คือช่วงนี้เด็กม.6ต้องเตรียมตัวต่อในระดับอุดมศึกษาและเป็นโครงสุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องอ่านหนังสือกันผมก็ด้วย แต่ผมเป็นคนที่ถ้าอ่านเองจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อ่าน มีครั้งหนึ่งผมลองอ่านหนังสือเพื่อทำโจทย์คณิตแต่อ่านเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักทีเลยให้เพื่อนช่วยอธิบายช่วยสอนแค่10นาทีผมก็เข้าใจแล้ว ผมก็เลยชอบหาดูติวเตอร์ที่สอนตามเน็ตหรือโซเชียล แล้วมีช่วงหนึ่งที่ผมกำลังตั้งใจติวอย่างเมามันผ่านมือถือ พ่อผมก็เดินผ่านแล้วพูดว่า อ่านหนังสือบ้างนะใกล้สอบแล้ว ผมก็ไม่อะไรมากคิดว่าพูดด้วยความเป็นห่วง ประมาณ15นาทีต่อมาผมก็เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วพ่อผมก็พูดว่า หนังสือก็ไม่อ่านเล่นแต่โทรศัพร์ คือแบบ WTF ผมก็บอกไปว่าอ่อผมติวผ่านโทรศัพเอาเดียวนี้เค้ามีสอนตามเน็ตเต็มเลย พ่อผมก็พูด เรอะ แล้วก็เดินไปก็คิดว่าเข้าใจแล้ว พอช่วงเย็นๆกินข้าวกันพ่อผมก็พูดขึ้นมาอีกว่าโทรศัพร์หนะเล่นให้มันน้อยๆลงหน่อยแล้วก็อ่านหนังสือบ้างนะ ผมก็บอกว่าผมอ่านในโทรศัพร์เอา แต่ผมเริ่มใช้น้ำเสียงไม่พอใจแล้วคือแบบต้องอ่านหนังสืออย่างเดียวใช้มั้ย เดียวนี้โลกไปดวงจันทร์แล้วพ่อรู้ยัง แล้วพ่อผมก็เริ่มทำสีหน้าไม่พอใจ แล้วก็บอกว่าอ่านเอาเองมันดีกว่าอยู่แล้วจะไปดูในโทรศัพร์ทำไมไรสาระวะ ไรสาาระะใช้คำว่าไรสาระด้วย ผมก็เลยไม่เถียงต่อเพราะบ้านผมเซ้นเซอถีบกับการเถียงมาก คือเถียงนี้โดนด่ายับแน่ แต่คือไม่เข้าใจพ่อผมก็ไม่ใช้คนหัวโบราณนะ โทรศัพร์ก็เล่นเป็น คอมก็ใช้เป็น แต่ทำไมเรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจ ผมไปเจอการวิจัยนึงบอกว่าการเรียนรู้ถ้าเราอ่านเอาเราจะเรียนรู้ได้แค่10% แต่ถ้าเราฟังหรือดูเราจะเรียนรู้ได้ 30% ผมว่ามันก็จริงสำหรับผมนะ แล้วช่วงนี้คืออยากได้กำลังใจแค่นี้ก็เครียดจะพออยู่แล้วยังจะต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก อยากถามว่าจะทำยังไงดีให้พ่อเค้าใจเรา แล้วก็อยากจะมาระบายด้วยขอบคุณจ้า
เรียนรู้จากแหล่งความรู้อื่นนอกจากหนังสือมันผิดใช้มั้ย?