เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ตอนนี้อยู่บ้านญาติค่ะ มีที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรอย่างดี มีห้องส่วนตัว นอนห้องแอร์ มีน้ำอุ่นให้ใช้ มีอาหารดีๆให้กินชีวิตเหมือนลูกคุณหนูในฝันหน่อยๆ ต่างกับที่อยู่กับพ่อแม่ เหมือนชีวิตเราดีแต่พ่อแม่ลำบากมากๆพ่อแม่โอเค แต่!!!!!!!!!ปัญหาทั้งหมดมันมันอยู่ที่เรา
***เรื่องที่1 เรื่องเงิน
ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างพอยู่พอกินจริงๆ พ่อกับแม่ส่งตังค์ให้ใช้เดือนละ4000บาท/เดือน เราเหลือเก็บเดือนละเกือบพันเอาไว้จ่ายค่าจิปาถะ(พวกค่าสบู่ ยาสีฟัน สมุดหนังสือปากกาเนี้ยแหละค่ะ) แต่ถ้าส่งตังค์ให้เรามากกว่4000บาท/เดือน ทางบ้านอาจจะไม่มีกินและหนี้อาจเกิดขึ้นเหมือนสมัยพี่เราเรียน อยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยแต่พ่อแม่และญาติไม่ให้ทำ(อยู่ในกทม.4000 ที่บ้านนอกเหลือใช้ เราก็คิดว่าเยอะ แต่ไม่ใช่กับที่กทม.ค่ะ)
***เรื่องที่2 การเรียน
แย่มากเรียนมา2ปีแล้ว ซิ้วมาอีก1ปี รวมดีๆเหมือนเรียน3ปีนี้ ไม่ได้อะไรเลย Fเกือบทุกวิชา แต่ไม่ได้บอกแม่และบอกญาติ ไม่รู้ด้วยว่ามาถูกสายไหมแต่ก็ขอจบแค่ป.ตรีไว้ก่อน เหมือนเรียนแล้วก็ท้ออยู่ตลอดเวลา รู้อยู่แล้วด้วยว่าจบออกมาคงทำงานไม่ตรงสายหรือเรากันแน่ที่ไม่มีเป้าหมาย คิดอีกอย่างหนึ่งเหมือนเราไม่ค่อยมีคุณภาพ (พ่อชอบพูดว่าแค่เรียนให้จบ ออกมาก็มาสอบหางานทำ แต่ถ้าสอบในงานที่พ่ออยากให้เป็นไม่ได้หล่ะจะทำยังไง) เริ่มเรียนใหม่พร้อมรุ่นน้องดีกว่าไหม
***เรื่องที่3 อยากย้ายไปอยู่หอใกล้ๆที่เรียน
เพราะรู้สึกว่าหากอยู่ใกล้ที่เรียนมากกว่านี้อาจจะขยันขึ้น ได้เข้าเรียนอาจจะมีชีวิตชีวา มีแรงบรรดาลใจในการเรียนมากขึ้น มีเพื่อนในที่เรียน เคยขอญาติไปเรียนทุกวัน จากที่อยู่(บ้านญาติ)ไปมหาลัยใช้เวลาเดินทางเกือบสามชั่วโมงไปกลับก็เกือบๆหกชั่วโมงเหนื่อยมากกกกก ค่ารถเกินวันละสองร้อยยังไม่รวมค่ากินอีก 4000เอาไม่อยู่ เลยคิดว่าหากอยู่หอน่าจะประหยัดกว่า (เราเรียนราม สาขานิติศาสตร์)
***เรื่องที่3 ไม่มีเพื่อนเลยยย ไม่ตลกนะ
ไม่มีจริงๆเพราะไม่ได้ไปมหาลัย อยู่แต่บ้านกับที่อ่านหนังสือไม่ค่อยมีสังคมก็ว่าได้ มีแต่ญาติที่คุยด้วย แน่นอนเราต้องทำตามเขาตามที่เขาสั่งในบางเรื่องมันไม่โอเคสำหรับเราจริงๆ เขาต้องถูกอยู่เสมอเหมือนโดนก่ดขี่หน่อยๆ แต่ก็ช่างๆเหอะเราอยู่บ้านเขา เขาก็หวังดีกับเรา (ตอนนี้รู้สึกมีอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อนซึ่งไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่นักมันทำให้รู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้เหมือนตอนนี้ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ก็ต้องหาเพื่อนในอิรเตอร์เน็ตช่วย)
***เรื่องสุดท้าย ไม่มีหัวเรื่องแต่มาเป็นองค์รวม
หากได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใกล้มหาลัยจริงๆ ก็กลัวจะเอาตัวเองไม่รอด กลัวพ่อแม่เป็นหนี้ แต่ที่อยู่กับปัจจุบันนี้ก็เหมือนคนไม่มีอนาคตอยู่แล้ว ในใจเป้าหมายจริงๆ อยากเรียนไปด้วยแล้วแอบ ใช้คำว่าแอบหางานพาทไทม์เล็กๆน้อยๆทำไปด้วย เพราะพ่อกับแม่และญาติไม่อยากให้เราทำงานลำบากอยากให้เรียนมากกว่า แต่จริงๆแล้วทุกๆวันเราลำบากใจมากกว่าลำบากกายอีก ทุกข์มากๆรู้สึกในชีวิตไม่มีหวังอะไรเลย เรียนก็ไม่ได้ สังคมก็ไม่มี รู้สึกด้อย เหมือนชีวิตมันแย่ทุกวัน เบื่อตัวเองที่แย่แต่ก็ทำอะไรให้ดีไม่ได้ "เคยคิดอยากตายแน่ๆเป็นครั้งนี้ เป็นครั้งที่2หลังจากหายเป็นโรคซึมเศร้ามั้ง ชีวิตจะได้จบๆไป พ่อแม่ญาติก็จะได้ไม่ต้องคาดหวังเราไปคาดหวังกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่เราดีกว่า แต่เคยอ่านหนังสือว่ามีชีวิตหลังความตายอีกอาจจะตกนรกมั้ง หรือตายวันละห้าร้อยชาติทุกวัน เราว่าเราใช้ชีวิตหลังความตายก็คงไม่ไหว เพราะ1วันมี500ชาติต้องตาย500ชาติ แต่แค่ชาตินี้ตอนนี้ก็จะไม่ไหวแล้วเลยไม่ตายดีกว่า " (อาจจะไปพบจิตแพทย์ด้วย เราเคยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันไหมหรือมันกลับมาเป็นอีก) ---> อยากไปเข้าห้องเรียน อยากมีเพื่อน อยากมีตังค์
สุดท้ายแล้วท้ายสุด เอาไงดีกับชีวิตที่กลัวๆกล้าๆของคนที่แน่ๆว่าตอนนี้ไม่น่าจะมีอนาคตดีๆรออยู่ถ้ายังเป็นแบบนี้
เหมือนชีวิตจะแย่หรือไม่แย่ โฟกัสไม่ถูกเลย ว่ามันแย่หรือไม่แย่ จะเอายังไงดีต่อไป
***เรื่องที่1 เรื่องเงิน
ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างพอยู่พอกินจริงๆ พ่อกับแม่ส่งตังค์ให้ใช้เดือนละ4000บาท/เดือน เราเหลือเก็บเดือนละเกือบพันเอาไว้จ่ายค่าจิปาถะ(พวกค่าสบู่ ยาสีฟัน สมุดหนังสือปากกาเนี้ยแหละค่ะ) แต่ถ้าส่งตังค์ให้เรามากกว่4000บาท/เดือน ทางบ้านอาจจะไม่มีกินและหนี้อาจเกิดขึ้นเหมือนสมัยพี่เราเรียน อยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยแต่พ่อแม่และญาติไม่ให้ทำ(อยู่ในกทม.4000 ที่บ้านนอกเหลือใช้ เราก็คิดว่าเยอะ แต่ไม่ใช่กับที่กทม.ค่ะ)
***เรื่องที่2 การเรียน
แย่มากเรียนมา2ปีแล้ว ซิ้วมาอีก1ปี รวมดีๆเหมือนเรียน3ปีนี้ ไม่ได้อะไรเลย Fเกือบทุกวิชา แต่ไม่ได้บอกแม่และบอกญาติ ไม่รู้ด้วยว่ามาถูกสายไหมแต่ก็ขอจบแค่ป.ตรีไว้ก่อน เหมือนเรียนแล้วก็ท้ออยู่ตลอดเวลา รู้อยู่แล้วด้วยว่าจบออกมาคงทำงานไม่ตรงสายหรือเรากันแน่ที่ไม่มีเป้าหมาย คิดอีกอย่างหนึ่งเหมือนเราไม่ค่อยมีคุณภาพ (พ่อชอบพูดว่าแค่เรียนให้จบ ออกมาก็มาสอบหางานทำ แต่ถ้าสอบในงานที่พ่ออยากให้เป็นไม่ได้หล่ะจะทำยังไง) เริ่มเรียนใหม่พร้อมรุ่นน้องดีกว่าไหม
***เรื่องที่3 อยากย้ายไปอยู่หอใกล้ๆที่เรียน
เพราะรู้สึกว่าหากอยู่ใกล้ที่เรียนมากกว่านี้อาจจะขยันขึ้น ได้เข้าเรียนอาจจะมีชีวิตชีวา มีแรงบรรดาลใจในการเรียนมากขึ้น มีเพื่อนในที่เรียน เคยขอญาติไปเรียนทุกวัน จากที่อยู่(บ้านญาติ)ไปมหาลัยใช้เวลาเดินทางเกือบสามชั่วโมงไปกลับก็เกือบๆหกชั่วโมงเหนื่อยมากกกกก ค่ารถเกินวันละสองร้อยยังไม่รวมค่ากินอีก 4000เอาไม่อยู่ เลยคิดว่าหากอยู่หอน่าจะประหยัดกว่า (เราเรียนราม สาขานิติศาสตร์)
***เรื่องที่3 ไม่มีเพื่อนเลยยย ไม่ตลกนะ
ไม่มีจริงๆเพราะไม่ได้ไปมหาลัย อยู่แต่บ้านกับที่อ่านหนังสือไม่ค่อยมีสังคมก็ว่าได้ มีแต่ญาติที่คุยด้วย แน่นอนเราต้องทำตามเขาตามที่เขาสั่งในบางเรื่องมันไม่โอเคสำหรับเราจริงๆ เขาต้องถูกอยู่เสมอเหมือนโดนก่ดขี่หน่อยๆ แต่ก็ช่างๆเหอะเราอยู่บ้านเขา เขาก็หวังดีกับเรา (ตอนนี้รู้สึกมีอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อนซึ่งไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่นักมันทำให้รู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้เหมือนตอนนี้ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ก็ต้องหาเพื่อนในอิรเตอร์เน็ตช่วย)
***เรื่องสุดท้าย ไม่มีหัวเรื่องแต่มาเป็นองค์รวม
หากได้ไปใช้ชีวิตอยู่ใกล้มหาลัยจริงๆ ก็กลัวจะเอาตัวเองไม่รอด กลัวพ่อแม่เป็นหนี้ แต่ที่อยู่กับปัจจุบันนี้ก็เหมือนคนไม่มีอนาคตอยู่แล้ว ในใจเป้าหมายจริงๆ อยากเรียนไปด้วยแล้วแอบ ใช้คำว่าแอบหางานพาทไทม์เล็กๆน้อยๆทำไปด้วย เพราะพ่อกับแม่และญาติไม่อยากให้เราทำงานลำบากอยากให้เรียนมากกว่า แต่จริงๆแล้วทุกๆวันเราลำบากใจมากกว่าลำบากกายอีก ทุกข์มากๆรู้สึกในชีวิตไม่มีหวังอะไรเลย เรียนก็ไม่ได้ สังคมก็ไม่มี รู้สึกด้อย เหมือนชีวิตมันแย่ทุกวัน เบื่อตัวเองที่แย่แต่ก็ทำอะไรให้ดีไม่ได้ "เคยคิดอยากตายแน่ๆเป็นครั้งนี้ เป็นครั้งที่2หลังจากหายเป็นโรคซึมเศร้ามั้ง ชีวิตจะได้จบๆไป พ่อแม่ญาติก็จะได้ไม่ต้องคาดหวังเราไปคาดหวังกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่เราดีกว่า แต่เคยอ่านหนังสือว่ามีชีวิตหลังความตายอีกอาจจะตกนรกมั้ง หรือตายวันละห้าร้อยชาติทุกวัน เราว่าเราใช้ชีวิตหลังความตายก็คงไม่ไหว เพราะ1วันมี500ชาติต้องตาย500ชาติ แต่แค่ชาตินี้ตอนนี้ก็จะไม่ไหวแล้วเลยไม่ตายดีกว่า " (อาจจะไปพบจิตแพทย์ด้วย เราเคยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันไหมหรือมันกลับมาเป็นอีก) ---> อยากไปเข้าห้องเรียน อยากมีเพื่อน อยากมีตังค์
สุดท้ายแล้วท้ายสุด เอาไงดีกับชีวิตที่กลัวๆกล้าๆของคนที่แน่ๆว่าตอนนี้ไม่น่าจะมีอนาคตดีๆรออยู่ถ้ายังเป็นแบบนี้