......#ทีมคุณชัชชาติ#....../วัชรานนท์

....หมากกระดานนี้  ต้องชัชชาติ  


การเดินเกมส์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่วางตัวคุณชัชชาติเป็นหัวหอกในตอนนี้   ผมมองว่าถูกจังหวะและถูกคนเป็นอย่างมาก  ซึ่งตรงนี้  ก็ต้องขอนับถือความเป็นนักเลงใจกว้างของท่าน "หญิงหน่อย" ที่เปิดทางให้คุณชัชชาติ..........    ผมขอแสดงมุมมองที่ต่างจากหลายคนในที่นี้   ที่มองข้ามช็อตในทำนองว่า   ยังไงๆ เสียกลุ่มที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้ก็จะต้องกลับมาฟอร์มรัฐบาลอีกเหมือนเดิม   สู้เก็บคุณชัชชาติเอาไว้ลุยกระดานถัดจากนี้ในทำนอง "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" จะไม่ดีกว่าหรือ?  

ไม่ดีแน่ๆ ครับในสายตาผม.....ขึ้นชื่อว่าการเมืองโดยเฉพาะการเมืองแบบไทยๆ จะมารออดเปรี้ยวแล้วกินหวาน  เหมือนรอให้ลูกมะม่วงสุกก่อนค่อยกิน (หรือจะเอาไปทำเหนียวม่วงกิน) ไม่ได้หรอกครับ   โดยทั่วไป...เราสามารถคะเนการสุกงอมของมะม่วงได้ถูกต้องแม่นยำตามฤดูกาลว่าจะเปรี้ยวแล้วสุกงอมตอนไหน   แต่สถานการณ์ทางการเมืองและค่านิยมที่มีต่อนักการเมืองนั้นไม่สามารถคะเนได้เลย   การเมืองไทยพลิกผันได้ชนิดหน้ามือเป็นหลังแบบไม่ทันข้ามวันก็เคยมีมาแล้ว    การที่มีการแนะนำให้คุณชัชชาติว่าควรที่จะรอไปก่อนนั้น     และหากเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ...แต่ค่านิยมในตัวคุณชัชชาติเริ่มถดถอยไปแล้วเหมือนมะม่วงที่ผ่านกาลเวลาของการสุกงอมไปแล้วล่ะ??  อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปล่ะ?  ไม่มีใครรับประกันได้เลยว่ามันจะไม่เกิด     กับโอกาสของ "วันนี้" ที่ต้องสูญเสียเพราะการรออดเปรี้ยวไว้กินหวานก็คงจะเป็นโอกาสที่น่าเสียดายสำหรับคุณชัชชาติ  

การรอให้สถานการณ์ "สุกงอม" แล้วค่อยออกมาเก็บเกี่ยวประโยชน์นั้น   ผมมองว่าเป็นเพียงทฤษฏีฟังแล้วสวยหรู (บางสถานการณ์จะเรียกว่าขี้ขลาดก็ได้)    หากจะพูดให้ถึงที่สุด....ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าการสุกงอมนั้นวัดจากตรงไหน? ด้วยอะไร?   ยึดหลัก "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" โดยไม่รู้ว่าค่านิยมในตัวคุณชัชชาติจะขึ้นหรือลงตอนไหน? ตรงไหน?  รวมทั้งจะต้องรอไปถึงไหนกว่าสถานการณ์จะไปสุกงอม?     เช่นนี้....เกรงเหลือเกินว่าคนที่ "อดเปรี้ยว" จะได้กิน "องุ่นเปรี้ยว"  ชนิดน้ำตาเช็ดหัวเข่าซะมากกว่า

เอาเถอะ.....หากยังยืนยันที่จะบอกว่ากลยุทธ์ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณชัชชาติแล้วนั้น   แล้วการที่คุณชัชชาติไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวอะไรหรือมีบทบาทอะไรมากมายในพรรคเพื่อไทยตลอดสองสามปีที่ผ่านมานั้นพอจะเรียกว่า "อดเปรี้ยว" ได้ไหม?    และการออกมาเป็นหัวหอกในทางการเมืองในตอนนี้จะเรียกว่าเขากำลัง "กินหวาน" ได้ไหม?   ฝากให้คิด..........

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณชัชชาตินะ    ซึ่งก็เชื่อว่าท่านได้ตัดสินใจจากกึ๋นของท่านเองที่เสนอตัวออกมาในตอนนี้  ผมเห็นด้วยและสนับสนุนร้อยเปอร์เซ็นต์    ไม่ใช่เฉพาะผลประโยชน์ที่คุณชัชชาติจะพึงได้รับ    แต่ผลประโยชน์ที่ "ส่วนรวม" พึงจะได้รับและก้าวออกมาร่วมต่อสู้กับกลุ่มคนที่ได้อำนาจมามิชอบและต้องการที่จะอยู่กับอำนาจนั้นต่อไป    พูดแบบรวบรัดก็คือ   ผมไม่ได้มองว่าผลประโยชน์ที่คุณชัชชาติหรือพรรคเพื่อไทยจะได้รับนั้นเป็นเรื่องหลัก   แต่มองว่าการก้าวออกมารวมไปถึงการปฏิเสธที่จะร่วมงานกับผู้มีอำนาจ(ที่ได้มาโดยมิชอบ)ของคุณชัชชาตินั้นคือเรื่องหลัก    และแม้หากคุณชัชชาติจะพ่ายแพ้ (หมายถึงการพ่ายแพ้ของเพื่อไทยด้วย) ผมเชื่อว่าเขาก็คงทำใจไว้แล้ว (เพราะรู้ว่ากำลังต่อสู้กับอะไร)   และถ้าหากพวกเขาชนะ   การได้รับชัยชนะตรงนี้ก็จะเป็นตัวผลักระบอบประชาธิปไตยให้กลับมายังทิศทางและจุดที่มันถูกให้หยุดพัฒนาให้กลับมาสู่กระบวนการค่อยๆ พัฒนาต่อไปได้  

การออกมาของคุณชัชชาติและรู้จักใช้ความนิยมที่มีในตัวเขาที่มีสูงอยู่ในขณะนี้จึง "ได้" มากกว่า "เสีย" ในสายตาผม   และดีกว่าที่จะรอ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน"  
สู้ๆ ครับคุณชัชชาติ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
มันเป็นจังหวะที่เหมาะสมแล้วนะครับ ในตอนนี้ที่จะใส่ชื่อ คุณชัชชาติ

เราไปดูที่รัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้ว่าพรรคมีสิทธิ์ ส่งชื่อได้ 3 คน
อย่างที่คุณนางฟ้า เขียนไว้นะครับ ถูกต้องที่สุดเลย
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ คนที่ติดตามการเมืองจะมองออกว่า
เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน
นอกเสียจากว่าจะเป็นคนเดิม ถึงจะเป็นพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลในขณะนี้อยู่ชนะ
แต่ นายก ไม่ใช่คนเดิมก็อยู่ยาก

ส่วนของพรรคเพื่อไทย นั้นการเสนอ คุณชัชชาติ เป็นแคนดิเนตนายก
มีแต่ได้กับได้ ก่อนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เชื่อว่ายังจะต้องปล่อยของออกมาอีกแน่ๆ
เพราะถึงรู้ว่ายากในการเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล
แต่สิ่งนึงจะต้องรักษาไว้คือการเป็นพรรคที่ได้การรับเลือกเป็นอันดับ 1

เพราะการชนะการเลือกตั้งได้เป็นอันดับ 1 แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล
ฝ่ายที่ไม่ยอมให้การเมืองเดินไปตามทางปรกติ จะมีแต่เสียกับเสีย
ความคิดเห็นที่ 5
คือ  ผมก็งง ๆ อยู่กับทฤษฎี ผลักชัชชาติออกมาเป็นเป้า กับ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
ว่าเกิดขึ้นมาด้วยข้อมูลอะไร

เป็นข้อมูลจากกฎกติกาของเลือกตั้งที่จะมาถึง  ว่ายากที่เพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จากกฎกติกาที่มีอยู่  ไม่มีทางเลยที่พรรคเพื่อไทย และพรรคพันธมิตรจะรวมกันได้เกิน 250 เสียง
ซึ่งหากอิงข้อมูลนี้  ผมกลับมองว่า  นี่แหละคือความหวานหอม ไมใช่ความเปรี้ยว

ไม่เล่นตอนนี้  จะไปเล่นตอนไหน
แพ้ก็เท่าทุน  ชนะก็กำไร

หากพ้นวันนี้  ตอนนี้  สถานการณ์นี้แล้ว  จะฉวยโอกาสแบบออกมาหยิบชิ้นปลามัน
เป็นไปไม่ได้เลยครับ  เพราะจะตกไปจากหน้าประวัติศาสตร์  จะโดนทวงถาม  ว่าวันนี้คุณมุดหัวอยู่ไหน

เขารบกันโครม ๆ  เราจะนอนอยู่บ้าน   พอเขารบกันเสร็จ ค่อยออกมาเดินเหยียบศพทำเก่งออกไปเป็นแนวหน้า
แค่คิดก็ผิดแล้ว

วันนี้  หากขั้วประชาธิปไตยชนะ  โดยที่ชัชชาติเป็นแค่ผู้ร่วมวง   โอกาสวันข้างหน้าจะมีอยู่อีกหรือ ?
คนที่เขาเดินนำในวันนี้  จะไปอยู่ที่ไหน
หรือหากวันนี้  ขั้วประชาธิปไตยพ่ายแพ้  ชัชชาติจะเจ็บหนักจนต้องหายไปจากการเมือง ?
ก็ไม่ใช่แน่ ๆ



ก็อย่างที่คุณชัชฃาติพูดเมื่อวันก่อนแหละครับ  ว่าเรื่องถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯยังอีกไกล
ตัวชัชชาติเองก็บอกเพียงว่า พร้อมทำงานกับพรรคเพื่อไทย ไม่เคยบอกว่าพร้อมเป็นนายกฯ

ผมเชื่อว่า  ชัชชาติจะถูกเสนอชื่อเพื่อเป้าหมายดึงคะแนน  ประเด็นนี้เพื่อไทยได้เปรียบ
3 ชื่อ  หญิงหน่อย  ชัชชาติ  กับอีกหนึ่ง   แค่นี้ก็ดึงคะแนนได้เยอะแล้ว
ขณะที่พรรคอื่น  อย่าง ปชป. ก็มีแค่สินค้าชำรุดอย่างอภิสิทธิ์  หรือ พปชร. ก็มีแค่ชื่อลุงของมาลาริน
หากเป็นชื่ออื่น  ก็มีสองอย่าง  คือ กระแสไม่พอ หรือ กระแสพอจนกลบอภิสิทธิ์ กลบลุงของมาลาริน  ก็ขัดกันเข้าไปอีก

หลังการเลือกตั้ง  ใครจะเป็นนายกฯ   ฝุ่นอาจฟุ้งยิ่งกว่า กทม. ตอนนี้

ไม่ได้เป็นรัฐบาล  ก็เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้  ก็ช่วยบ้านเมืองได้



ไม่เกิน 8 ก.พ.   จะมีคำตอบครับ  
OK
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่