อีสานโพล เพื่อไทยนำโด่ง44% พปชร.อันดับ4 รอคนมาแก้"ความยากจน"
https://www.thairath.co.th/content/1495358
อีสานโพล สำรวจพรรคการเมืองที่คนอีสาน มีแนวโน้มให้การสนับสนุน "เพื่อไทย" นำโด่ง ที่ 44.8% ตามมาด้วย "อนาคตใหม่" ส่วนพลังประชารัฐมาลำดับที่ 4 พร้อมระบุ "การแก้ไขปัญหาความยากจน" เป็นสิ่งที่ท้าทายที่ทุกพรรคการเมือง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน หรืออีสานโพล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยผลการสำรวจเรื่องพรรคที่ชอบและนโยบายที่ใช่ของคนอีสาน ที่ได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.ประจำปี 2562 ที่จะมาถึงนั้นคนอีสานมีแนวโน้มในการให้การสนับสนุน
ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด รองลงมาคือพรรค
อนาคตใหม่, พรรค
ไทยรักษาชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์
ผศ.ดร.
สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในการให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งประจำปี 2562 พบว่าอันดับ 1 ให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย มากถึงร้อยละ 44.8 รองลงมาคือผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 21.2 ตามด้วยผู้สมัครจากพรรคไทยรักษาชาติ ร้อยละ 7.5,พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.4, พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 6.1, พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.9 ส่วนที่เหลือร้อยละ 9.1 ให้การสนับสนุนพรรคอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจหรือไม่ไปเลือกตั้ง
"ขณะที่การสำรวจถึงปัญหาและความท้าทายของภาคอีสานที่ควรได้รับการจัดการมากที่สุด พบว่า
อันดับที่ 1 คนอีสานมีจำนวนคนจนมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร จึงไม่สามารถหลุดพ้นความยากจนได้มากถึงร้อยละ 63.5
รองลงมาคือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของภาคอีสานมีขนาดเล็กมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าระดับประเทศจึงมีแนวโน้มเกิดความเหลื่อมล้ำทางรายได้เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ อยู่ที่ร้อยละ 49.1
และอันดับที่ 3 คือเรื่องปัญหาภาคการผลิตหลักด้านการเกษตร ยังเป็นแบบดั้งเดิมพึ่งพาธรรมชาติทำให้มีผลผลิตภาพต่ำและมีการใช้สารเคมีสูง อยู่ที่ร้อยละ 40.3 ซึ่งเป็น 3 นโยบายสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดใหม่ จะต้องดำเนินการทันทีเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนอีสานหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ"
ผศ.ดร.
สุทิน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับนโยบายที่โดนใจที่สุด 5 อันดับแรกที่คนอีสานชื่นชอบและต้องการประกอบด้วย
นโยบายประกันรายได้เพื่อชีวิตที่มั่นคงอยู่ที่ร้อยละ 42.2
รองลงมาคือนโยบายเกษตรกรก้าวหน้าปลดหนี้เกษตรกร ร้อยละ 41.1
ตามด้วยนโยบายการกระจายอำนาจให้จังหวัดและประชาชนอยู่ที่ร้อยละ 32.5,
นโยบายเรื่องการตั้งกองทุนข้าวแบ่งกำไรชาวนา 70% อยู่ที่ร้อยละ 27.3
และนโยบายเรื่องการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในการผลิตพืชปลอดสารพิษ อยู่ที่ร้อยละ 26.7
อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจความคิดเห็นของอีสานโพลในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสานจากกลุ่มตัวย่างนั้นมีความเชื่อมั่นในการสำรวจได้ถึงร้อยละ 99 และมีความคลาดเคลื่อนที่บวกและลบในสัดส่วนร้อยละ 4
เรือนจำเผย แกนนำพันธมิตร เข้าคุกวันแรก ป่วยทุกคน จำลอง ไม่ยอมกินข้าวผัด!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2206263
แกนนำพันธมิตร ราชทัณฑ์ ส่งเข้าแดนแรกรับ โรคเพียบ มื้อแรกกินข้าวผัด ยกเว้น พล.ต.จำลอง
พันธมิตร เข้าคุกวันแรก – เมื่อวันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ
ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการรับตัวแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) หลังศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกในคดียึดทำเนียบรัฐบาล คน 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
โดยมีประกอบด้วยพล.ต.
จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นาย
สนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นาย
พิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นาย
สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นาย
สมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี และนาย
สุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปีคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ว่า
ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่าได้นำตัว 5 แกนนำพันธมิตร เข้ามาคุมยังแดนแรกรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกายทำประวัติผู้ต้องขังตามขั้นตอน เรือนจำ ซึ่งผลจากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าทั้ง5รายมีโรค ประจำตัว พล.ต.
จำลอง มีอาการปวดไหล่ขวาเรื้อรัง และเคยผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ 3เส้น นาย
สมศักดิ์เคยรับการรักษาผ่าต้อเนื้อที่ตา
นาย
พิภพป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโตไขมันเลือดสูง นาย
สุริยะใส มีโรคประจำตัวความดันสูง เคยทำเอ็มอาร์ไอ มีอาการชาซีกขวา และนาย
สมเกียรติ ป่วยด้วยโรคความดันสูง เคยได้ผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดในสมองตีบและสมองขาดเลือด
ทั้งนี้อาการป่วย ของผู้ต้องขังทุกรายนั้นมียารักษาอาการประจำตัว อย่างไรก็ตามในเรือนจำแพทย์ตรวจอาการ เบื้องต้นคิดว่าจะให้ทั้งหมดอยู่ในแดนแรกรับ 2 สัปดาห์ เพื่อปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำ เรียนรู้กฎระเบียบ
ด้านนาย
กริช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตมขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ เข้าเรือนจำ คือตรวจร่างกายถ่ายภาพทำประวัติ ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่ก็อายุมาก มีโรคประจำตัวทุกราย
และตอนเข้ามาในเรือนจำทั้งหมดยังไม่ได้กินข้าว ทางเรือนจำก็จัดข้าวผัดให้ทุกคนได้รับประทานซึ่งก็รับประทานกันหมด มีเพียงพล.ต.จำลอง ที่ทางเรือนจำจัดข้าว กับผัดผักให้ เนื่องจากทานมังสวิรัต โดยทั้งก็มีอาการเครียดเล็กน้อยตามสภาพ ไม่มีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 ราย ได้เจอกับแกนนำนปช. ในเรือนจำหรือไม่ นาย
กริช กล่าวว่า ได้พบเจอกับ
ทอม ดันดี แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร พูดคุยกันปกติ ซึ่งผู้ต้องขังทุกรายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนเวลาเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ทุกคนก็เหมือนกันหมดไม่มีใครทะเลาะ หรือมีปัญหา ด้วยระบบของเรือนจำ ที่ต้องอยู่ร่วมกัน
JJNY : 5in1 อีสานโพล เพื่อไทยนำโด่ง/เรือนจำเผยวันแรกพธม./ชาวสวนปาล์มแจ้งความบ.-จนท.ละเลย/ดอกไม้ไม่คึกคัก/ฝุ่นกลับมาอีก
https://www.thairath.co.th/content/1495358
อีสานโพล สำรวจพรรคการเมืองที่คนอีสาน มีแนวโน้มให้การสนับสนุน "เพื่อไทย" นำโด่ง ที่ 44.8% ตามมาด้วย "อนาคตใหม่" ส่วนพลังประชารัฐมาลำดับที่ 4 พร้อมระบุ "การแก้ไขปัญหาความยากจน" เป็นสิ่งที่ท้าทายที่ทุกพรรคการเมือง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน หรืออีสานโพล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดเผยผลการสำรวจเรื่องพรรคที่ชอบและนโยบายที่ใช่ของคนอีสาน ที่ได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.ประจำปี 2562 ที่จะมาถึงนั้นคนอีสานมีแนวโน้มในการให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด รองลงมาคือพรรคอนาคตใหม่, พรรคไทยรักษาชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์
ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในการให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งประจำปี 2562 พบว่าอันดับ 1 ให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย มากถึงร้อยละ 44.8 รองลงมาคือผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 21.2 ตามด้วยผู้สมัครจากพรรคไทยรักษาชาติ ร้อยละ 7.5,พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.4, พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 6.1, พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.9 ส่วนที่เหลือร้อยละ 9.1 ให้การสนับสนุนพรรคอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจหรือไม่ไปเลือกตั้ง
"ขณะที่การสำรวจถึงปัญหาและความท้าทายของภาคอีสานที่ควรได้รับการจัดการมากที่สุด พบว่า
อันดับที่ 1 คนอีสานมีจำนวนคนจนมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร จึงไม่สามารถหลุดพ้นความยากจนได้มากถึงร้อยละ 63.5
รองลงมาคือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของภาคอีสานมีขนาดเล็กมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าระดับประเทศจึงมีแนวโน้มเกิดความเหลื่อมล้ำทางรายได้เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ อยู่ที่ร้อยละ 49.1
และอันดับที่ 3 คือเรื่องปัญหาภาคการผลิตหลักด้านการเกษตร ยังเป็นแบบดั้งเดิมพึ่งพาธรรมชาติทำให้มีผลผลิตภาพต่ำและมีการใช้สารเคมีสูง อยู่ที่ร้อยละ 40.3 ซึ่งเป็น 3 นโยบายสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดใหม่ จะต้องดำเนินการทันทีเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนอีสานหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ"
ผศ.ดร.สุทิน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับนโยบายที่โดนใจที่สุด 5 อันดับแรกที่คนอีสานชื่นชอบและต้องการประกอบด้วย
นโยบายประกันรายได้เพื่อชีวิตที่มั่นคงอยู่ที่ร้อยละ 42.2
รองลงมาคือนโยบายเกษตรกรก้าวหน้าปลดหนี้เกษตรกร ร้อยละ 41.1
ตามด้วยนโยบายการกระจายอำนาจให้จังหวัดและประชาชนอยู่ที่ร้อยละ 32.5,
นโยบายเรื่องการตั้งกองทุนข้าวแบ่งกำไรชาวนา 70% อยู่ที่ร้อยละ 27.3
และนโยบายเรื่องการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในการผลิตพืชปลอดสารพิษ อยู่ที่ร้อยละ 26.7
อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจความคิดเห็นของอีสานโพลในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสานจากกลุ่มตัวย่างนั้นมีความเชื่อมั่นในการสำรวจได้ถึงร้อยละ 99 และมีความคลาดเคลื่อนที่บวกและลบในสัดส่วนร้อยละ 4
เรือนจำเผย แกนนำพันธมิตร เข้าคุกวันแรก ป่วยทุกคน จำลอง ไม่ยอมกินข้าวผัด!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2206263
พันธมิตร เข้าคุกวันแรก – เมื่อวันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการรับตัวแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) หลังศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกในคดียึดทำเนียบรัฐบาล คน 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
โดยมีประกอบด้วยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปีคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ว่า
ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่าได้นำตัว 5 แกนนำพันธมิตร เข้ามาคุมยังแดนแรกรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกายทำประวัติผู้ต้องขังตามขั้นตอน เรือนจำ ซึ่งผลจากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าทั้ง5รายมีโรค ประจำตัว พล.ต.จำลอง มีอาการปวดไหล่ขวาเรื้อรัง และเคยผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ 3เส้น นายสมศักดิ์เคยรับการรักษาผ่าต้อเนื้อที่ตา
นายพิภพป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโตไขมันเลือดสูง นายสุริยะใส มีโรคประจำตัวความดันสูง เคยทำเอ็มอาร์ไอ มีอาการชาซีกขวา และนายสมเกียรติ ป่วยด้วยโรคความดันสูง เคยได้ผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดในสมองตีบและสมองขาดเลือด
ทั้งนี้อาการป่วย ของผู้ต้องขังทุกรายนั้นมียารักษาอาการประจำตัว อย่างไรก็ตามในเรือนจำแพทย์ตรวจอาการ เบื้องต้นคิดว่าจะให้ทั้งหมดอยู่ในแดนแรกรับ 2 สัปดาห์ เพื่อปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำ เรียนรู้กฎระเบียบ
ด้านนายกริช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตมขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ เข้าเรือนจำ คือตรวจร่างกายถ่ายภาพทำประวัติ ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่ก็อายุมาก มีโรคประจำตัวทุกราย
และตอนเข้ามาในเรือนจำทั้งหมดยังไม่ได้กินข้าว ทางเรือนจำก็จัดข้าวผัดให้ทุกคนได้รับประทานซึ่งก็รับประทานกันหมด มีเพียงพล.ต.จำลอง ที่ทางเรือนจำจัดข้าว กับผัดผักให้ เนื่องจากทานมังสวิรัต โดยทั้งก็มีอาการเครียดเล็กน้อยตามสภาพ ไม่มีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 ราย ได้เจอกับแกนนำนปช. ในเรือนจำหรือไม่ นายกริช กล่าวว่า ได้พบเจอกับทอม ดันดี แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร พูดคุยกันปกติ ซึ่งผู้ต้องขังทุกรายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนเวลาเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ทุกคนก็เหมือนกันหมดไม่มีใครทะเลาะ หรือมีปัญหา ด้วยระบบของเรือนจำ ที่ต้องอยู่ร่วมกัน