ตามหัวข้อเลย มีใครคิดแบบนี้บ้าง เราเป็นคนนึงที่อยากมีลูกมากๆ อยากมีลูกแต่ไม่อยากมีพ่อ แต่พอมีแฟนก็อืมมมันต้องมีทั้งสองสิถึงเรียกว่าครอบครัว จนเลิกกับแฟนก็ยังอยากมีอยู่ดี
แต่พอได้ลองบทบาทสมมุติที่เสมือนจริงในการเลี้ยงเด็กคนนึงตั้งแต่แรกคลอด ทำทุกอย่างอาบน้ำแต่งตัวตื่นมาให้นมทุก3ชม.อุ้มเรอเช็ดอึตัวเหม็นฉี่เหม็นเอื้อก(เวลากินนมแล้วสำรอกออกมาอ่ะค่ะ) ยกเว้นปั้มนมค่ะไม่มีให้ปั้ม555 ถามว่าเหนื่อยมั้ย มากกกกกค่ะ (แต่ก็มีความสุขนะ ได้ฝึกความอดทนเวลาเขาร้องงอแงด้วย) เวลากินเวลานอนเปลี่ยน เพราะเด็กแรกคลอดกลางวันหลับดีมากกลางคืนไม่นอน ตี1ตี2ยังตาแป๋ว คนเลี้ยงก็หน้าดำสิวบุกเบ้าตาดำไปค่ะ เอ้อออพล่ามมาเยอะ เข้าเรื่องดีกว่า เราค้นพบว่า การมีลูกคนนึงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน. ถ้าเราไม่ได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมแบบโคตรพร้อมอ่ะค่ะ ไม่โลกสวย เพราะมองตามจริงค่าใช้จ่ายเยอะค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าเสื้อผ้า ค่าของใช้ ค่าหาหมอ ค่าวัคซีน อันนี้พูดถึงกรณีคนที่ไม่พร้อมจริงๆแล้วเกิดมีลูกนะคะ เดือนนึงเตรียมไว้เลย4-5พันบาท นี่แค่ช่วงขวบปีแรก
มาที่การเลี้ยงดูกันบ้างค่ะ เรายังคงเชื่อว่าการเลี้ยงดูสำคัญมากกว่าคำพูดที่ว่า ครอบครัวเป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ว่าเราได้ลองเลี้ยงเด็กคนนึง แต่เราก็มีงานต้องทำ ช่วงหลังๆจึงต้องไปๆมาๆการเลี้ยงดูจึงตกไปอยู่กับบุคคลอื่นซึ่งก็ไม่ได้มีเวลากันซักเท่าไหร่ พอเด็กเริ่มโต สิ่งที่เราเห็นคือพฤติกรรม ที่ผู้ใหญ่มักใช้ความไร้เดียงสามาทำร้ายเด็กโดยไม่รู้ตัว เช่น พอมีคนแหย่แต่แหย่แรงจนเขาร้องไห้ ก็จะจับมือมาตีคนนั้น บอกว่าตีเลยยๆมันแกล้งหนูพอเขาตีก็หัวเราะชอบใจกัน ซึ่งเราไม่ได้ทำเขาร้องไห้แต่โดนฟาดไปหลายทีเพราะภาพจำเวลาใครแหย่ก็จะถูกจับมือให้มาตี...เราก็จะใช้เสียงสองหวานๆเรียกชื่อเขา บอกว่าไม่ทำแบบนี้นะ ไม่ดีไม่น่ารัก เขาก็นิ่งฟังพูดบ่อยๆเวลาเขาจะตีก็เรียกชื่อเขาแล้วบอกว่าจำได้มั้ยคะไม่ตีไม่ดีไม่น่ารักและยิ้มให้เขาเขาก็จะชะงักมือมองหน้าและยิ้มให้เรา เราก็จะชมจะกอดและหอมเขา....เวลาเขาร้องก็จะตามใจเอานั้นมั้ยนี่มั้ย ยิ่งร้องกินนมนี่จะต้องเร็วทันใจ...แต่ในขณะที่เราอยู่กับเขา ถ้าเขาหิว เราจะบอกให้เขารอพูดน้ำเสียงที่หวานที่สุดอีกครั้ง555 เขาก็ไม่ร้องไม่ดิ้นนะคะ สามารถรับฟังและรอได้ เราชอบพาเขาไปร้านหนังสืออ่านนิทานให้ฟังถ้านอนด้วยกันเราจะมีเอฟเฟคทำเสียงเปลี่ยนตามตัวละครเขาชอบหัวเราะคิดคัก แต่พองานยุ่งมาหาอีกทีคือเขาติดมือถือชอบแย่งมือถือสนใจในยูทูปมากกว่าหนังสือนิทานที่เคยชอบฟัง เราจึงยิ่งมั่นใจว่าการเลี้ยงดูสำคัญจริงๆ birth is much but breeding is more .. จากเหตุการณ์นี้เราคิดว่าถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่ควรมีค่ะ เราควรดูแลเมล็ดพันธ์ของเราเองเฝ้ามองการเติบโตตามวัยจนเราหมดห่วงน่าจะดีกว่า มาปวดหัวกับให้คนอื่นดูแลแต่ใส่ปุ๋ยผิดสูตรให้เมล็ดพันธ์ของเรากลายพันธ์
มาที่เรื่องการศึกษา เรามองว่าเรียนที่ไหนก็ได้ความรู้เหมือนกัน ใช้ไม่ได้กับยุคปัจจุบันค่ะ ทั้งคุณภาพผู้บริหารคุณภาพครู เราว่าทุกคนต้องการซื้อสังคมดีๆให้ลูก ไม่ถึงกับต้องเรียนอินเตอร์นะคะกำลังส่งไม่เยอะขนาดนั้น ซึ่งก็ต้องใช้เงินเยอะค่าเทอมต่อให้บางคนมีสิทธ์เบิกได้ค่านั่นนี่จิปาถะยิ่งโตยิ่งเยอะอนุบาลประถมมัธยมปริญญาตรี แต่ถ้ามองให้มากกว่าเงิน คือความน่ากลัวของสังคมค่ะ ต่อให้อยู่ในสังคมดีขนาดไหนแต่ถ้ามีคนจิตใจไม่ดีอยู่ อยู่เฉยๆก็โดนทำร้ายได้ ตายได้ วิญญาณคงมองร่างตัวเองแบบงงๆ นี่กรูตายแล้วหรอ555 เมื่อก่อนเราไม่เคยมองจุดนี้ค่ะโลกสวย แต่พอเราเลี้ยงเด็กคนนี้ก็รักค่ะถึงจะไม่ได้คลอดเอง เราเริ่มเข้าใจหัวอกพ่อแม่เวลาดูข่าวต่างๆ และเริ่มคิดว่า ควรพับความคิดที่จะมีลูกเก็บไปก่อนค่ะ ถึงเราจะมั่นใจว่าเราสามารถมีได้ก็ตาม เพื่อนๆล่ะมีความคิดอย่างไรกันบ้างกับการที่จะมีลูกซักคน
2019มีใครที่คิดว่าไม่อยากมีลูกบ้าง
แต่พอได้ลองบทบาทสมมุติที่เสมือนจริงในการเลี้ยงเด็กคนนึงตั้งแต่แรกคลอด ทำทุกอย่างอาบน้ำแต่งตัวตื่นมาให้นมทุก3ชม.อุ้มเรอเช็ดอึตัวเหม็นฉี่เหม็นเอื้อก(เวลากินนมแล้วสำรอกออกมาอ่ะค่ะ) ยกเว้นปั้มนมค่ะไม่มีให้ปั้ม555 ถามว่าเหนื่อยมั้ย มากกกกกค่ะ (แต่ก็มีความสุขนะ ได้ฝึกความอดทนเวลาเขาร้องงอแงด้วย) เวลากินเวลานอนเปลี่ยน เพราะเด็กแรกคลอดกลางวันหลับดีมากกลางคืนไม่นอน ตี1ตี2ยังตาแป๋ว คนเลี้ยงก็หน้าดำสิวบุกเบ้าตาดำไปค่ะ เอ้อออพล่ามมาเยอะ เข้าเรื่องดีกว่า เราค้นพบว่า การมีลูกคนนึงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน. ถ้าเราไม่ได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมแบบโคตรพร้อมอ่ะค่ะ ไม่โลกสวย เพราะมองตามจริงค่าใช้จ่ายเยอะค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าเสื้อผ้า ค่าของใช้ ค่าหาหมอ ค่าวัคซีน อันนี้พูดถึงกรณีคนที่ไม่พร้อมจริงๆแล้วเกิดมีลูกนะคะ เดือนนึงเตรียมไว้เลย4-5พันบาท นี่แค่ช่วงขวบปีแรก
มาที่การเลี้ยงดูกันบ้างค่ะ เรายังคงเชื่อว่าการเลี้ยงดูสำคัญมากกว่าคำพูดที่ว่า ครอบครัวเป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ว่าเราได้ลองเลี้ยงเด็กคนนึง แต่เราก็มีงานต้องทำ ช่วงหลังๆจึงต้องไปๆมาๆการเลี้ยงดูจึงตกไปอยู่กับบุคคลอื่นซึ่งก็ไม่ได้มีเวลากันซักเท่าไหร่ พอเด็กเริ่มโต สิ่งที่เราเห็นคือพฤติกรรม ที่ผู้ใหญ่มักใช้ความไร้เดียงสามาทำร้ายเด็กโดยไม่รู้ตัว เช่น พอมีคนแหย่แต่แหย่แรงจนเขาร้องไห้ ก็จะจับมือมาตีคนนั้น บอกว่าตีเลยยๆมันแกล้งหนูพอเขาตีก็หัวเราะชอบใจกัน ซึ่งเราไม่ได้ทำเขาร้องไห้แต่โดนฟาดไปหลายทีเพราะภาพจำเวลาใครแหย่ก็จะถูกจับมือให้มาตี...เราก็จะใช้เสียงสองหวานๆเรียกชื่อเขา บอกว่าไม่ทำแบบนี้นะ ไม่ดีไม่น่ารัก เขาก็นิ่งฟังพูดบ่อยๆเวลาเขาจะตีก็เรียกชื่อเขาแล้วบอกว่าจำได้มั้ยคะไม่ตีไม่ดีไม่น่ารักและยิ้มให้เขาเขาก็จะชะงักมือมองหน้าและยิ้มให้เรา เราก็จะชมจะกอดและหอมเขา....เวลาเขาร้องก็จะตามใจเอานั้นมั้ยนี่มั้ย ยิ่งร้องกินนมนี่จะต้องเร็วทันใจ...แต่ในขณะที่เราอยู่กับเขา ถ้าเขาหิว เราจะบอกให้เขารอพูดน้ำเสียงที่หวานที่สุดอีกครั้ง555 เขาก็ไม่ร้องไม่ดิ้นนะคะ สามารถรับฟังและรอได้ เราชอบพาเขาไปร้านหนังสืออ่านนิทานให้ฟังถ้านอนด้วยกันเราจะมีเอฟเฟคทำเสียงเปลี่ยนตามตัวละครเขาชอบหัวเราะคิดคัก แต่พองานยุ่งมาหาอีกทีคือเขาติดมือถือชอบแย่งมือถือสนใจในยูทูปมากกว่าหนังสือนิทานที่เคยชอบฟัง เราจึงยิ่งมั่นใจว่าการเลี้ยงดูสำคัญจริงๆ birth is much but breeding is more .. จากเหตุการณ์นี้เราคิดว่าถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่ควรมีค่ะ เราควรดูแลเมล็ดพันธ์ของเราเองเฝ้ามองการเติบโตตามวัยจนเราหมดห่วงน่าจะดีกว่า มาปวดหัวกับให้คนอื่นดูแลแต่ใส่ปุ๋ยผิดสูตรให้เมล็ดพันธ์ของเรากลายพันธ์
มาที่เรื่องการศึกษา เรามองว่าเรียนที่ไหนก็ได้ความรู้เหมือนกัน ใช้ไม่ได้กับยุคปัจจุบันค่ะ ทั้งคุณภาพผู้บริหารคุณภาพครู เราว่าทุกคนต้องการซื้อสังคมดีๆให้ลูก ไม่ถึงกับต้องเรียนอินเตอร์นะคะกำลังส่งไม่เยอะขนาดนั้น ซึ่งก็ต้องใช้เงินเยอะค่าเทอมต่อให้บางคนมีสิทธ์เบิกได้ค่านั่นนี่จิปาถะยิ่งโตยิ่งเยอะอนุบาลประถมมัธยมปริญญาตรี แต่ถ้ามองให้มากกว่าเงิน คือความน่ากลัวของสังคมค่ะ ต่อให้อยู่ในสังคมดีขนาดไหนแต่ถ้ามีคนจิตใจไม่ดีอยู่ อยู่เฉยๆก็โดนทำร้ายได้ ตายได้ วิญญาณคงมองร่างตัวเองแบบงงๆ นี่กรูตายแล้วหรอ555 เมื่อก่อนเราไม่เคยมองจุดนี้ค่ะโลกสวย แต่พอเราเลี้ยงเด็กคนนี้ก็รักค่ะถึงจะไม่ได้คลอดเอง เราเริ่มเข้าใจหัวอกพ่อแม่เวลาดูข่าวต่างๆ และเริ่มคิดว่า ควรพับความคิดที่จะมีลูกเก็บไปก่อนค่ะ ถึงเราจะมั่นใจว่าเราสามารถมีได้ก็ตาม เพื่อนๆล่ะมีความคิดอย่างไรกันบ้างกับการที่จะมีลูกซักคน