สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
มันเป็นจังหวะที่เหมาะสมแล้วนะครับ ในตอนนี้ที่จะใส่ชื่อ คุณชัชชาติ
เราไปดูที่รัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้ว่าพรรคมีสิทธิ์ ส่งชื่อได้ 3 คน
อย่างที่คุณนางฟ้า เขียนไว้นะครับ ถูกต้องที่สุดเลย
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ คนที่ติดตามการเมืองจะมองออกว่า
เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน
นอกเสียจากว่าจะเป็นคนเดิม ถึงจะเป็นพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลในขณะนี้อยู่ชนะ
แต่ นายก ไม่ใช่คนเดิมก็อยู่ยาก
ส่วนของพรรคเพื่อไทย นั้นการเสนอ คุณชัชชาติ เป็นแคนดิเนตนายก
มีแต่ได้กับได้ ก่อนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เชื่อว่ายังจะต้องปล่อยของออกมาอีกแน่ๆ
เพราะถึงรู้ว่ายากในการเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล
แต่สิ่งนึงจะต้องรักษาไว้คือการเป็นพรรคที่ได้การรับเลือกเป็นอันดับ 1
เพราะการชนะการเลือกตั้งได้เป็นอันดับ 1 แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล
ฝ่ายที่ไม่ยอมให้การเมืองเดินไปตามทางปรกติ จะมีแต่เสียกับเสีย
เราไปดูที่รัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้ว่าพรรคมีสิทธิ์ ส่งชื่อได้ 3 คน
อย่างที่คุณนางฟ้า เขียนไว้นะครับ ถูกต้องที่สุดเลย
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ คนที่ติดตามการเมืองจะมองออกว่า
เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน
นอกเสียจากว่าจะเป็นคนเดิม ถึงจะเป็นพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลในขณะนี้อยู่ชนะ
แต่ นายก ไม่ใช่คนเดิมก็อยู่ยาก
ส่วนของพรรคเพื่อไทย นั้นการเสนอ คุณชัชชาติ เป็นแคนดิเนตนายก
มีแต่ได้กับได้ ก่อนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เชื่อว่ายังจะต้องปล่อยของออกมาอีกแน่ๆ
เพราะถึงรู้ว่ายากในการเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล
แต่สิ่งนึงจะต้องรักษาไว้คือการเป็นพรรคที่ได้การรับเลือกเป็นอันดับ 1
เพราะการชนะการเลือกตั้งได้เป็นอันดับ 1 แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล
ฝ่ายที่ไม่ยอมให้การเมืองเดินไปตามทางปรกติ จะมีแต่เสียกับเสีย
ความคิดเห็นที่ 5
คือ ผมก็งง ๆ อยู่กับทฤษฎี ผลักชัชชาติออกมาเป็นเป้า กับ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
ว่าเกิดขึ้นมาด้วยข้อมูลอะไร
เป็นข้อมูลจากกฎกติกาของเลือกตั้งที่จะมาถึง ว่ายากที่เพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จากกฎกติกาที่มีอยู่ ไม่มีทางเลยที่พรรคเพื่อไทย และพรรคพันธมิตรจะรวมกันได้เกิน 250 เสียง
ซึ่งหากอิงข้อมูลนี้ ผมกลับมองว่า นี่แหละคือความหวานหอม ไมใช่ความเปรี้ยว
ไม่เล่นตอนนี้ จะไปเล่นตอนไหน
แพ้ก็เท่าทุน ชนะก็กำไร
หากพ้นวันนี้ ตอนนี้ สถานการณ์นี้แล้ว จะฉวยโอกาสแบบออกมาหยิบชิ้นปลามัน
เป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะจะตกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ จะโดนทวงถาม ว่าวันนี้คุณมุดหัวอยู่ไหน
เขารบกันโครม ๆ เราจะนอนอยู่บ้าน พอเขารบกันเสร็จ ค่อยออกมาเดินเหยียบศพทำเก่งออกไปเป็นแนวหน้า
แค่คิดก็ผิดแล้ว
วันนี้ หากขั้วประชาธิปไตยชนะ โดยที่ชัชชาติเป็นแค่ผู้ร่วมวง โอกาสวันข้างหน้าจะมีอยู่อีกหรือ ?
คนที่เขาเดินนำในวันนี้ จะไปอยู่ที่ไหน
หรือหากวันนี้ ขั้วประชาธิปไตยพ่ายแพ้ ชัชชาติจะเจ็บหนักจนต้องหายไปจากการเมือง ?
ก็ไม่ใช่แน่ ๆ
ก็อย่างที่คุณชัชฃาติพูดเมื่อวันก่อนแหละครับ ว่าเรื่องถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯยังอีกไกล
ตัวชัชชาติเองก็บอกเพียงว่า พร้อมทำงานกับพรรคเพื่อไทย ไม่เคยบอกว่าพร้อมเป็นนายกฯ
ผมเชื่อว่า ชัชชาติจะถูกเสนอชื่อเพื่อเป้าหมายดึงคะแนน ประเด็นนี้เพื่อไทยได้เปรียบ
3 ชื่อ หญิงหน่อย ชัชชาติ กับอีกหนึ่ง แค่นี้ก็ดึงคะแนนได้เยอะแล้ว
ขณะที่พรรคอื่น อย่าง ปชป. ก็มีแค่สินค้าชำรุดอย่างอภิสิทธิ์ หรือ พปชร. ก็มีแค่ชื่อลุงของมาลาริน
หากเป็นชื่ออื่น ก็มีสองอย่าง คือ กระแสไม่พอ หรือ กระแสพอจนกลบอภิสิทธิ์ กลบลุงของมาลาริน ก็ขัดกันเข้าไปอีก
หลังการเลือกตั้ง ใครจะเป็นนายกฯ ฝุ่นอาจฟุ้งยิ่งกว่า กทม. ตอนนี้
ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้ ก็ช่วยบ้านเมืองได้
ไม่เกิน 8 ก.พ. จะมีคำตอบครับ
ว่าเกิดขึ้นมาด้วยข้อมูลอะไร
เป็นข้อมูลจากกฎกติกาของเลือกตั้งที่จะมาถึง ว่ายากที่เพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จากกฎกติกาที่มีอยู่ ไม่มีทางเลยที่พรรคเพื่อไทย และพรรคพันธมิตรจะรวมกันได้เกิน 250 เสียง
ซึ่งหากอิงข้อมูลนี้ ผมกลับมองว่า นี่แหละคือความหวานหอม ไมใช่ความเปรี้ยว
ไม่เล่นตอนนี้ จะไปเล่นตอนไหน
แพ้ก็เท่าทุน ชนะก็กำไร
หากพ้นวันนี้ ตอนนี้ สถานการณ์นี้แล้ว จะฉวยโอกาสแบบออกมาหยิบชิ้นปลามัน
เป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะจะตกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ จะโดนทวงถาม ว่าวันนี้คุณมุดหัวอยู่ไหน
เขารบกันโครม ๆ เราจะนอนอยู่บ้าน พอเขารบกันเสร็จ ค่อยออกมาเดินเหยียบศพทำเก่งออกไปเป็นแนวหน้า
แค่คิดก็ผิดแล้ว
วันนี้ หากขั้วประชาธิปไตยชนะ โดยที่ชัชชาติเป็นแค่ผู้ร่วมวง โอกาสวันข้างหน้าจะมีอยู่อีกหรือ ?
คนที่เขาเดินนำในวันนี้ จะไปอยู่ที่ไหน
หรือหากวันนี้ ขั้วประชาธิปไตยพ่ายแพ้ ชัชชาติจะเจ็บหนักจนต้องหายไปจากการเมือง ?
ก็ไม่ใช่แน่ ๆ
ก็อย่างที่คุณชัชฃาติพูดเมื่อวันก่อนแหละครับ ว่าเรื่องถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯยังอีกไกล
ตัวชัชชาติเองก็บอกเพียงว่า พร้อมทำงานกับพรรคเพื่อไทย ไม่เคยบอกว่าพร้อมเป็นนายกฯ
ผมเชื่อว่า ชัชชาติจะถูกเสนอชื่อเพื่อเป้าหมายดึงคะแนน ประเด็นนี้เพื่อไทยได้เปรียบ
3 ชื่อ หญิงหน่อย ชัชชาติ กับอีกหนึ่ง แค่นี้ก็ดึงคะแนนได้เยอะแล้ว
ขณะที่พรรคอื่น อย่าง ปชป. ก็มีแค่สินค้าชำรุดอย่างอภิสิทธิ์ หรือ พปชร. ก็มีแค่ชื่อลุงของมาลาริน
หากเป็นชื่ออื่น ก็มีสองอย่าง คือ กระแสไม่พอ หรือ กระแสพอจนกลบอภิสิทธิ์ กลบลุงของมาลาริน ก็ขัดกันเข้าไปอีก
หลังการเลือกตั้ง ใครจะเป็นนายกฯ ฝุ่นอาจฟุ้งยิ่งกว่า กทม. ตอนนี้
ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้ ก็ช่วยบ้านเมืองได้
ไม่เกิน 8 ก.พ. จะมีคำตอบครับ
แสดงความคิดเห็น
......#ทีมคุณชัชชาติ#....../วัชรานนท์
การเดินเกมส์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่วางตัวคุณชัชชาติเป็นหัวหอกในตอนนี้ ผมมองว่าถูกจังหวะและถูกคนเป็นอย่างมาก ซึ่งตรงนี้ ก็ต้องขอนับถือความเป็นนักเลงใจกว้างของท่าน "หญิงหน่อย" ที่เปิดทางให้คุณชัชชาติ.......... ผมขอแสดงมุมมองที่ต่างจากหลายคนในที่นี้ ที่มองข้ามช็อตในทำนองว่า ยังไงๆ เสียกลุ่มที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้ก็จะต้องกลับมาฟอร์มรัฐบาลอีกเหมือนเดิม สู้เก็บคุณชัชชาติเอาไว้ลุยกระดานถัดจากนี้ในทำนอง "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" จะไม่ดีกว่าหรือ?
ไม่ดีแน่ๆ ครับในสายตาผม.....ขึ้นชื่อว่าการเมืองโดยเฉพาะการเมืองแบบไทยๆ จะมารออดเปรี้ยวแล้วกินหวาน เหมือนรอให้ลูกมะม่วงสุกก่อนค่อยกิน (หรือจะเอาไปทำเหนียวม่วงกิน) ไม่ได้หรอกครับ โดยทั่วไป...เราสามารถคะเนการสุกงอมของมะม่วงได้ถูกต้องแม่นยำตามฤดูกาลว่าจะเปรี้ยวแล้วสุกงอมตอนไหน แต่สถานการณ์ทางการเมืองและค่านิยมที่มีต่อนักการเมืองนั้นไม่สามารถคะเนได้เลย การเมืองไทยพลิกผันได้ชนิดหน้ามือเป็นหลังแบบไม่ทันข้ามวันก็เคยมีมาแล้ว การที่มีการแนะนำให้คุณชัชชาติว่าควรที่จะรอไปก่อนนั้น และหากเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ...แต่ค่านิยมในตัวคุณชัชชาติเริ่มถดถอยไปแล้วเหมือนมะม่วงที่ผ่านกาลเวลาของการสุกงอมไปแล้วล่ะ?? อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปล่ะ? ไม่มีใครรับประกันได้เลยว่ามันจะไม่เกิด กับโอกาสของ "วันนี้" ที่ต้องสูญเสียเพราะการรออดเปรี้ยวไว้กินหวานก็คงจะเป็นโอกาสที่น่าเสียดายสำหรับคุณชัชชาติ
การรอให้สถานการณ์ "สุกงอม" แล้วค่อยออกมาเก็บเกี่ยวประโยชน์นั้น ผมมองว่าเป็นเพียงทฤษฏีฟังแล้วสวยหรู (บางสถานการณ์จะเรียกว่าขี้ขลาดก็ได้) หากจะพูดให้ถึงที่สุด....ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าการสุกงอมนั้นวัดจากตรงไหน? ด้วยอะไร? ยึดหลัก "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" โดยไม่รู้ว่าค่านิยมในตัวคุณชัชชาติจะขึ้นหรือลงตอนไหน? ตรงไหน? รวมทั้งจะต้องรอไปถึงไหนกว่าสถานการณ์จะไปสุกงอม? เช่นนี้....เกรงเหลือเกินว่าคนที่ "อดเปรี้ยว" จะได้กิน "องุ่นเปรี้ยว" ชนิดน้ำตาเช็ดหัวเข่าซะมากกว่า
เอาเถอะ.....หากยังยืนยันที่จะบอกว่ากลยุทธ์ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณชัชชาติแล้วนั้น แล้วการที่คุณชัชชาติไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวอะไรหรือมีบทบาทอะไรมากมายในพรรคเพื่อไทยตลอดสองสามปีที่ผ่านมานั้นพอจะเรียกว่า "อดเปรี้ยว" ได้ไหม? และการออกมาเป็นหัวหอกในทางการเมืองในตอนนี้จะเรียกว่าเขากำลัง "กินหวาน" ได้ไหม? ฝากให้คิด..........
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณชัชชาตินะ ซึ่งก็เชื่อว่าท่านได้ตัดสินใจจากกึ๋นของท่านเองที่เสนอตัวออกมาในตอนนี้ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เฉพาะผลประโยชน์ที่คุณชัชชาติจะพึงได้รับ แต่ผลประโยชน์ที่ "ส่วนรวม" พึงจะได้รับและก้าวออกมาร่วมต่อสู้กับกลุ่มคนที่ได้อำนาจมามิชอบและต้องการที่จะอยู่กับอำนาจนั้นต่อไป พูดแบบรวบรัดก็คือ ผมไม่ได้มองว่าผลประโยชน์ที่คุณชัชชาติหรือพรรคเพื่อไทยจะได้รับนั้นเป็นเรื่องหลัก แต่มองว่าการก้าวออกมารวมไปถึงการปฏิเสธที่จะร่วมงานกับผู้มีอำนาจ(ที่ได้มาโดยมิชอบ)ของคุณชัชชาตินั้นคือเรื่องหลัก และแม้หากคุณชัชชาติจะพ่ายแพ้ (หมายถึงการพ่ายแพ้ของเพื่อไทยด้วย) ผมเชื่อว่าเขาก็คงทำใจไว้แล้ว (เพราะรู้ว่ากำลังต่อสู้กับอะไร) และถ้าหากพวกเขาชนะ การได้รับชัยชนะตรงนี้ก็จะเป็นตัวผลักระบอบประชาธิปไตยให้กลับมายังทิศทางและจุดที่มันถูกให้หยุดพัฒนาให้กลับมาสู่กระบวนการค่อยๆ พัฒนาต่อไปได้
การออกมาของคุณชัชชาติและรู้จักใช้ความนิยมที่มีในตัวเขาที่มีสูงอยู่ในขณะนี้จึง "ได้" มากกว่า "เสีย" ในสายตาผม และดีกว่าที่จะรอ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน"
สู้ๆ ครับคุณชัชชาติ