ตอนนี้ประเทศของเราเกิดวิกฤตการณ์ที่ถือได้ว่าค่อนข้างหนักพอควรเลยล่ะ ถามว่าเราจะสามารถรับมือได้อย่างไรบ้างอย่างแรกก็คือใสาหน้ากากนั่นล่ะ แต่ที่มากกว่าตัวเราเองก็คือสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา พวกเราส่วนใหญ่ก็คงเคยเรียนวิชาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมันก็ปลูกฝังให้เรารักรักษาธรรมชาติ แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมันกลับทำให้รู้ว่า มันยังไม่พอ ถามว่าฝุ่นละออที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ซึ่งนี่เป็นคำถามที่หาคำตอบมาตอบได้ยากมาก แต่ในความคิดส่วนตัวของเรา หากเรารอเพียงแค่ภาครัฐแก้ปัญหาและพวกเราประชาชนส่วนใหญ่ไม่ร่วมมือ พวกเราทำแค่เพียงรอให้คนอื่นมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยที่ตัวเราเองไม่ได้ทำอะไรเลย ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะแก้ไขได้ก็จริงแต่เวลาอาจจะยืดยาวไปนานไปมากขึ้น หากเราลองศึกษาถึงปัญหาฝุ่นละอออันนี้แล้วต่างประเทศก็มีวิธีหรือแนวคิดที่บางอย่างเราอาจจะสามารถนำมาปรับใช้ในบ้านเมืองของเราได้
เราลองคิดเล่นๆดูนะ ถ้าหากว่าคนไทยส่วนใหญ่ลองร่วมมือกันหยุดใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งก่อให้เกิดคันจากรถยนต์มาใช้จักรยานแทน หรือใช้รถประจำทางแทน ก็จะลดปัญหาการเกิดคันได้ ต่างจังหวัดหากลดการเผานา เผาฟางลด ก็จะช่วยลดคันลงเช่นกัน และก็หันมาช่วยกันปลูกต้นไม่มากขึ้น อาจจะมีการกำหนดหยุดโรงงานอุตสาหกรรมสัปดาห์ล่ะ 1หรือ 2 วัน อะไรแบบนี้ หรือวิธีอื่นที่สามารถแก้ไขได้ ร่วมกันมือได้ หากทุกคนลองปรับทัศนคติและร่งมมือกัน อาจจะทำให้เราประเทศของเรากลับมาเป็นประเทศที่อากาศดีแบบเดิมก็ได้นะ
จะดีกว่าไหมหากเราปรับตัวเปลี่ยนทัศนคติเพื่อรับมือกับpm2.5
เราลองคิดเล่นๆดูนะ ถ้าหากว่าคนไทยส่วนใหญ่ลองร่วมมือกันหยุดใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งก่อให้เกิดคันจากรถยนต์มาใช้จักรยานแทน หรือใช้รถประจำทางแทน ก็จะลดปัญหาการเกิดคันได้ ต่างจังหวัดหากลดการเผานา เผาฟางลด ก็จะช่วยลดคันลงเช่นกัน และก็หันมาช่วยกันปลูกต้นไม่มากขึ้น อาจจะมีการกำหนดหยุดโรงงานอุตสาหกรรมสัปดาห์ล่ะ 1หรือ 2 วัน อะไรแบบนี้ หรือวิธีอื่นที่สามารถแก้ไขได้ ร่วมกันมือได้ หากทุกคนลองปรับทัศนคติและร่งมมือกัน อาจจะทำให้เราประเทศของเรากลับมาเป็นประเทศที่อากาศดีแบบเดิมก็ได้นะ