สวัสดีค่ะ
วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองในการซื้อบ้านของตัวเองนะคะ
จุดเริ่มต้นคือ มีแฟน มีแผนจะแต่งงาน เลยมองหาบ้านในฝัน(ของทั้งคู่) แต่เงื่อนไขเราค่อนข้างเยอะ
ข้อจำกัดคือเรากับแฟนอยู่จังหวัดเดียวกันแต่ที่ทำงานห่างกันมาก
เราเลยมีเงื่อนไขคือ
ขอให้อยู่ใกล้ที่ทำงาน
คุณแฟนก็โอเค แต่เงื่อนไขของแฟนคือ บ้านต้องสภาพดี มือหนึ่งมือสองไม่เกี่ยง
เอาละสิ สเปกเยอะมาก บ้านที่อยู่ใกล้ที่ทำงานเราและสภาพดี ราคาสูงมาก
หาได้ครึ่งปี จนได้บ้านที่ถูกใจเราทั้งคู่
คุณเจ้าของบ้านใจดีมาก เห็นเราเพิ่งจะสร้างตัวสร้างครอบครัว เลยลดราคาให้ (มาทราบทีหลังว่าถูกกว่าตอนคุณเจ้าของบ้านซื้อมา เกือบสองล้าน)
เลยตัดสินใจวางเงินมัดจำไปหนึ่งแสน พร้อมเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายเรียบร้อย ระบุว่าด้วยว่า ทางผู้ซื้อ คือเรา ต้องชำระค่าจดจำนองและค่าโอนเอง ทางเราทั้งคู่ก็นึกยิ้มในใจว่า
เงินเดือนเราสองคนรวมเงินเก็บพอจ่าย และพอผ่อนแน่นอน จัดแจงเตรียมเอกสารเตรียมยื่นกู้ธนาคาร
แต่ฟ้าก็เหมือนส่งบททดสอบมา คุณแฟนติดเครดิตบูโร เช็คไปได้ความว่า ลูกน้องเก่าที่ลาออกไป ให้เซ็นค้ำประกันกู้ยืมเงินเมื่อสองปีก่อน แล้วชิ่ง
อ้าวทำไงละ เงินเกือบสองแสนอะมีจ่าย แต่ติดว่าธนาคารไม่ให้ยื่นกู้แน่ถ้าเพิ่งติดบูโรไป
และธนาคารที่ลูกน้องแฟนกู้ ค่อนข้างขอชำระยาก เนื่องจากขายให้บริษัทอื่นตามหนี้ไปแล้ว (ไม่เคยเจอธนาคารไหนตามยากเป็นเดือนๆเท่านี้เลย)
เลยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ลองกู้คนเดียวก็ได้ ด้วยความไม่แน่ใจเนื่องจาก
ยอดกู้ 6,xxx,xxx บาท
1.เงินเดือนจากที่ทำงานหลัก มีสลิปเงินเดือนแน่นอน
2x,xxx ไม่รวมโอที
2.เงินเดือนจากที่ทำงานอาชีพเสริม ไม่มีสลิป ขึ้นกับยอดขายเงินเดือนไม่แน่นอน
ลองยื่นกู้ไปหลายที่ โดยมีแค่เอกสารดังนี้
1.สลิปเงินเดือนที่ 1
2.สเตทเมนต์ ของเงินเดือน 2ที่
3.ใบรับรองการทำงาน 2 ที่
*อยากแนบใบทวิที่ทำงานที่ 2 ด้วย แต่ยังทำไม่ครบปี
ลองยื่นไปทีละธนาคาร
1.ธนาคารสีเขียว โฆษณาบ่อยๆว่าขึ้นชื่อเรื่องบ้าน
ไปติดต่อที่สาขาในห้างดัง
รู้สึกคิดผิดมาก เพราะคนใช้บริการเยอะ คุณเจ้าหน้าที่ก็รีบๆทำ ถามอะไรก็ไม่ค่อยรู้ ต้องตะโกนถามหัวหน้าตลอด
เรายื่นกู้บ้านมือสอง คุณเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะอนุมัติค่ากู้บ้านสูงสุด 90% ค่าตกแต่ง 10% เราก็โอเค
ยื่นไป 7 วัน คุณเจ้าหน้าที่โทรแจ้งว่าต้องการเอกสารเพิ่มเติม
1.ใบงวดงาน
2.แบบแปลนพิมพ์เขียว
3.ใบอนุญาตก่อสร้าง
4.สัญญาจ้างก่อสร้าง
(จำชื่อเป็นทางการไม่ได้ชัดเจน)
เราตกใจเลย ไม่เคยคิดว่าค่าตกแต่งต้องขอใบมากมายขนาดนี้ เพื่อนที่เพิ่งซื้อบ้านไปบอกไม่ต้องใช้นี่หน่า แถมคุณเจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มว่า ขอภายในพรุ่งนี้ (โทรมาหาเราตอนหนึ่งทุ่ม)
เราเลยโทรไปยืนยันกับคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้ใบเหล่านี้หรือไม่ เลยติดต่อไปทางผู้จัดการสาขา ซึ่งได้คุยกับผู้จัดการสาขา? ว่าต้องใช้ค่ะ
เราเลยขอบาย
2.ธนาคารคุณยู
สนใจเพราะเดินผ่านหน้าธนาคารแล้วเจ้าหน้าที่พูดยิ้มแย้ม เลยติดต่อยื่นกับแบงค์นี้
คุณเจ้าหน้าที่ดีมาก ขาดเอกสารอะไรก็ให้เมสเซนเจอร์มารับ แจ้งความเคลื่อนไหวตลอด
แต่ว่าใช้เวลาสิบสามวันโทรมาแจ้งว่า ไม่ผ่านให้หาคนมากู้เพิ่ม แนะนำให้หาบ้านราคาไม่เกินสี่ล้าน เนื่องจากเอกสารไม่เพียงพอ
(ฮือ ไม่อยากไปขอพ่อกับแม่ แบบฟีล หนูขอพยายามเอง)
ขอบคุณนะคะ แต่บายค่ะ
3.ธนาคารสีชมพู
มาห้างที่คนน้อยๆ คุณเจ้าหน้าที่ดูเอกสารแล้วพูดเกริ่นๆว่าอยากให้หาคนกู้เพิ่ม แต่เราก็อยากลองกู้ดูก่อน
วันต่อมาโทรมาว่า ปรึกษาทางผู้ใหญ่แล้ว ไม่สามารถให้ยื่นกู้ได้ ให้หาคนกู้ร่วม แนะนำหาบ้านราคาไม่เกินสองล้าน เนื่องจากเอกสารไม่เพียงพอ
น้อยกว่าอีกธนาคารอีก บ๊ายบายนะคะ
4.ธนาคารคุณบัว
คุณเจ้าหน้าที่ดูหน้าเด็กแต่อธิบายได้ดีเป็นฉากๆ
ออกตัวว่าธนาคารตนให้mmr อาจสู้ธนาคารอื่นไม่ได้
ให้ลองยื่นหลายๆที่
สุดท้ายตามเรื่องให้ทุกครั้งที่โทรตาม ผ่านไป 32 วัน ไม่ผ่านค่ะ ไม่ถามหาสาเหตุละ แนะนำแต่ว่าให้หาคนกู้เพิ่ม และขอใบทวิ
บ๊ายบาย
5.ธนาคารเพื่อความหวังคนกู้บ้าน
พบคุณเจ้าหน้าที่ อธิบายเอกสารที่ต้องใช้เยอะกว่าที่อื่น และรายละเอียดปลีกย่อยของเอกสารค่อยข้างยุบยิบ บวกกับล้าจากความผิดหวังจากการยื่นไปสี่ที่ เลยตัดสินใจไม่ยื่นไป
6.ธนาคารม่วง
มีญาติเป็นผู้จัดการสาขา บอกว่า ถ้าจะเอาผ่านแน่ๆ ต้องรายรับ หนึ่งแสนขึ้น ฟังแล้วตกใจไม่ยื่นดีกว่า
กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงกู้ไม่ผ่าน
เพราะยอดเงินไม่ถึงชัวร์ๆ อยากได้ใบทวิมาก แต่กว่าจะได้ก็ปลายเดือนม.ค. เกรงใจคุณเจ้าของบ้าน แต่พอปรึกษาคุณเจ้าของบ้านก็ใจดีบอกให้ ยืดเวลาสัญญาไปก.พ.
อะ ใจร่มๆรอ
ได้ใบทวิของที่ทำงานที่สองมาละ ปลายม.ค. รายรับหักค่าต่างๆ เหลือ 7xx,xxx
ที่ทำงานที่แรก 3xx,xxx
ลองยื่นดูกับธนาคารแรกที่ยื่น แต่เปลี่ยนสาขาเปลี่ยนคน ได้ไลน์จากรุ่นพี่ที่รู้จักบอกว่า กู้บ้านได้ทีเดียวสองหลังจากคนนี้
ก็ยื่นเอกสารเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือ
ใบทวิที่ทำงานที่สอง
ใบชำระภาษีปี61ล่าสุด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
และแอบสอบถามว่าตอนแรกก็ยื่นกับธนาคารนี้ไปแต่ขอเอกสารมากมายละเกิน เป็นค่าตกแต่ง 10%ต้องใช้ไหม ถ้าต้องใช้จะไม่กู้
คุณเจ้าหน้าที่ก็งงๆ บอกไม่ต้องใช้ เลยยื่นไป
ผ่านไป17วัน บอกผ่าน pre-approve
แต่ว่าได้ราคา กู้บ้าน 5,xxx,xxx ค่าตกแต่งให้ 5%
คิดตกลงปลงใจว่า เงินเก็บที่เหลือมาจ่ายค่าส่วนต่างให้คุณเจ้าของบ้านได้แน่
วันรุ่งขึ้น บริษัทที่จ้างมาประเมินบ้านมาเลย
8วันผ่านไป บอกว่าอนุมัติแล้ว
เย่ !!!!!!!!!!!!!! ความดีใจมาพร้อมทุกข์ก้อนโต
ตอนนี้ได้บ้านสมใจละคะ ชื่อเราคนเดียว(แต่แฟนช่วยผ่อน)
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณในกำลังใจของแฟน พ่อและแม่
ก่อนจากไป ขอรบกวนถามนิดนึงคะ เคยเห็นต้นนี้ในหมู่บ้านที่ตัวเองอยู่ตอนเด็กและเจออีกครั้งในหมู่บ้านนี้
ดอกสีม่วง ใบเป็นรูปผีเสื้อคือต้นอะไรคะ
แบ่งปันประสบการณ์อายุ25 กับความฝันและการฝ่าฟันในการมีบ้านของตัวเอง
วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองในการซื้อบ้านของตัวเองนะคะ
จุดเริ่มต้นคือ มีแฟน มีแผนจะแต่งงาน เลยมองหาบ้านในฝัน(ของทั้งคู่) แต่เงื่อนไขเราค่อนข้างเยอะ
ข้อจำกัดคือเรากับแฟนอยู่จังหวัดเดียวกันแต่ที่ทำงานห่างกันมาก
เราเลยมีเงื่อนไขคือ
ขอให้อยู่ใกล้ที่ทำงาน
คุณแฟนก็โอเค แต่เงื่อนไขของแฟนคือ บ้านต้องสภาพดี มือหนึ่งมือสองไม่เกี่ยง
เอาละสิ สเปกเยอะมาก บ้านที่อยู่ใกล้ที่ทำงานเราและสภาพดี ราคาสูงมาก
หาได้ครึ่งปี จนได้บ้านที่ถูกใจเราทั้งคู่
คุณเจ้าของบ้านใจดีมาก เห็นเราเพิ่งจะสร้างตัวสร้างครอบครัว เลยลดราคาให้ (มาทราบทีหลังว่าถูกกว่าตอนคุณเจ้าของบ้านซื้อมา เกือบสองล้าน)
เลยตัดสินใจวางเงินมัดจำไปหนึ่งแสน พร้อมเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายเรียบร้อย ระบุว่าด้วยว่า ทางผู้ซื้อ คือเรา ต้องชำระค่าจดจำนองและค่าโอนเอง ทางเราทั้งคู่ก็นึกยิ้มในใจว่า
เงินเดือนเราสองคนรวมเงินเก็บพอจ่าย และพอผ่อนแน่นอน จัดแจงเตรียมเอกสารเตรียมยื่นกู้ธนาคาร
แต่ฟ้าก็เหมือนส่งบททดสอบมา คุณแฟนติดเครดิตบูโร เช็คไปได้ความว่า ลูกน้องเก่าที่ลาออกไป ให้เซ็นค้ำประกันกู้ยืมเงินเมื่อสองปีก่อน แล้วชิ่ง
อ้าวทำไงละ เงินเกือบสองแสนอะมีจ่าย แต่ติดว่าธนาคารไม่ให้ยื่นกู้แน่ถ้าเพิ่งติดบูโรไป
และธนาคารที่ลูกน้องแฟนกู้ ค่อนข้างขอชำระยาก เนื่องจากขายให้บริษัทอื่นตามหนี้ไปแล้ว (ไม่เคยเจอธนาคารไหนตามยากเป็นเดือนๆเท่านี้เลย)
เลยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ลองกู้คนเดียวก็ได้ ด้วยความไม่แน่ใจเนื่องจาก
ยอดกู้ 6,xxx,xxx บาท
1.เงินเดือนจากที่ทำงานหลัก มีสลิปเงินเดือนแน่นอน
2x,xxx ไม่รวมโอที
2.เงินเดือนจากที่ทำงานอาชีพเสริม ไม่มีสลิป ขึ้นกับยอดขายเงินเดือนไม่แน่นอน
ลองยื่นกู้ไปหลายที่ โดยมีแค่เอกสารดังนี้
1.สลิปเงินเดือนที่ 1
2.สเตทเมนต์ ของเงินเดือน 2ที่
3.ใบรับรองการทำงาน 2 ที่
*อยากแนบใบทวิที่ทำงานที่ 2 ด้วย แต่ยังทำไม่ครบปี
ลองยื่นไปทีละธนาคาร
1.ธนาคารสีเขียว โฆษณาบ่อยๆว่าขึ้นชื่อเรื่องบ้าน
ไปติดต่อที่สาขาในห้างดัง
รู้สึกคิดผิดมาก เพราะคนใช้บริการเยอะ คุณเจ้าหน้าที่ก็รีบๆทำ ถามอะไรก็ไม่ค่อยรู้ ต้องตะโกนถามหัวหน้าตลอด
เรายื่นกู้บ้านมือสอง คุณเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะอนุมัติค่ากู้บ้านสูงสุด 90% ค่าตกแต่ง 10% เราก็โอเค
ยื่นไป 7 วัน คุณเจ้าหน้าที่โทรแจ้งว่าต้องการเอกสารเพิ่มเติม
1.ใบงวดงาน
2.แบบแปลนพิมพ์เขียว
3.ใบอนุญาตก่อสร้าง
4.สัญญาจ้างก่อสร้าง
(จำชื่อเป็นทางการไม่ได้ชัดเจน)
เราตกใจเลย ไม่เคยคิดว่าค่าตกแต่งต้องขอใบมากมายขนาดนี้ เพื่อนที่เพิ่งซื้อบ้านไปบอกไม่ต้องใช้นี่หน่า แถมคุณเจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มว่า ขอภายในพรุ่งนี้ (โทรมาหาเราตอนหนึ่งทุ่ม)
เราเลยโทรไปยืนยันกับคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้ใบเหล่านี้หรือไม่ เลยติดต่อไปทางผู้จัดการสาขา ซึ่งได้คุยกับผู้จัดการสาขา? ว่าต้องใช้ค่ะ
เราเลยขอบาย
2.ธนาคารคุณยู
สนใจเพราะเดินผ่านหน้าธนาคารแล้วเจ้าหน้าที่พูดยิ้มแย้ม เลยติดต่อยื่นกับแบงค์นี้
คุณเจ้าหน้าที่ดีมาก ขาดเอกสารอะไรก็ให้เมสเซนเจอร์มารับ แจ้งความเคลื่อนไหวตลอด
แต่ว่าใช้เวลาสิบสามวันโทรมาแจ้งว่า ไม่ผ่านให้หาคนมากู้เพิ่ม แนะนำให้หาบ้านราคาไม่เกินสี่ล้าน เนื่องจากเอกสารไม่เพียงพอ
(ฮือ ไม่อยากไปขอพ่อกับแม่ แบบฟีล หนูขอพยายามเอง)
ขอบคุณนะคะ แต่บายค่ะ
3.ธนาคารสีชมพู
มาห้างที่คนน้อยๆ คุณเจ้าหน้าที่ดูเอกสารแล้วพูดเกริ่นๆว่าอยากให้หาคนกู้เพิ่ม แต่เราก็อยากลองกู้ดูก่อน
วันต่อมาโทรมาว่า ปรึกษาทางผู้ใหญ่แล้ว ไม่สามารถให้ยื่นกู้ได้ ให้หาคนกู้ร่วม แนะนำหาบ้านราคาไม่เกินสองล้าน เนื่องจากเอกสารไม่เพียงพอ
น้อยกว่าอีกธนาคารอีก บ๊ายบายนะคะ
4.ธนาคารคุณบัว
คุณเจ้าหน้าที่ดูหน้าเด็กแต่อธิบายได้ดีเป็นฉากๆ
ออกตัวว่าธนาคารตนให้mmr อาจสู้ธนาคารอื่นไม่ได้
ให้ลองยื่นหลายๆที่
สุดท้ายตามเรื่องให้ทุกครั้งที่โทรตาม ผ่านไป 32 วัน ไม่ผ่านค่ะ ไม่ถามหาสาเหตุละ แนะนำแต่ว่าให้หาคนกู้เพิ่ม และขอใบทวิ
บ๊ายบาย
5.ธนาคารเพื่อความหวังคนกู้บ้าน
พบคุณเจ้าหน้าที่ อธิบายเอกสารที่ต้องใช้เยอะกว่าที่อื่น และรายละเอียดปลีกย่อยของเอกสารค่อยข้างยุบยิบ บวกกับล้าจากความผิดหวังจากการยื่นไปสี่ที่ เลยตัดสินใจไม่ยื่นไป
6.ธนาคารม่วง
มีญาติเป็นผู้จัดการสาขา บอกว่า ถ้าจะเอาผ่านแน่ๆ ต้องรายรับ หนึ่งแสนขึ้น ฟังแล้วตกใจไม่ยื่นดีกว่า
กลับมาคิดทบทวนว่าทำไมถึงกู้ไม่ผ่าน
เพราะยอดเงินไม่ถึงชัวร์ๆ อยากได้ใบทวิมาก แต่กว่าจะได้ก็ปลายเดือนม.ค. เกรงใจคุณเจ้าของบ้าน แต่พอปรึกษาคุณเจ้าของบ้านก็ใจดีบอกให้ ยืดเวลาสัญญาไปก.พ.
อะ ใจร่มๆรอ
ได้ใบทวิของที่ทำงานที่สองมาละ ปลายม.ค. รายรับหักค่าต่างๆ เหลือ 7xx,xxx
ที่ทำงานที่แรก 3xx,xxx
ลองยื่นดูกับธนาคารแรกที่ยื่น แต่เปลี่ยนสาขาเปลี่ยนคน ได้ไลน์จากรุ่นพี่ที่รู้จักบอกว่า กู้บ้านได้ทีเดียวสองหลังจากคนนี้
ก็ยื่นเอกสารเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือ
ใบทวิที่ทำงานที่สอง
ใบชำระภาษีปี61ล่าสุด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
และแอบสอบถามว่าตอนแรกก็ยื่นกับธนาคารนี้ไปแต่ขอเอกสารมากมายละเกิน เป็นค่าตกแต่ง 10%ต้องใช้ไหม ถ้าต้องใช้จะไม่กู้
คุณเจ้าหน้าที่ก็งงๆ บอกไม่ต้องใช้ เลยยื่นไป
ผ่านไป17วัน บอกผ่าน pre-approve
แต่ว่าได้ราคา กู้บ้าน 5,xxx,xxx ค่าตกแต่งให้ 5%
คิดตกลงปลงใจว่า เงินเก็บที่เหลือมาจ่ายค่าส่วนต่างให้คุณเจ้าของบ้านได้แน่
วันรุ่งขึ้น บริษัทที่จ้างมาประเมินบ้านมาเลย
8วันผ่านไป บอกว่าอนุมัติแล้ว
เย่ !!!!!!!!!!!!!! ความดีใจมาพร้อมทุกข์ก้อนโต
ตอนนี้ได้บ้านสมใจละคะ ชื่อเราคนเดียว(แต่แฟนช่วยผ่อน)
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณในกำลังใจของแฟน พ่อและแม่
ก่อนจากไป ขอรบกวนถามนิดนึงคะ เคยเห็นต้นนี้ในหมู่บ้านที่ตัวเองอยู่ตอนเด็กและเจออีกครั้งในหมู่บ้านนี้
ดอกสีม่วง ใบเป็นรูปผีเสื้อคือต้นอะไรคะ