ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อและหน้าเด็กตลอดกาล ก็อดนึกถึงพระเอกหนุ่มวัย 54 ปี คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ไม่ได้เลย หลายคนรู้จักเขาจากภาพยนตร์เรื่อง The Matrix กับบทบาท นีโอ หนุ่มหน้ามน ที่จู่ๆ ต้องจับปืนบู๊ ซึ่งใบหน้าหล่อๆ ของหนุ่มคนนี้ตราตรึงใจคนดูมาเป็นสิบๆ ปี แม้ว่าตอนนี้เจ้าตัวจะอายุอานามมากขึ้นแล้ว แต่ความหล่อที่เรียกได้ว่าคือความอมตะของเขาก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมเขามีผลงานภาพยนตร์มาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย อีกทั้งในปี 2019 นี้ แฟนหนังชาวไทยอย่างเราๆ ก็จะได้ชมหนังของเขาถึงสองเรื่อง อย่าง Replicas และ John Wick: Chapter 3 - Parabellum
เราเลยอยากพาทุกคนไปย้อนรอยความแฮนด์ซัมของหนุ่มคนนี้กันสักเล็กน้อย ก่อนจะไปรับชมผลงานของเขาให้หายคิดถึงกัน
หนุ่มรีฟส์แอบหน้าโหลสักเล็กน้อย เพราะเคยมีแฟนคลับนำภาพของเขามาเทียบกับคนในประวัติศาสตร์อย่าง Paul Mounet นักแสดงชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในปี 1992 ตอกย้ำความเป็นอมตะกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว
มาดูรูปสมัยเรียนของเขากันบ้างดีกว่า แม้ว่าความหล่อของเขาจะยังออกมาไม่เต็มที่นัก แต่ก็น่าประทับใจไม่น้อยเลยสำหรับหนุ่มไฮสคูลในยุคนั้น แต่พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มฉายแววความฮอตพร้อมกับทรงผมสไตล์เจป็อปยุคบุกเบิก แน่นอนว่ารูปนี้คงทำให้สาวๆ หัวใจเต้นแบบรัวๆ กันไม่น้อยเลย
รีสฟ์ในวัย 15 ปี ก็ได้เดบิวต์การแสดงเป็นครั้งแรก ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในโรงหนังท้องถิ่นอย่าง Wolfboy ประเดิมกันในบทโฮโมเซ็กส์ชวล ถือเป็นก้าวแรกสู่อนาคตของนักแสดงมืออาชีพ และในปี 1983 เขาก็ปรากฏตัวทางจอทีวีครั้งแรกด้วยการเล่นโฆษณา Coca-Cola ซึ่งรีฟส์เคยให้สัมภาษณ์ว่าลงทุนโกนขนหน้าแข้งเพื่อมารับบทนักปั่น
หลังจากถ่ายโฆษณาตัวแรกไปแล้ว ผู้ใหญ่ในวงการคงเห็นแวว ชวนไปเล่นหนังเรื่องแรก Youngblood กับบทบาท Heave ผู้รักษาประตูของทีมอเมริกันฟุตบอล และหลังจากหนังเรื่องแรกของเขาถูกฉายไปนั้น รีสฟ์ หนุ่มที่มีบ้านเกิดที่เลบานอน ก็ได้รับกรีนการ์ดเข้าอเมริกา และอดีตพ่อเลี้ยงก็ช่วยดันให้เขาเข้าวงการ
เส้นทางในวงการของรีฟส์เริ่มมีความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาได้รับบทนำในหนัง Point Break ปี 1991 แถมในปีเดียวกันนั้น เขายังมีผลงานภาพยนตร์ถึงสี่เรื่องด้วยกัน ทั้ง Bill & Ted's Bogus Journey, My Own Private Idaho และ Providence
พูดถึงบทบาทชวนกรี๊fคงจะเป็นบท โจนาทาน ฮาร์เกอร์ จากหนัง Bram Stoker's Dracula ปี 1992 ที่รับบทคู่กับ วิโอนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) ทำให้ทั้งสองนักแสดงผูกพันจนเป็นเพื่อนกันยาวนานถึงตอนนี้ แม้แต่นักแสดงสาวยังแซวหนุ่มรีฟส์เลยว่า เขาและเธอแต่งงานกันในหนัง ก็ไม่ต่างอะไรกับได้แต่งงานกันในชีวิตจริง แถมช่วงหนึ่งทั้งคู่ก็มีข่าวกุ๊กกิ๊กกันด้วย
แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคงจะเป็นหนังเรื่อง Speed ในปี 1994 ที่พระเอกเจ้าเสน่ห์ของเรา ทำเอานางเอกสาว แซนดรา บูลล็อก (Sandra Bullock) ตกหลุมรักกลางกองถ่ายมาแล้ว โดยเธอได้พูดผ่านรายการทอล์กโชว์ว่า รีฟส์คือผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เขาคอยดูแลเธอ และระหว่างการถ่ายทำก็คอยระวังไม่ให้กระโปรงของเธอเปิดอีกด้วย พร้อมกับทิ้งท้ายว่า เพราะไม่ได้คบกันเป็นแฟนเนี่ยแหละ ทำให้ทั้งคู่ยังคงความเป็นเพื่อนกันอย่างยาวนาน
และมาถึงช่วงพีคสุดๆ ของหนุ่มรีฟส์ คงจะเป็นปี 1999 ที่เขารับบทนีโอ ในหนังไซไฟบล็อกบัสเตอร์ The Matrix ที่ทำให้คนทั่วโลกและคนรุ่นใหม่ๆ เริ่มรู้จักชื่อของเขามากขึ้น และรีฟส์ก็ยังเล่นบทบาทนี้ยาวนานถึงภาคสุดท้ายในปี 2003 ที่ใช้ชื่อว่า The Matrix Revolutions ปิดฉากบทบาทของนีโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในช่วงที่หนวดเครายังไม่มา รีฟส์ได้ครอบครอง Hollywood Walk of Fame เป็นครั้งแรกในปี 2005 โดยในช่วงนั้นเจ้าตัวมีผลงานเรื่อง Constantine พอดี และในปี 2006 เขาได้กลับมาแสดงคู่กับแซนดรา บลูล็อก อีกครั้งในหนัง The Lake House สร้างความจิ้นให้คนดูต่อเนื่องมาจากเรื่อง Speed
พระเอกหน้าหล่อเริ่มเสริมความเข้มให้ตัวเองด้วยการไว้หนวดเคราในหนัง Generation Um... ปี 2012 และจับดาบลุยบทบู๊ล้างผลาญใน 47 Ronin ปี 2013 ที่เราจะได้เห็นเขาในลุคซามูไร หล่อกระชากใจไปอีกแบบ
แต่แล้วรีฟส์กลับมาครองพื้นที่พระเอกสายบู๊ สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ให้เขาอีกครั้งอย่าง John Wick ที่เปิดตัวในปี 2014 จนโดนแฟนคลับทั่วโลกแซวว่า อย่าไปฆ่าหมาเขาล่ะ จะโดนตามฆ่าแบบไม่รู้ตัว ซึ่งสำหรับบทบาทจอห์น วิคนั้นได้ใจคนดูกับมาดนิ่งๆ ของนักฆ่าวางมือที่มาพร้อมกับลุคเข้มๆ ตามล้างแค้นให้กับคนที่เขารัก โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จนหนังเรื่องนี้ได้ไปต่อถึง 3 ภาคแล้ว
แม้จะบู๊ได้ก็หวานเป็น เพราะรีฟส์ก็มีหนังรักมาแบบพอกรุบกริบ เพราะล่าสุดแฟนๆ ได้ดูหนังเรื่อง Destination Wedding ที่เขาได้กลับมาร่วมงานกับซี้อย่าง วิโอนา ไรเดอร์ อีกครั้ง ในบทบาท แฟรงค์ ชายหนุ่มที่ไม่เชื่อในความรัก ต้องเดินทางไปงานแต่งเพื่อนในต่างเมือง และได้พบกับหญิงสาวที่มีจุดหมายปลายทางเหมือนกัน ทว่าทั้งคู่กลับมีเรื่องให้ทะเลาะกันตลอดการเดินทาง เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ชวนยิ้มเหมือนกัน

กลับมาถึงผลงานปัจจุบันที่เราจะได้ดูกันในปี 2019 นี้ดีกว่า รีฟส์กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ไซไฟ Replicas กับบทบาท วิล ฟอสเตอร์ ที่สูญเสียลูกเมียไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เขาสร้างหุ่นยนต์ลูกเมียให้เหมือนว่ามีชีวิตกลับมาอยู่กับเขาได้อีกครั้ง ทำให้นึกความรักในอดีตของรีฟส์ ที่เขาต้องสูญเสียภรรยา Jennifer Syme ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนตร์ ในปี 2001 แถมก่อนหน้านั้นยังสูญเสียลูกสาวที่กำลังจะเกิดในปี 2000 เพราะหัวใจของสาวน้อยกลับหยุดเต้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
ได้รู้ความเป็นมาคร่าวๆ พร้อมกับภาพหล่อๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของหนุ่มรีฟส์แล้ว ก็อย่าลืมไปติดตามผลงานของเขากันด้วยนะจ๊ะ และขอปิดท้ายด้วย #10YearChallenge รูปเมื่อ 2009 ของพี่รีฟส์ยังหล่อเหมือนเดิมเป๊ะ
คีอานู รีฟส์ พระเอกที่มากับความหล่ออมตะ แม้ #10YearChallenge ก็ทำอะไรเขาไม่ได้
เราเลยอยากพาทุกคนไปย้อนรอยความแฮนด์ซัมของหนุ่มคนนี้กันสักเล็กน้อย ก่อนจะไปรับชมผลงานของเขาให้หายคิดถึงกัน
หนุ่มรีฟส์แอบหน้าโหลสักเล็กน้อย เพราะเคยมีแฟนคลับนำภาพของเขามาเทียบกับคนในประวัติศาสตร์อย่าง Paul Mounet นักแสดงชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในปี 1992 ตอกย้ำความเป็นอมตะกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว
มาดูรูปสมัยเรียนของเขากันบ้างดีกว่า แม้ว่าความหล่อของเขาจะยังออกมาไม่เต็มที่นัก แต่ก็น่าประทับใจไม่น้อยเลยสำหรับหนุ่มไฮสคูลในยุคนั้น แต่พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มฉายแววความฮอตพร้อมกับทรงผมสไตล์เจป็อปยุคบุกเบิก แน่นอนว่ารูปนี้คงทำให้สาวๆ หัวใจเต้นแบบรัวๆ กันไม่น้อยเลย
รีสฟ์ในวัย 15 ปี ก็ได้เดบิวต์การแสดงเป็นครั้งแรก ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในโรงหนังท้องถิ่นอย่าง Wolfboy ประเดิมกันในบทโฮโมเซ็กส์ชวล ถือเป็นก้าวแรกสู่อนาคตของนักแสดงมืออาชีพ และในปี 1983 เขาก็ปรากฏตัวทางจอทีวีครั้งแรกด้วยการเล่นโฆษณา Coca-Cola ซึ่งรีฟส์เคยให้สัมภาษณ์ว่าลงทุนโกนขนหน้าแข้งเพื่อมารับบทนักปั่น
หลังจากถ่ายโฆษณาตัวแรกไปแล้ว ผู้ใหญ่ในวงการคงเห็นแวว ชวนไปเล่นหนังเรื่องแรก Youngblood กับบทบาท Heave ผู้รักษาประตูของทีมอเมริกันฟุตบอล และหลังจากหนังเรื่องแรกของเขาถูกฉายไปนั้น รีสฟ์ หนุ่มที่มีบ้านเกิดที่เลบานอน ก็ได้รับกรีนการ์ดเข้าอเมริกา และอดีตพ่อเลี้ยงก็ช่วยดันให้เขาเข้าวงการ
เส้นทางในวงการของรีฟส์เริ่มมีความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาได้รับบทนำในหนัง Point Break ปี 1991 แถมในปีเดียวกันนั้น เขายังมีผลงานภาพยนตร์ถึงสี่เรื่องด้วยกัน ทั้ง Bill & Ted's Bogus Journey, My Own Private Idaho และ Providence
พูดถึงบทบาทชวนกรี๊fคงจะเป็นบท โจนาทาน ฮาร์เกอร์ จากหนัง Bram Stoker's Dracula ปี 1992 ที่รับบทคู่กับ วิโอนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) ทำให้ทั้งสองนักแสดงผูกพันจนเป็นเพื่อนกันยาวนานถึงตอนนี้ แม้แต่นักแสดงสาวยังแซวหนุ่มรีฟส์เลยว่า เขาและเธอแต่งงานกันในหนัง ก็ไม่ต่างอะไรกับได้แต่งงานกันในชีวิตจริง แถมช่วงหนึ่งทั้งคู่ก็มีข่าวกุ๊กกิ๊กกันด้วย
แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคงจะเป็นหนังเรื่อง Speed ในปี 1994 ที่พระเอกเจ้าเสน่ห์ของเรา ทำเอานางเอกสาว แซนดรา บูลล็อก (Sandra Bullock) ตกหลุมรักกลางกองถ่ายมาแล้ว โดยเธอได้พูดผ่านรายการทอล์กโชว์ว่า รีฟส์คือผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เขาคอยดูแลเธอ และระหว่างการถ่ายทำก็คอยระวังไม่ให้กระโปรงของเธอเปิดอีกด้วย พร้อมกับทิ้งท้ายว่า เพราะไม่ได้คบกันเป็นแฟนเนี่ยแหละ ทำให้ทั้งคู่ยังคงความเป็นเพื่อนกันอย่างยาวนาน
และมาถึงช่วงพีคสุดๆ ของหนุ่มรีฟส์ คงจะเป็นปี 1999 ที่เขารับบทนีโอ ในหนังไซไฟบล็อกบัสเตอร์ The Matrix ที่ทำให้คนทั่วโลกและคนรุ่นใหม่ๆ เริ่มรู้จักชื่อของเขามากขึ้น และรีฟส์ก็ยังเล่นบทบาทนี้ยาวนานถึงภาคสุดท้ายในปี 2003 ที่ใช้ชื่อว่า The Matrix Revolutions ปิดฉากบทบาทของนีโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในช่วงที่หนวดเครายังไม่มา รีฟส์ได้ครอบครอง Hollywood Walk of Fame เป็นครั้งแรกในปี 2005 โดยในช่วงนั้นเจ้าตัวมีผลงานเรื่อง Constantine พอดี และในปี 2006 เขาได้กลับมาแสดงคู่กับแซนดรา บลูล็อก อีกครั้งในหนัง The Lake House สร้างความจิ้นให้คนดูต่อเนื่องมาจากเรื่อง Speed
พระเอกหน้าหล่อเริ่มเสริมความเข้มให้ตัวเองด้วยการไว้หนวดเคราในหนัง Generation Um... ปี 2012 และจับดาบลุยบทบู๊ล้างผลาญใน 47 Ronin ปี 2013 ที่เราจะได้เห็นเขาในลุคซามูไร หล่อกระชากใจไปอีกแบบ
แต่แล้วรีฟส์กลับมาครองพื้นที่พระเอกสายบู๊ สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ให้เขาอีกครั้งอย่าง John Wick ที่เปิดตัวในปี 2014 จนโดนแฟนคลับทั่วโลกแซวว่า อย่าไปฆ่าหมาเขาล่ะ จะโดนตามฆ่าแบบไม่รู้ตัว ซึ่งสำหรับบทบาทจอห์น วิคนั้นได้ใจคนดูกับมาดนิ่งๆ ของนักฆ่าวางมือที่มาพร้อมกับลุคเข้มๆ ตามล้างแค้นให้กับคนที่เขารัก โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จนหนังเรื่องนี้ได้ไปต่อถึง 3 ภาคแล้ว
แม้จะบู๊ได้ก็หวานเป็น เพราะรีฟส์ก็มีหนังรักมาแบบพอกรุบกริบ เพราะล่าสุดแฟนๆ ได้ดูหนังเรื่อง Destination Wedding ที่เขาได้กลับมาร่วมงานกับซี้อย่าง วิโอนา ไรเดอร์ อีกครั้ง ในบทบาท แฟรงค์ ชายหนุ่มที่ไม่เชื่อในความรัก ต้องเดินทางไปงานแต่งเพื่อนในต่างเมือง และได้พบกับหญิงสาวที่มีจุดหมายปลายทางเหมือนกัน ทว่าทั้งคู่กลับมีเรื่องให้ทะเลาะกันตลอดการเดินทาง เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ชวนยิ้มเหมือนกัน
กลับมาถึงผลงานปัจจุบันที่เราจะได้ดูกันในปี 2019 นี้ดีกว่า รีฟส์กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ไซไฟ Replicas กับบทบาท วิล ฟอสเตอร์ ที่สูญเสียลูกเมียไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เขาสร้างหุ่นยนต์ลูกเมียให้เหมือนว่ามีชีวิตกลับมาอยู่กับเขาได้อีกครั้ง ทำให้นึกความรักในอดีตของรีฟส์ ที่เขาต้องสูญเสียภรรยา Jennifer Syme ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนตร์ ในปี 2001 แถมก่อนหน้านั้นยังสูญเสียลูกสาวที่กำลังจะเกิดในปี 2000 เพราะหัวใจของสาวน้อยกลับหยุดเต้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
ได้รู้ความเป็นมาคร่าวๆ พร้อมกับภาพหล่อๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของหนุ่มรีฟส์แล้ว ก็อย่าลืมไปติดตามผลงานของเขากันด้วยนะจ๊ะ และขอปิดท้ายด้วย #10YearChallenge รูปเมื่อ 2009 ของพี่รีฟส์ยังหล่อเหมือนเดิมเป๊ะ