริ่มเหม่อลอยท้อแท้กับชีวิตงานเยอะผมก็อยากจะช่วยแต่ไม่มีกำลังใจเลย พอผมออกเขาก็เอาญาติมาทำแล้วขึ้นเงินเดือน งานประชุมเขาก็ลดเวลาไม่เรื่องเยอะเหมือนตอนผมอยู่ที่จัดติดกันเกือบทุกวันจนผมทำงานแทบไม่ทัน เบอร์ส่วนตัวผมเขาก็ให้โทรมาจนผมไปไหนแทบจะไม่ได้ ตอนนี้ผมว่างงานแบบไม่รู้ว่าจะสมัครที่ไหนให้ไม่เจอเหตุการณ์เดิมๆแต่คงยากเพราะการทำงานถ้ามีความสุขทุกคนคงอยากไปทำ หัวหน้าเคยบอกผมการแกล้งคนให้ลาออกนี่น่าตลกแค่นี้ก็ทนไม่ได้ เขาตั้งค่าปรับให้ตามจำนวนเงินเดือนคือถ้าออกก่อนนี่เขาปรับเหมือนเรียกเงินทั้งหมดคืน คือเหมือนเราทำงานให้เขาฟรี แต่ผมเจอข้อดีคือเขาใช้ทุกอย่างทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นเราน่าจะทำเป็นทุกอย่างตั้งแต่กวาดเช็ดถูชงกาแฟนั่งวินถ่ายรูปตัดต่อปริ้นเอกสารสแกนพิมพ์จัดประชุมจดบันทึกรับโทรศัพท์ส่งเมล์ดูแลยูทูปเฟชบุ๊คไลน์ไอจีจัดเตรียมสถานที่อาหารติดต่อคนทุกอย่างบนโลกใบนี้ทำให้รู้ว่าผมทำได้นี่น่า บางเรื่องเขาก็ดีกับผมซื้อคอมซื้อมือถือจะได้ทำงานได้เต็มที่ไปให้มนุษย์ป้าด่าจะได้มีภูมิคุ้มกันและทำให้ผมจากคนไม่เคยด่าใครผมสามารถด่าได้เก่งเลยตอนนี้ และรู้ทันคนที่ปากอย่างใจอย่างที่จริงผมเคยมีความสุขกับที่นี่นะผมเคยรักหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานถ้าไม่ติดว่าผมเริ่มเหม่อไม่ค่อยได้พักเงินเดือนออกช้าก่อนออกเขาเพิ่มเงินเดือนให้ผมดีใจและผมก็ป่วยแบบนอนยาวนานติดกันสองสามวันและตื่นขึ้นมาพบว่าไม่อีกแล้วขอโทษครับที่ผมทำได้ไม่ดีพอ ผมก็รู้สึกผิดในส่วนที่ทำให้นายกับพี่ๆผิดหวังแต่ผมรู้แล้วว่าผมทำงานไม่มีประสิทธิภาพร่างกายผมทรุด ถึงเขาจะซื้อของกินที่ชอบมาปลอบใจด้วยอาหารและขึ้นเงินเดือนโทรมาถามอาการแต่วันที่ผมไม่สบายผมเป็นห่วงเขาผมขอกลับบ้านแต่เขารอให้เป็นหนักถึงให้กลับและใช้งานหนักกว่าทุกวัน วันนั้นวันนั้นผมคิดวูบเดียวไม่ไหว จากที่ทนจากที่ทนมานานว่าต้องทำให้เจาภูมิใจและงานต้องออกมาดีช่วยนายช่วยพี่ ผมลาออกในวันทีวันที่ผมลุกไหวปากซีดตาโปรนมองดูตัวเองในกระจกว่าเงินเดือนหามายากต้องขอโทษพ่อแม่ที่ผมยังไม่ดีพอผมเลี้ยงพวกท่านให้สบายไม่ได้ผมทำงานไม่กี่ปีพวกท่านทำมาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสียผม พวกท่านเห็นสภาพผมแล้วบอกไมบอกไม่เป็นไรพ่อกับแม่แค่อยากมีลูกอยู่ในชีวิตกลับมาพักแล้วค่อยหางานใหม่ทำนะลูก ผมน้ำตาไหลมาแบบท่วมหน้าน้ำหนักผมลดจนแก้มตอบเพราะผมกินแต่มาม่ากับน้ำเปล่าเพราะเวลาน้อยผมเคยออกไปกินข้าวแล้วโดนดุ ผมจะต้องพยายามหางานใหม่และเลี้ยงพ่อแม่ให้ได้(ผมแค่อยากเล่าประสบการณ์และถามความคิดเห็นขออภัยหากผมไม่ค่อยรู้ว่าต้องตั้งกระทู้ยังไงครับ)
เมื่อคุณเจอเพื่อนร่วมงานขี้แกล้งเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าคุณควรปฏิบัติต่อเขายังไง