คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณหลายๆท่านสำหรับคำตอบในแนวทางพุทธครับ
จากหลายๆคห.ว่าไว้ ... สมาธิในแบบพุทธคือ ไม่มีนิวร 5 (ความฟุ้งซ่าน + 4 อันที่เหลือ)
ไม่แน่ใจว่านี่มีความหมายต่างกับสมาธิแบบสากลที่ชาวโลกเข้าใจแค่ไหน แต่ถ้าอิงตามนิวรณ์ 5 ก็เท่ากับว่าชาวโลกแทบทั้งหมดไม่มีสมาธิกันเลย
ประเด็นคือผมอยากได้คำตอบที่อิงสมาธิแบบสากลด้วยน่ะครับ
============
ขออธิบายก่อนนะครับ สมาธิจะเกิดได้เพราะอาศัยสติต่อเนื่องไม่ขาดสายเหมือนดังสายน้ำ ส่วนมากคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกหัดก็มีสติที่เหมือนหยดน้ำมาๆหายๆ เพราะสติเขาไม่ได้ต่อเนื่องจนเกิดเป็นสมาธิ ในระหว่างนั้นจะมีอารมณ์อื่นเข้ามาแทรกเสมอๆ การจะมีสมาธิได้จิตต้องจดจ่อต้องมีสติอยู่กับอารมณ์เดียว ไม่คิดไปในอารมณ์อื่น สติจะเป็นเครื่องกั้นไม่ให้นิวรณ์เข้ามาแทรกได้ เช่นเมื่อดูลมหายใจ ในทีนี้ลมหายใจคืออารมณ์หรือองค์ภาวนา สติก็จะต้องจดจ่ออยู่กับอารมณ์ภาวนาโดยไม่เผลอและต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ และไม่ไปสนใจในอย่างอื่น ไม่คิดฟุ้งปรุงแต่ง ไม่โงกง่วง ฯลฯ จิตถึงเป็นสมาธิได้ เหมือนดังหยดน้ำหลายๆหยดรวมกันต่อเนื่องกันจนเป็นสายน้ำนั่นเอง
คนโดยทั่วๆไปจะไม่มีสมาธิถึงขั้นจิตสงบได้ แต่มักมีแค่สติที่เพียงพอต่อการทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันแต่ขาดความต่อเนื่องเป็นอารมณ์เดียวอย่างที่กล่าวไปแล้วครับผม ดังนั้นจะถือว่าชาวโลกทั่วๆไปแทบไม่มีสมาธิเลยก็พูดได้เช่นกันครับ เพราะปัจจุบันน้อยคนที่สนใจด้านการปฏิบัติสมาธิภาวนา
ปล เด็กทารกไม่น่าจะมีสมาธินะ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสมาธิเกิดเพราะสติต่อเนื่องๆเป็นอารมณ์เดียวกันจนนิวรณ์เข้ามาแทรกไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ทารกไม่น่าจะทำได้ โดยส่วนตัวผมว่าทารกนี่นิวรณ์เยอะนะ อย่างแค่หิวต้องการกินนมนี่ก็นิวรณ์ตัวกามแล้วนะครับ(ไม่ใช่กามราคะนะ) พอไม่ได้ก็หงุดหงิดร้องไห้นี่ก็นิวรณ์ กินเสร็จง่วงนี่ก็อีกตัว เอาจริงๆก็ครบแหละ
จากหลายๆคห.ว่าไว้ ... สมาธิในแบบพุทธคือ ไม่มีนิวร 5 (ความฟุ้งซ่าน + 4 อันที่เหลือ)
ไม่แน่ใจว่านี่มีความหมายต่างกับสมาธิแบบสากลที่ชาวโลกเข้าใจแค่ไหน แต่ถ้าอิงตามนิวรณ์ 5 ก็เท่ากับว่าชาวโลกแทบทั้งหมดไม่มีสมาธิกันเลย
ประเด็นคือผมอยากได้คำตอบที่อิงสมาธิแบบสากลด้วยน่ะครับ
============
ขออธิบายก่อนนะครับ สมาธิจะเกิดได้เพราะอาศัยสติต่อเนื่องไม่ขาดสายเหมือนดังสายน้ำ ส่วนมากคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกหัดก็มีสติที่เหมือนหยดน้ำมาๆหายๆ เพราะสติเขาไม่ได้ต่อเนื่องจนเกิดเป็นสมาธิ ในระหว่างนั้นจะมีอารมณ์อื่นเข้ามาแทรกเสมอๆ การจะมีสมาธิได้จิตต้องจดจ่อต้องมีสติอยู่กับอารมณ์เดียว ไม่คิดไปในอารมณ์อื่น สติจะเป็นเครื่องกั้นไม่ให้นิวรณ์เข้ามาแทรกได้ เช่นเมื่อดูลมหายใจ ในทีนี้ลมหายใจคืออารมณ์หรือองค์ภาวนา สติก็จะต้องจดจ่ออยู่กับอารมณ์ภาวนาโดยไม่เผลอและต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ และไม่ไปสนใจในอย่างอื่น ไม่คิดฟุ้งปรุงแต่ง ไม่โงกง่วง ฯลฯ จิตถึงเป็นสมาธิได้ เหมือนดังหยดน้ำหลายๆหยดรวมกันต่อเนื่องกันจนเป็นสายน้ำนั่นเอง
คนโดยทั่วๆไปจะไม่มีสมาธิถึงขั้นจิตสงบได้ แต่มักมีแค่สติที่เพียงพอต่อการทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันแต่ขาดความต่อเนื่องเป็นอารมณ์เดียวอย่างที่กล่าวไปแล้วครับผม ดังนั้นจะถือว่าชาวโลกทั่วๆไปแทบไม่มีสมาธิเลยก็พูดได้เช่นกันครับ เพราะปัจจุบันน้อยคนที่สนใจด้านการปฏิบัติสมาธิภาวนา
ปล เด็กทารกไม่น่าจะมีสมาธินะ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสมาธิเกิดเพราะสติต่อเนื่องๆเป็นอารมณ์เดียวกันจนนิวรณ์เข้ามาแทรกไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ทารกไม่น่าจะทำได้ โดยส่วนตัวผมว่าทารกนี่นิวรณ์เยอะนะ อย่างแค่หิวต้องการกินนมนี่ก็นิวรณ์ตัวกามแล้วนะครับ(ไม่ใช่กามราคะนะ) พอไม่ได้ก็หงุดหงิดร้องไห้นี่ก็นิวรณ์ กินเสร็จง่วงนี่ก็อีกตัว เอาจริงๆก็ครบแหละ
แสดงความคิดเห็น
ไม่ฟุ้งซ่าน = มีสมาธิ, ใช่หรือไม่ครับ?