ลิเวอร์พูลกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง และก็เป็นชัยชนะที่สำคัญมากๆ เพราะนัดนี้หากไม่สามารถชนะได้ อาจมีการโดนทิ้งหลายแต้มยาวๆ เพราะนัดต่อไปจะต้องเจอกับทีมฟอร์มแรงในยุคนี้และเป็นคู่รักคู่แค้น นั่นคือแมนยูนั่นเอง เรามาดูว่ามีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้างในเกมนี้
1.บอร์นมัธวันนี้ไม่ได้มารับอย่างเดียว สังเกตว่าแพ็คกลางแน่น5ตัว กะรับแล้วสวนเน้นโดยมี เฟรเซอร์ และซูมัน ที่เป็นตัวสำคัญ จริงๆวันนี้บอร์นมัธโชคร้ายนิดหน่อยที่แสตนิลาสไม่ได้ลงตัวจริง จึงต้องเอาไอบ์ลง ไอบ์ก็มีที่ความเร็วและความแข็ง จะได้เปรียบเรื่องการชน แต่ก็ยังอันตรายน้อยกว่าแสตนิลาส
2.บอร์นมัธเป็นทีมกลางตารางที่พยายามปรับรูปแบบการเล่นให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งการเล่นกับทีมใหญ่ๆมันไม่สามารถทำได้ ผมจำได้ว่านัดแรกที่แพ้0-4ให้ลิเวอร์พูล ตอนนั้นบอร์นมัธพยายามเล่นสวยงาม จ่ายตามช่อง แทบไม่มีบอลหนักเลย ผลคือเละเทะ
3.วันนี้บอร์นมัธยังเล่นคล้ายๆแบบเดิม แต่เน้นกลางแน่นขึ้นและการส่งน้อยจังหวะ
4.การลากเลื้อยของไอบ์ ไม่ค่อยสร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลมากเท่าไรนัก ไอบ์เนื่องเลี้ยงบอลไม่ค่อยเชื่องเท้าเท่าไร
5.วันนี้หลังลิเวอร์พูลไม่ค่อยทำงานหนักมากเท่าไร อาจจะเป็นเพราะการจัดกองกลางของลิเวอร์พูลซึ่งเป็นกลางเอนกประสงค์ทั้ง3ตัว คือรุกได้ รับได้ ซึ่งฟาบินโญ่ ไวนัลดุม และเกอิต้าวันนี้ดูทุ่มเท และช่วยวิ่งไล่ดี
6.ฟาบินโญ่เหมือนกองหลังที่อยู่ในกองหลาง ถึงแม้เค้าจะไม่ได้เป็นกองหลังธรรมชาติ แต่มีทางบอลและเซ้นส์การไล่สกัดบอลแถมสูงยาว จ้อเสียคือ ยังช้าไปนิด เพราะเกือบโดนตัดบอลได้ ดีที่ยาวเลยตามสกัดคืนได้เช่นกัน
7.ไวนัลดุมก็เป็นอีกตัวที่สารพัดประโยชน์มาก ตัวนี้สมดุลยืทั้งรุกและรับ แถมมีความเร็ว ถ้าใครจำได้ตอนที่ดุมอยู่นิวคาสเซิล เค้าเล่นเป็นกองหน้าและกลางรุกแถมยิงลิเวอร์พูลอีกด้วย วันนี้ก็ไม่แปลกใจที่เห็นเค้ายิงประตูสวยๆ เพราะไวนัลดุมมีความเป็นเพชฌฆาตในตัว ที่การที่เราไม่ค่อยได้เห็นเค้ายิงเพราะเค้าไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น จังหวะไหนที่ยิงได้เราจะเห็นไวนัลดุมส่งเสียส่วนใหญ่ แต่วันนี้ที่ยิงน่าจะมาจากแท็คติกด้วย
8.เกอิต้านั้นจะดูด้อยหน่อยใน3คนนี้แต่ก็ดีขึ้น ถ้าคุณเป็นผู้จัดการทีมและอยากให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น คุณต้องมั่นใจในนักเตะทุกคนเหมือนที่ป๋าเคยมั่นใจในตัวแอนดี้ โคล จากที่ช่วงแรกเป็นสากกะเบือ จนกลายเป็นยอดดาวยิงเพราะได้ความไว้ใจจากป๋า เกอิต้าก็เช่นกัน เพราะมันไม่มีตัวเลือกอื่นอีกนอกจากต้องทำให้ผู้เล่นทั้งตัวจริงและตัวสำรองแกร่งเท่ากัน ตล็อปป์ต้องเอาเกอิต้าลงเพื่อเพิ่มความคุ้นเคยและความแกร่งให้เกอิต้าไปเรื่อย และคล็อปป์ก็จะต้องทำแบบนี้กับสำรองทุกคน มันไม่มีทางที่จะเล่นแย่ไปทุกเกม เพราะทุกคนมันต้องมีพัฒนาการ วันนี้เกอิต้าก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่การส่งบอลก็ยังมีโดนตัดบ้าง ลงไปช่วยรับดีขึ้น แรงกระแทกถือว่าดีขึ้นถึงจะยังกระเด็นอยู่บ้าง
9.แผนการเล่นที่เห็นได้ชัดวันนี้คือการเข้าทำที่หลากหลายขึ้น แต่เป็นการเข้าทำที่หลายหลายซึ่งต่างจากการเข้าทำที่เคยเล่นกัน
10.นั่นคือ ก่อนโกเมซกับเทรนท์เจ็บ ลิเวอร์พูลจะเน้นต่อบอลไว บอลสูตร การต่อบอลในพื้นที่สุดท้าย การโยนจากวิงแบ็ค การลุยของซาล่าห์และมาเน่
11. ช่วงที่เทรนท์กับโกเมซเจ็บ การเข้าทำเปลี่ยนไปเพราะหลังเริ่มไม่แน่น ลิเวอร์พูลเน้นครองบอล และเคาะไปมา ส่งตามช่อง ใช้วิงแบ็ค ใช้การลุยของซาล่าห์และมาเน่ การต่อบอลในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งการใช้การลุยของซาล่าห์กับนั้นไม่ค่อยได้ผล เพราะโดนจับตาย ส่วนมาเน่ยังลุยได้ แต่ก็ยังส่งผลให้การต่อบอลในพื้นที่สุดท้ายมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถทำประตูได้
12. การเล่นในนัดนี้ที่ต่างไปจากเดิมคือ กองกลางทั้ง3ตัวพยายามใช้ความสามาถเฉพาะตัวมากขึ้น ผลก็คือเกิดการเข้าทำที่หลากหลายขึ้น เพราะแนวรับบอลมัธเล่นแบบประกบติดหมด ถ้ามีคนเลี้ยงบอลไปเองก็จะกินแดนเข้าไปได้ โดยไม่มีคนประกบ วันนี้เหมือนบอร์นมัธจะมีปัญหาเรื่องการประกบ เพราะจากที่กลางลิเวอร์พูลไม่ค่อยเลี้ยง ทำให้แนวรับคู่ต่อสู้เลือกลงไปรับต่ำเพราะรู้ว่าถ้าไม่มีตัวส่งก็จะเคาะไปมาไม่ก็โยน กลับกลายเป็นว่ากลางเลี้ยงจี้เข้าไป โดยเฉพาะไวนัลดุมนั้นวันนี้จี๊ดจ๊าดมาก การที่กลองกลางมีอิสระมากขึ้น กล้าลุยกล้าเลี้ยง ทำให้แดนหน้ามีอิสระมากขึ้นเช่นกัน เพราะกองหลังบอร์นมัธต้องมาพะวงกับกองกลางเพิ่ม
13.อีกแท็คติกนึงที่น่าจะโดนคล็อปป์กำชับมานอกจากเรื่องของกองกลางที่กล้าลุยขึ้นคือการยิงไกล จะเห็นว่าวันนี้ลิเวอร์พูลจะมีการยิงไกลมากขึ้น ซึ่งทีมที่ชอบแพ็คแบบนี้จะมีโอกาสโดนส่องไกล ดังนั้นหากลอยขึ้นมาบล็อคยิงไกลก็จะโดนเจาะเข้าไปยิงได้เช่นกัน การเพิ่มความหลากหลายแบบนี้ทำให้แนวรับบอร์นมัธค่อนข้างรวน เสียอย่างเดียวตัวยิงไกลลิเวอร์พูลยิงไม่แม่น แต่คล็อปป์อาจไม่ได้หวังให้ยิงเป็นประตูอยู่แล้ว แค่ยิงให้คู่ต่อสู้พะวงเท่านั้นเอง
14.วันนี้ฟีร์มิโน่กล้บมาเล่น False9ได้ดีขึ้น มีรับลูกแล้วส่งไว ลูกความสามารถเฉพาะตัว และตะลุยกินแดน ฟีร์มิโนเป็นนักบอลที่ไม่ไวมากแต่ตะลุยเก่ง เป็นนักเตะที่ไม่เลี้ยงหลอกแบบพร่ำเพรื่อ แต่จะคอยมองเท้าคู่ต่อสู้ตลอดว่าจะแหย่มาเมื่อไร แล้วแกจะเลี้ยงหลบทันที
ถ้าลิเวอร์พูลเล่นแบบนี้จะมีออพชั่นเกมบุกเทียบเท่าแมนซิตี้และแมนยู คือ มีการต่อบอล การใช้ความสามารถเฉพาะตัว ยิงไกล วิงแบ็ค จะมีฟรีคิกที่อาจจะยังสู้ไม่ได้ เพราะส่วนมากลิเวอร์พูลจะเลือกโยนเข้าไป ไม่ยิงเอง
15. สามประสานSMFดูเข้าจังหวะกันมากขึ้นนิดนึง จ่ายในจังหวะที่ควรจ่าย และยิงในจังหวะที่ควรยิง แต่ที่ไม่เป็นประตู ผมมองว่ามันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ทั้ง3คนไม่ถึงกับคมมาก ต้องใช้การเข้าทำที่มากกว่านี้ถึงจะยิงได้เพิ่ม สังเกตว่าฤดูกาลก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลเข้าทำในแต่ละนัดเยอะมาก แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้น้อย นัดนี้ก็เช่นกัน มาเน่นั้นยิงแรงแต่ไม่ตรง ซาล่าห์ยิงตรงแต่ควบคุมน้ำหนักไม่ดี แรงบ้าง เบาบ้าง ถ้าแรงก็ข้ามคาน เบาก็รับสบาย ฟีร์มิโน่ ยิงตรงแต่เบา
16.พูดถึงเรื่องความหลากหลายของเกมบุกตอนนี้ผมยกให้แมนยูหลากหลายสุด โดยผมขอให้คะแนนประมาณนี้
-แมนยู การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 9 ยิงไกล 8 วิงแบ็ค 7 ฟรีคิก 8
-แมนซิตี้ การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 8 ยิงไกล 8 วิงแบ็ค 6 ฟรีคิก 8
-ลิเวอร์พูล การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 8 ยิงไกล 6 วิงแบ็ค 8 ฟรีคิก 7
ผมมองว่านักเตะแมนยูมีเจ๋งๆหลายคนมาก พอได้แผนที่ถูกใจก็โชว์ของกันสุดฤทธิ์ โดยมีตัวแสบหลายตัว เช่น แรชฟอร์ด ลูกากู ซานเชส ป๊อกบา มาร์ชิอัล มาต้า แถม เอรืเรร่า กับมาติชก็จับคู่กัยดีมากเรียกว่าผมกล้าฟันธงได้เลยว่าจะสามารถเอาชนะทั้งลิเวอร์พูลและแมนซิตี้ได้แน่นอนเพราะสิ่งที่แมนยูมีมากกว่าใครตอนนี้คือความทุ่มเทและความกระหายชัยชนะ
17.ศึกต่อไปของลิเวอร์พูลคือแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งผมมองว่าลิเวอร์พูลน่าจะแพ้กลับมา แต่ก็อยากให้ออกมาเสมอจะดีที่สุด เพราะเป็นไปได้ยากที่จะชนะ ยังไงเราก็มาดูกันต่อไปครับง่าจะเป็นยังไง
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=364964690961599&id=341536523304416&__tn__=K-R
อย่าเพิ่งมองว่าแกชอบติลิเวอร์พูลนะครับ การมองเห็นจุดอ่อนของทีมรักผมว่าดีมาก ขณะเดียวกันการมองเห็นจุดแข็งของคู่ต่อสู้ก็ถือว่าดี อ่านกันเพลินๆครับ
ประเด็นหลังเกม ลิเวอร์พูล เวสต์แฮม โดยแฟนหงส์รุ่นลุงครับ
1.บอร์นมัธวันนี้ไม่ได้มารับอย่างเดียว สังเกตว่าแพ็คกลางแน่น5ตัว กะรับแล้วสวนเน้นโดยมี เฟรเซอร์ และซูมัน ที่เป็นตัวสำคัญ จริงๆวันนี้บอร์นมัธโชคร้ายนิดหน่อยที่แสตนิลาสไม่ได้ลงตัวจริง จึงต้องเอาไอบ์ลง ไอบ์ก็มีที่ความเร็วและความแข็ง จะได้เปรียบเรื่องการชน แต่ก็ยังอันตรายน้อยกว่าแสตนิลาส
2.บอร์นมัธเป็นทีมกลางตารางที่พยายามปรับรูปแบบการเล่นให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งการเล่นกับทีมใหญ่ๆมันไม่สามารถทำได้ ผมจำได้ว่านัดแรกที่แพ้0-4ให้ลิเวอร์พูล ตอนนั้นบอร์นมัธพยายามเล่นสวยงาม จ่ายตามช่อง แทบไม่มีบอลหนักเลย ผลคือเละเทะ
3.วันนี้บอร์นมัธยังเล่นคล้ายๆแบบเดิม แต่เน้นกลางแน่นขึ้นและการส่งน้อยจังหวะ
4.การลากเลื้อยของไอบ์ ไม่ค่อยสร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลมากเท่าไรนัก ไอบ์เนื่องเลี้ยงบอลไม่ค่อยเชื่องเท้าเท่าไร
5.วันนี้หลังลิเวอร์พูลไม่ค่อยทำงานหนักมากเท่าไร อาจจะเป็นเพราะการจัดกองกลางของลิเวอร์พูลซึ่งเป็นกลางเอนกประสงค์ทั้ง3ตัว คือรุกได้ รับได้ ซึ่งฟาบินโญ่ ไวนัลดุม และเกอิต้าวันนี้ดูทุ่มเท และช่วยวิ่งไล่ดี
6.ฟาบินโญ่เหมือนกองหลังที่อยู่ในกองหลาง ถึงแม้เค้าจะไม่ได้เป็นกองหลังธรรมชาติ แต่มีทางบอลและเซ้นส์การไล่สกัดบอลแถมสูงยาว จ้อเสียคือ ยังช้าไปนิด เพราะเกือบโดนตัดบอลได้ ดีที่ยาวเลยตามสกัดคืนได้เช่นกัน
7.ไวนัลดุมก็เป็นอีกตัวที่สารพัดประโยชน์มาก ตัวนี้สมดุลยืทั้งรุกและรับ แถมมีความเร็ว ถ้าใครจำได้ตอนที่ดุมอยู่นิวคาสเซิล เค้าเล่นเป็นกองหน้าและกลางรุกแถมยิงลิเวอร์พูลอีกด้วย วันนี้ก็ไม่แปลกใจที่เห็นเค้ายิงประตูสวยๆ เพราะไวนัลดุมมีความเป็นเพชฌฆาตในตัว ที่การที่เราไม่ค่อยได้เห็นเค้ายิงเพราะเค้าไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น จังหวะไหนที่ยิงได้เราจะเห็นไวนัลดุมส่งเสียส่วนใหญ่ แต่วันนี้ที่ยิงน่าจะมาจากแท็คติกด้วย
8.เกอิต้านั้นจะดูด้อยหน่อยใน3คนนี้แต่ก็ดีขึ้น ถ้าคุณเป็นผู้จัดการทีมและอยากให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น คุณต้องมั่นใจในนักเตะทุกคนเหมือนที่ป๋าเคยมั่นใจในตัวแอนดี้ โคล จากที่ช่วงแรกเป็นสากกะเบือ จนกลายเป็นยอดดาวยิงเพราะได้ความไว้ใจจากป๋า เกอิต้าก็เช่นกัน เพราะมันไม่มีตัวเลือกอื่นอีกนอกจากต้องทำให้ผู้เล่นทั้งตัวจริงและตัวสำรองแกร่งเท่ากัน ตล็อปป์ต้องเอาเกอิต้าลงเพื่อเพิ่มความคุ้นเคยและความแกร่งให้เกอิต้าไปเรื่อย และคล็อปป์ก็จะต้องทำแบบนี้กับสำรองทุกคน มันไม่มีทางที่จะเล่นแย่ไปทุกเกม เพราะทุกคนมันต้องมีพัฒนาการ วันนี้เกอิต้าก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่การส่งบอลก็ยังมีโดนตัดบ้าง ลงไปช่วยรับดีขึ้น แรงกระแทกถือว่าดีขึ้นถึงจะยังกระเด็นอยู่บ้าง
9.แผนการเล่นที่เห็นได้ชัดวันนี้คือการเข้าทำที่หลากหลายขึ้น แต่เป็นการเข้าทำที่หลายหลายซึ่งต่างจากการเข้าทำที่เคยเล่นกัน
10.นั่นคือ ก่อนโกเมซกับเทรนท์เจ็บ ลิเวอร์พูลจะเน้นต่อบอลไว บอลสูตร การต่อบอลในพื้นที่สุดท้าย การโยนจากวิงแบ็ค การลุยของซาล่าห์และมาเน่
11. ช่วงที่เทรนท์กับโกเมซเจ็บ การเข้าทำเปลี่ยนไปเพราะหลังเริ่มไม่แน่น ลิเวอร์พูลเน้นครองบอล และเคาะไปมา ส่งตามช่อง ใช้วิงแบ็ค ใช้การลุยของซาล่าห์และมาเน่ การต่อบอลในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งการใช้การลุยของซาล่าห์กับนั้นไม่ค่อยได้ผล เพราะโดนจับตาย ส่วนมาเน่ยังลุยได้ แต่ก็ยังส่งผลให้การต่อบอลในพื้นที่สุดท้ายมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถทำประตูได้
12. การเล่นในนัดนี้ที่ต่างไปจากเดิมคือ กองกลางทั้ง3ตัวพยายามใช้ความสามาถเฉพาะตัวมากขึ้น ผลก็คือเกิดการเข้าทำที่หลากหลายขึ้น เพราะแนวรับบอลมัธเล่นแบบประกบติดหมด ถ้ามีคนเลี้ยงบอลไปเองก็จะกินแดนเข้าไปได้ โดยไม่มีคนประกบ วันนี้เหมือนบอร์นมัธจะมีปัญหาเรื่องการประกบ เพราะจากที่กลางลิเวอร์พูลไม่ค่อยเลี้ยง ทำให้แนวรับคู่ต่อสู้เลือกลงไปรับต่ำเพราะรู้ว่าถ้าไม่มีตัวส่งก็จะเคาะไปมาไม่ก็โยน กลับกลายเป็นว่ากลางเลี้ยงจี้เข้าไป โดยเฉพาะไวนัลดุมนั้นวันนี้จี๊ดจ๊าดมาก การที่กลองกลางมีอิสระมากขึ้น กล้าลุยกล้าเลี้ยง ทำให้แดนหน้ามีอิสระมากขึ้นเช่นกัน เพราะกองหลังบอร์นมัธต้องมาพะวงกับกองกลางเพิ่ม
13.อีกแท็คติกนึงที่น่าจะโดนคล็อปป์กำชับมานอกจากเรื่องของกองกลางที่กล้าลุยขึ้นคือการยิงไกล จะเห็นว่าวันนี้ลิเวอร์พูลจะมีการยิงไกลมากขึ้น ซึ่งทีมที่ชอบแพ็คแบบนี้จะมีโอกาสโดนส่องไกล ดังนั้นหากลอยขึ้นมาบล็อคยิงไกลก็จะโดนเจาะเข้าไปยิงได้เช่นกัน การเพิ่มความหลากหลายแบบนี้ทำให้แนวรับบอร์นมัธค่อนข้างรวน เสียอย่างเดียวตัวยิงไกลลิเวอร์พูลยิงไม่แม่น แต่คล็อปป์อาจไม่ได้หวังให้ยิงเป็นประตูอยู่แล้ว แค่ยิงให้คู่ต่อสู้พะวงเท่านั้นเอง
14.วันนี้ฟีร์มิโน่กล้บมาเล่น False9ได้ดีขึ้น มีรับลูกแล้วส่งไว ลูกความสามารถเฉพาะตัว และตะลุยกินแดน ฟีร์มิโนเป็นนักบอลที่ไม่ไวมากแต่ตะลุยเก่ง เป็นนักเตะที่ไม่เลี้ยงหลอกแบบพร่ำเพรื่อ แต่จะคอยมองเท้าคู่ต่อสู้ตลอดว่าจะแหย่มาเมื่อไร แล้วแกจะเลี้ยงหลบทันที
ถ้าลิเวอร์พูลเล่นแบบนี้จะมีออพชั่นเกมบุกเทียบเท่าแมนซิตี้และแมนยู คือ มีการต่อบอล การใช้ความสามารถเฉพาะตัว ยิงไกล วิงแบ็ค จะมีฟรีคิกที่อาจจะยังสู้ไม่ได้ เพราะส่วนมากลิเวอร์พูลจะเลือกโยนเข้าไป ไม่ยิงเอง
15. สามประสานSMFดูเข้าจังหวะกันมากขึ้นนิดนึง จ่ายในจังหวะที่ควรจ่าย และยิงในจังหวะที่ควรยิง แต่ที่ไม่เป็นประตู ผมมองว่ามันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ทั้ง3คนไม่ถึงกับคมมาก ต้องใช้การเข้าทำที่มากกว่านี้ถึงจะยิงได้เพิ่ม สังเกตว่าฤดูกาลก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลเข้าทำในแต่ละนัดเยอะมาก แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้น้อย นัดนี้ก็เช่นกัน มาเน่นั้นยิงแรงแต่ไม่ตรง ซาล่าห์ยิงตรงแต่ควบคุมน้ำหนักไม่ดี แรงบ้าง เบาบ้าง ถ้าแรงก็ข้ามคาน เบาก็รับสบาย ฟีร์มิโน่ ยิงตรงแต่เบา
16.พูดถึงเรื่องความหลากหลายของเกมบุกตอนนี้ผมยกให้แมนยูหลากหลายสุด โดยผมขอให้คะแนนประมาณนี้
-แมนยู การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 9 ยิงไกล 8 วิงแบ็ค 7 ฟรีคิก 8
-แมนซิตี้ การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 8 ยิงไกล 8 วิงแบ็ค 6 ฟรีคิก 8
-ลิเวอร์พูล การต่อบอล 8 การใช้ความสามารถเฉพาะตัว 8 ยิงไกล 6 วิงแบ็ค 8 ฟรีคิก 7
ผมมองว่านักเตะแมนยูมีเจ๋งๆหลายคนมาก พอได้แผนที่ถูกใจก็โชว์ของกันสุดฤทธิ์ โดยมีตัวแสบหลายตัว เช่น แรชฟอร์ด ลูกากู ซานเชส ป๊อกบา มาร์ชิอัล มาต้า แถม เอรืเรร่า กับมาติชก็จับคู่กัยดีมากเรียกว่าผมกล้าฟันธงได้เลยว่าจะสามารถเอาชนะทั้งลิเวอร์พูลและแมนซิตี้ได้แน่นอนเพราะสิ่งที่แมนยูมีมากกว่าใครตอนนี้คือความทุ่มเทและความกระหายชัยชนะ
17.ศึกต่อไปของลิเวอร์พูลคือแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งผมมองว่าลิเวอร์พูลน่าจะแพ้กลับมา แต่ก็อยากให้ออกมาเสมอจะดีที่สุด เพราะเป็นไปได้ยากที่จะชนะ ยังไงเราก็มาดูกันต่อไปครับง่าจะเป็นยังไง
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=364964690961599&id=341536523304416&__tn__=K-R
อย่าเพิ่งมองว่าแกชอบติลิเวอร์พูลนะครับ การมองเห็นจุดอ่อนของทีมรักผมว่าดีมาก ขณะเดียวกันการมองเห็นจุดแข็งของคู่ต่อสู้ก็ถือว่าดี อ่านกันเพลินๆครับ