FootNote:ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย ฟาดฟัน แย่งชิงพื้นที่กทม.

พื้นที่กทม.กำลังเป็นพื้นที่อันมากด้วยความแหลมคมในทางการเมือง แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์
กับพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดครองและแบ่งก้อนเค้ก
แต่กล่าวสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม มีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดตัวแปรในทาง
การเมือง
1 มีการแยกตัวไปของหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์
นั่นก็เห็นได้จาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสกลธี ภัททิยกุล ส่งผล
ให้มี”พลังดูด”กับสก.สข.
1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทะยานขึ้นเป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
ทำให้”พลัง”จากพรรคเพื่อไทยมากด้วยความเข้มข้น
ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สรุปว่าพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสน้อย
มากในพื้นที่กทม. เพราะนี่คือการสัประยุทธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์
คิดหรือว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปิดโอกาสให้กับพรรคพลังประชารัฐ
แม้จะจากกันด้วยดีอย่างไร แต่รอยแผลที่กลุ่มของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ฝากเอาไว้ตั้งแต่
การเดินเข้าทำเนียบรัฐบาลรวมถึงการดึงเอากำลังพื้นฐานในแต่ละเขตไป
แค้นนี้มีหรือที่พรรคประชาธิปัตย์จะลืม
ขณะเดียวกันยิ่งพรรคเพื่อไทยยิ่งเปิดปฏิบัติการดับเครื่องชน ทั้งต่อพรรคประชาธิปัตย์และต่อ
พรรคพลังประชารัฐโดยกวาดรวมไปอยู่ในคอกเดียวกัน
แปรให้สังคมเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เสมอเป็นเพียงหางเครื่องให้กับพรรคพลังประชารัฐ
หายใจร่วมรูจมูกเดียวกันกับ “คสช.”
หากดูบรรยากาศการตอบโต้ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรค เพื่อไทยในขณะนี้แทบมอง
ไม่เห็นช่องทางที่พรรคพลังประชารัฐจะ เบียดแทรกเข้าไปได้
จะมีก็แต่เพียงพรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่อาจอาศัยเป็นแหล่ง รวบรวมคะแนนเพื่อไปเสริม
ระบบบัญชีรายชื่อ
แต่ที่สุดแล้วที่ฟาดฟันกันคือประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย
ภายในมรสุมอันร้อนแรงอย่างนี้จึงแทบไม่เห็นโอกาสของพรรคพลังประชารัฐเลย
เลือกตั้งคราวนี้ ประชาธิปัตย์ กับ เพื่อไทย ... ข่าวสดออนไลน์ ../sao..เหลือ..noi
พื้นที่กทม.กำลังเป็นพื้นที่อันมากด้วยความแหลมคมในทางการเมือง แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์
กับพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดครองและแบ่งก้อนเค้ก
แต่กล่าวสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม มีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดตัวแปรในทาง
การเมือง
1 มีการแยกตัวไปของหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์
นั่นก็เห็นได้จาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสกลธี ภัททิยกุล ส่งผล
ให้มี”พลังดูด”กับสก.สข.
1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทะยานขึ้นเป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
ทำให้”พลัง”จากพรรคเพื่อไทยมากด้วยความเข้มข้น
ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สรุปว่าพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสน้อย
มากในพื้นที่กทม. เพราะนี่คือการสัประยุทธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์
คิดหรือว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปิดโอกาสให้กับพรรคพลังประชารัฐ
แม้จะจากกันด้วยดีอย่างไร แต่รอยแผลที่กลุ่มของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ฝากเอาไว้ตั้งแต่
การเดินเข้าทำเนียบรัฐบาลรวมถึงการดึงเอากำลังพื้นฐานในแต่ละเขตไป
แค้นนี้มีหรือที่พรรคประชาธิปัตย์จะลืม
ขณะเดียวกันยิ่งพรรคเพื่อไทยยิ่งเปิดปฏิบัติการดับเครื่องชน ทั้งต่อพรรคประชาธิปัตย์และต่อ
พรรคพลังประชารัฐโดยกวาดรวมไปอยู่ในคอกเดียวกัน
แปรให้สังคมเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เสมอเป็นเพียงหางเครื่องให้กับพรรคพลังประชารัฐ
หายใจร่วมรูจมูกเดียวกันกับ “คสช.”
หากดูบรรยากาศการตอบโต้ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรค เพื่อไทยในขณะนี้แทบมอง
ไม่เห็นช่องทางที่พรรคพลังประชารัฐจะ เบียดแทรกเข้าไปได้
จะมีก็แต่เพียงพรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่อาจอาศัยเป็นแหล่ง รวบรวมคะแนนเพื่อไปเสริม
ระบบบัญชีรายชื่อ
แต่ที่สุดแล้วที่ฟาดฟันกันคือประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย
ภายในมรสุมอันร้อนแรงอย่างนี้จึงแทบไม่เห็นโอกาสของพรรคพลังประชารัฐเลย