ตัดสินใจคบกับญี่ปุ่นที่พึ่งรู้จัก แล้วคุยเรื่องแต่งงานกันเลย มันเร็วไปไหม

กระทู้คำถาม
เรารู้จักญี่ปุ่นคนนี้ผ่านไลน์ค่ะ รู้จักกันต้นเดือนพฤศจิกายน 2018 ตอนเริ่มคุยกัน

เขาถาม : เคยมาญี่ปุ่นไหม

เราตอบ : เคยไปดูงานที่นาโกย่า อยู่นั้น 2 เดือน ตอนปี 2013

เขาถาม : ไม่มาญี่ปุ่นอีกเหรอ อยากเจอ

เราตอบ: เราเลยบอกว่าไป ตั้งใจว่าจะไปช่วงซากุระ เพราะไม่เคยเห็นซากุระ
เขาถาม : มากับใคร

เราตอบ : ไปกับเพื่อน

ตอนนั้นเราไม่คิดจะจริงจัง กะจะคุยเพื่อเอาภาษาเฉย หากฝึกใช้ภาษาทุกวันจะทำให้หัวคิดเองอัตโนมัติ อีกอย่าง เราอกหักจากญี่ปุ่นที่คุยกันมาตั้ง 2 ปี กินข้าว ดูหนังดวยกันแทบทุกอาทิตย์ แต่ไม่เคยโดนตัวกันเลย
ช่วงเวลานั้นเรานึกว่าเขาชอบเรา เลยบอกเขาไปว่าชอบ แต่เขาบอกว่าไม่ได้ชอบเรา เลยเลิกคุยกัน เป็นเวลาเกือบ 1 ปี คิดว่าจะไม่คุยกับญี่ปุ่นแล้ว พอคุยกับเขาได้ครึ่งเดือน มีคนไม่รู้จักอยากหาคนแชร์ค่าตั๋วเครื่องบิน ตกคนละ 9 พันกว่า เราเลยตกลงกับคนนี่ แล้วไปญี่ปุ่น ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2018 เพราะคนนี้เขาจะไปทำธุระที่ญี่ปุ่นเราเลยต้องไปตามช่วงเวลาที่เขาสะดวก

พอได้ตั๋วกับที่พักแล้ว (พักโรงแรมแคปซูลหญิง) เราก็บอกผู้ชายญี่ปุ่นที่พึ่งรู้จักว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงกลางเดือนธันวาคม เขาก็ตกใจที่เราไปเร็ว และก็ดีใจมากจะได้เจอ เราบอกเขาว่าไปกับคนไม่รู้จักนะ ไม่รู้ว่าคนเขาจะโกงไหม ถ้าไปถึงสนามบินนาริตะ ค่อยดีใจนะ เพราะถ้าไปถึงแล้ว เราก็ไม่กลัวอะไรแล้ว เพราะถ้ามีปัญหา ก็มีคนคอยให้ความช่วยเหลือเยอะอยู่ทั้งที่ไทยและญี่ปุ่น

ก่อนจะไป เขาบอกอยากเจอเราแค่คนเดียว อยากคุยเรื่องต่างๆ ไม่อยากให้คนที่ไปด้วย มาเป็นก้างขวางคอ เราเลยบอกว่าได้ (ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้าไปกับคนแปลกหน้า แต่เราไม่กลัว ถ้านัดเจอในที่ที่คนพลุกพล่าน ตอนอยู่นาโกย่า เราก็เคยไปกับแปลกหน้า เขามาขอเดท เลยลองไปดู มี 2 คน ตอนนั้นคิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำไง ก็จะเตรียมการเอาตัวรอดไว้ตลอดทาง แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเรา เหมือนอย่างที่คิด อาจเพราะเราไป เรามั้งจะแต่งตัวออกแนวสาวห้าว พร้อมสู้รบรึป่าว 555)

เขาเลยถามว่าอยากไปที่ไหนไหม ถ้ามาถึงแล้ว เราเลยบอกสถานที่แถวโตเกียวไป เขาเลยจัดเวลาให้ ว่าควรไปที่ไหนดี เวลาไหน แล้วจองตั๋วเขาชมสถานที่รอเรา 1 อาทิตย์ก่อนไปญี่ปุ่น แต่เราบอกเขาไปว่า เดี๋ยวไปถึงจะคืนค่าตั๋วให้ เพราะเราไม่ได้จริงจัง

พอเราไปถึง เหมือนคนไปออกเดทกัน เขาก็พาไปเที่ยว มีช่วงเวลาที่ต้องรอให้ถึงเวลาเข้าชมโตเกียวสกายทรี 1 ชม. เลยไปนั่งรอที่ร้านกาแฟกัน เขาก็เล่าประวัติเขาให้ฟัง ว่าเคยมีแฟนกี่คน เลิกกันนานเท่าไหร่ ตอนนี้อาศัยอยู่กับใคร เอารูปอพาทเมนแล้วครอบครัวให้ดู ตัวเองทำงานอะไร เล่าหมด แล้วเขาก็ถามเรา เราก็ตอบไปนิดๆหน่อยๆ ไม่เคยเล่าประวัติตัวเองให้คนอื่นฟัง นอกจากสัมภาษณ์งาน 😂😂 แต่ก็บอกเขาว่าโสด ไม่เคยมีแฟน เขาก็ไม่เชื่อ เราบอกมีแค่คนเคยคุย แต่ไม่ได้คบกัน เราก็เปิดเฟสให้ดู เพราะเราไม่ได้โกหก

เขาก็พูดถึงเรื่องอนาคตถ้าเรากับเขาคบกัน ก็อยากให้เรามาอยู่ด้วย หลังแต่งงานก็จะย้ายออกจากบ้าน มาสร้างครอบครัวด้วยกัน

แค่เราฟังแค่นี้ เราเลยตัดสินใจว่าลองคบกับคนนี้ดีกว่า อย่างน้อยเขาก็มองไกลไปถึงอนาคตที่มีเราอยู่ด้วย ญี่ปุ่นที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคตให้เราฟังเลย แม้แต่คำว่าชอบ หรือขอคบยังไม่กล้าที่จะพูด ถ้าขี้อายขนาดนั้นเราไม่เอาหรอก มันอัดอั้น (ตอนที่คุยกับญี่ปุ่นแต่ละคนเราก็ไม่เคยโดนตัวกันเลย มีญี่ปุ่นคนนึงมาเดทกับเราวันแรก เขาตบบ่าเรา เราก็ตกใจ เลยหันไปมองหน้าแบบเคืองๆ เขาก็ขอโทษ จากนั้นเราเลิกติดต่อ 555) ต่อค่ะ....หลังจากไปเที่ยวกันแล้วเขาก็มาส่งเราที่โรงแรม แล้วเขาก็กลับฟุจิซาว่า ถือว่ามาไกลอยู่นะ ชั่วโมงครึ่งได้มั้ง เพราะเขาต้องนั่งรถไฟ แล้วต่อรถบัสอีกที

เรานัดเจอกับเขาแค่วันเดี๋ยว อีกวันที่เหลือเราไปเที่ยวเองค่ะ แล้วมีเพื่อนญี่ปุ่นในเฟส อาสาพาไปเที่ยวอีกวันค่ะ

แต่เรากับเขาก็คุยกันทุกวันนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ญี่ปุ่น หรือกลับมาไทย

มาเขาเรื่องเลยดีกว่า
ญี่ปุ่นคนนี้เขามีอะไรก็บอกเรา อันดับแรกเขาบอกเราเลยว่าเขาจนเป็นพนักงานในไลน์ผลิต รายได้ต่อปีประมาณ 3 ล้านเยน ต้องอยู่กับน้องชายและแม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ (คือต้องหารกันกับน้องชาย) เรารับได้ไหม เขาบอกเขาอยากแต่งงานกับเราจริงๆ เพราะชอบเรามาก เพราะเราไม่เหมือนผู้หญิงญี่ปุ่นที่เอาแต่ช๊อปปิ้งซื้อของแบรนเนม สำหรับเราก็ไม่คิดไรมาก ขอแค่เขารักเราจริง และคิดถึงอนาคตของเราตลอด (เขากลัวว่าถ้าเราอยู่กับเขาแล้ว เราจะรำบาก อะไรงี้) แต่เราก็บอกเงินไม่ใช่ปัญหา เราช่วยกันหาได้ เพราะถ้าเราไปอยู่ญี่ปุ่นเราก็อยากหางานทำ อยากมีเงินเป็นของตัวเอง แต่งานที่เราอยากทำคือ วิศวกร ต้องมี N2 ถึงทำได้ แต่เราได้แค่ N3 น่าจะหายาก แต่เขาบอก ไม่ต้องทำงานก็ได้ ใช้เงินเขาไปก่อน แต่เงินเดือนเขา ได้ประมาณ 2แสนห้าต่อเดือนกลัวพากันรำบาก เราเลยตกลงกันว่า ถ้าไปอยู่แล้ว เราขอไปทำพาสไทม์ก็ได้ ถ้าได้เงินก็พอ เขาก็โอเค

ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก และเริ่มคบกันวันนั้น เขาก็จะพูดถึงแต่อนาคตที่มีเราอยู่ด้วย ทั้งเรื่องแต่งงาน แต่เราบอกเขาว่า เราไม่อยากมีงานแต่งงาน เพราะเสียดายเงิน สิ้นเปลือง เก็บเงินไว้ใช้ดีกว่า เขาก็กลัวเราจะน้อยหน้าคน เขาเลยบอกงั้นจะมอบแหวนแต่งงานให้นะ แล้วก็ไปถ่ายรูปแต่งงานที่ร้านกันก็ได้ อยากให้เราใส่ชุดแต่งงานเหมือนคนอื่น ค่าถ่ายรูปที่ร้านไม่ถึง 1 แสนเยน เราเลยตกลง

ปลายเดือนมีนาคม 2019 นี้ (จองตั๋วตั้งแต่ปีที่แล้ว) เราก็จะไปโตเกียวอีก เราอยากดูซากุระ ไปดูแค่ตอนที่มันจะผลิดอกนะ ถ้าไปช่วงมันบาน ค่าใช้จ่ายสูง

เรื่องการไปนี้แน่นอน เขาก็รู้เรื่องด้วย

แล้วเมื่อ 3 วันก่อน เขาบอกเราว่า อยากพาเราไปแนะนำตัวให้ครอบครัวรู้จัก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาไปแนะนำให้เร็วที่สุด (กลัวเราไม่เชื่อใจเขามั้ง)

แล้วเมื่อวาน เขาก็ขอให้เรา พาเขาไปแนะนำให้คนในครอบครัวเรารู้จักเขาด้วย ตอนเขามาไทยช่วงวันแม่ (อันนี้เขาก็จองตั๋วมาแล้ว) เราก็ไม่อยากกลับบ้านเท่าไหร่ เพราะบ้านเราไกล เขาคงกลัวเราหลอกเขารึเปล่า 😂😂 แต่เราก็บอกเขาว่าพาไปได้นะ แต่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไป แล้วไปนอนโรงแรมเอา เพราะบ้านเราไม่มีห้องนอนให้ 😂😂 เขาก็โอเค เราบอกไปเช้าวันทื 12 กลับเช้าวันที่ 13 นะ เพราะกลับตอนเย็น ก็ไม่มีคนอยู่บ้าน

บ้านเราไม่ค่อยมีคนอยู่ ไม่รู้ไปแล้วจะเจอคนที่บ้านกันไหมนะ 😂😂 ที่แน่ๆ ตอนเย็นบอกเขาว่า เดี๋ยวไปกินข้าวที่บ้านพ่อกับเมียน้อยพ่อเอา ช่วงเช้าพาแม่ไปกินข้าวเอา เพราะบ้านเราบ้านนอกมาก เขาก็โอเค เดี๋ยวเขาจ่ายเอง เขาบอก 😆

เขาบอก เขาอยากไปบอกพ่อแม่เราว่า เขาจะขอเราแต่งงาน แต่พอไปดูสินสอดตามเนต มีคนเขียนไว้ว่าประมาณ 1 ล้านบาท เขาเริ่มคิดมาก เลยปรึกษาเราดู ว่ามันเยอะมาก พ่อแม่จะยอมไหม เราบอกอย่าคิดมาก มันเรื่องอนาคตของเรา พ่อแม่ไม่เกี่ยว อีกอย่างพ่อแม่เรา เขาไม่เรียกเงินหรอก ถ้าเรียกก็ไม่ต้องให้ มีแค่ของฝากพอ เขาเลยโล่งใจ เราก็เห็นใจเขานะ เพราะเงินเดือนเขาน้อย เลยไม่อยากให้คิดมาก

มาถึงตรงนี้แล้ว คบกับแค่ 2 เดือน แล้วตกลงใจกันเร็วขนาดนี้ มันแปลกไหม เราใจง่ายไปรึเปล่า ไม่ลองดูกันไปนานเหมือนคู่อื่นแบบนี้ แต่เรื่องแต่งงาน เราว่าไม่จัด แต่จะจดทะเบียนสมรส แล้วถ่ายรูปชุดแต่งงานกันช่วงปีหน้ากันนะ แค่วางแผนกันเฉยๆ ส่วนฮันนีมูนเขาอยากไปฮาวายเหมือนคู่รักคนอื่นที่ไปกัน แต่เราอยากไปต่างประเทศใกล้ๆญี่ปุ่น เช่น ไต้หวัน เพราะประหยัดเงินดี เขาก็โอเค ตอนแรกเขาคิดว่าเราอยากไปฮาวายที่ดังๆ เหมือนคนอื่นเขาอะไรงี่ พอบอกว่า ไต้หวัน พอ เขาก็ดีใจเลย เพราะไปได้สบายๆ ใข้เงินไม่เยอะ

คู่เราคงจะแปลกจากคนอื่นมาเลยเนาะ 😂😂 ได้แฟนต่างชาติ ทำงานระดับพนักงาน

คนอื่นๆ ที่เจอ มีแต่คนเจอญี่ปุ่นคนมีเงิน หน้าที่การงานดีทั้งนั้น

เราก็กลัวเพื่อน หรือคนที่ทำงานรู้ว่าเขาเป็นแค่พนักงาน เงินเดือนน้อย จะพากันดูถูกเขาแล้วเอาเราไปนินทา แต่เราชอบเขา ตรงที่เขาคิดยังไงกับเราก็พูดออกมาเลย พูดตรงๆกับเรา ไม่ปิดบัง ใส่ใจแม้แต่ข้อความที่เราบ่นในไทม์ไลน์แบบลอย ว่า ฉันจะถูกหลอกไหม เขาก็คิดว่า เราหมายถึงเขา เขาก็ถามตรงๆ แล้วเขาก็บอกเราหมด กลัวเราคิดมาก ตอนนี้ก็พากันศึกษาข้อมูล การจดทะเบียนสมรส กับวีซ่าแต่งงานรอ แต่เอาจดจริงคือปีหน้านะ หาข้อมูลกันเล่นๆ

ปล. ผู้ชายอายุ 38 ปี วันที่ 22/7/2019 เขาก็จะอายุครบ 39 ปี ส่วนเรา อายุ 33 ปี พอดี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่