สวัสดีครับ ผมมีปัญหาปรึกษาเพื่อนๆครับ
ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย เราสองคนคบกันมาได้เกือบจะ1ปีแล้ว ปกติเราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันครับต่างคนต่างทำงานกันคนละจังหวัด ผมทำงานที่บ้านเกิดส่วนแฟนผมไปทำงานต่างจังหวัด จะได้เจอกันก็ต่อเมื่อแฟนของผมกลับบ้าน เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นแฟนของผมจะกลับมาหา แต่เค้ามารับผมช้า (อาจเพราะตอนนั้นเค้าออกจากที่นั่นมาช้าด้วย) แต่ด้วยความที่ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะมาถึง มันทำให้ผมแอบนอยด์เค้าไปโดยปริยาย จนกระทั่งเค้ามารับที่หน้าบ้าน เพื่อที่จะไปนอนโรงแรม บรรยากาศในรถทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ผมนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาสักคำ จนทำให้แฟนผมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามเลี่ยงคำถามที่เค้าถามมา เพราะอยากให้เค้ารับรู้ด้วยตัวเองว่าอาการที่ผมเป็นอยู่นั่นคืออาการนอยด์ที่เค้ามารับผมช้า เราสองคนแวะกินข้าวที่ตลาดแห่งหนึ่งซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน เค้าเซ้าซี้ถามผมอีกครั้งว่าเป็นอะไร ผมก็ไม่ตอบ กระทั่งกินข้าวเสร็จ เค้าพาผมเดินมาขึ้นรถและพูดว่า "เดี๋ยวจะพาไปส่งที่บ้าน" (แฟนผมถ้าอารณ์เสียจะเป็นคนที่ขึ้นง่ายและลงยากมาก) ตอนนั้นผมอึ้งมากกับคำพูดของเค้า ในระหว่างทางที่พาผมกลับบ้าน เราสองคนก็ทะเลาะกันเล็กน้อย ผมพยายามรบเร้าบอกเค้าว่าไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเข้าบ้าน แต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดเค้าก็ขับรถมาถถึงหน้าบ้านผม และเชิญให้ผมลงจากรถแล้วเค้าก็ขับรถไปโดยที่ผมไม่รู้ว่าเค้าไปไหน...
สิ่งที่ผมเป็นอยู่รู้ครับว่างี่เง่ามาก แต่คนเป็นแฟนกันไม่มีสิทธิ์นอยด์เลยเหรอครับ?
และอาการที่ผมแสดงเค้าดูไม่ออกเลยเหรอครับว่าผมเป็นอะไร
และสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือเค้าเชิญให้ผมลงจากรถ ซึ่งโอเคผมก็จำเป็นต้องลง
ผมแค่อยากรู้ว่าเค้าไม่เคยแคร์ความรู้สึกผมเลยเหรอครับ
ผมแค่อยากรู้ครับว่าถ้าเค้ารักผมทำไมเค้าไม่ลดความโกรธลงแล้วคุยกับผมดีๆ
ผมรู้สึกว่าการที่ถูกเชิญลงจากรถมันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกัน
หรือสิ่งที่เค้าทำมันเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว?
ปล.ยังไม่ได้เคลียร์กันเพราะแฟนผมเค้าบอกว่ายังไม่พร้อมเคลียร์ อารมณ์ยังไม่โอเค
ทะเลาะกับแฟนแบบรุนแรงครั้งแรก
ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย เราสองคนคบกันมาได้เกือบจะ1ปีแล้ว ปกติเราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันครับต่างคนต่างทำงานกันคนละจังหวัด ผมทำงานที่บ้านเกิดส่วนแฟนผมไปทำงานต่างจังหวัด จะได้เจอกันก็ต่อเมื่อแฟนของผมกลับบ้าน เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นแฟนของผมจะกลับมาหา แต่เค้ามารับผมช้า (อาจเพราะตอนนั้นเค้าออกจากที่นั่นมาช้าด้วย) แต่ด้วยความที่ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะมาถึง มันทำให้ผมแอบนอยด์เค้าไปโดยปริยาย จนกระทั่งเค้ามารับที่หน้าบ้าน เพื่อที่จะไปนอนโรงแรม บรรยากาศในรถทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ผมนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาสักคำ จนทำให้แฟนผมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามเลี่ยงคำถามที่เค้าถามมา เพราะอยากให้เค้ารับรู้ด้วยตัวเองว่าอาการที่ผมเป็นอยู่นั่นคืออาการนอยด์ที่เค้ามารับผมช้า เราสองคนแวะกินข้าวที่ตลาดแห่งหนึ่งซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน เค้าเซ้าซี้ถามผมอีกครั้งว่าเป็นอะไร ผมก็ไม่ตอบ กระทั่งกินข้าวเสร็จ เค้าพาผมเดินมาขึ้นรถและพูดว่า "เดี๋ยวจะพาไปส่งที่บ้าน" (แฟนผมถ้าอารณ์เสียจะเป็นคนที่ขึ้นง่ายและลงยากมาก) ตอนนั้นผมอึ้งมากกับคำพูดของเค้า ในระหว่างทางที่พาผมกลับบ้าน เราสองคนก็ทะเลาะกันเล็กน้อย ผมพยายามรบเร้าบอกเค้าว่าไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเข้าบ้าน แต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดเค้าก็ขับรถมาถถึงหน้าบ้านผม และเชิญให้ผมลงจากรถแล้วเค้าก็ขับรถไปโดยที่ผมไม่รู้ว่าเค้าไปไหน...
สิ่งที่ผมเป็นอยู่รู้ครับว่างี่เง่ามาก แต่คนเป็นแฟนกันไม่มีสิทธิ์นอยด์เลยเหรอครับ?
และอาการที่ผมแสดงเค้าดูไม่ออกเลยเหรอครับว่าผมเป็นอะไร
และสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือเค้าเชิญให้ผมลงจากรถ ซึ่งโอเคผมก็จำเป็นต้องลง
ผมแค่อยากรู้ว่าเค้าไม่เคยแคร์ความรู้สึกผมเลยเหรอครับ
ผมแค่อยากรู้ครับว่าถ้าเค้ารักผมทำไมเค้าไม่ลดความโกรธลงแล้วคุยกับผมดีๆ
ผมรู้สึกว่าการที่ถูกเชิญลงจากรถมันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกัน
หรือสิ่งที่เค้าทำมันเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว?
ปล.ยังไม่ได้เคลียร์กันเพราะแฟนผมเค้าบอกว่ายังไม่พร้อมเคลียร์ อารมณ์ยังไม่โอเค