กาเบรียล ตันบรรณาธิการฟุตบอล FOX Sports Asia เชื่อว่าประเทศไทยยังมีอะไรที่จะต้องพัฒนาอีกมาก แม้จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีม AFC Asian Cup 2019
แม้เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลับกุหลาบ แต่ประเทศไทยได้เข้ารอบตามที่พวกเขาตั้งเป้าไว้ที่รอบน็อคเอาท์ AFC Asian Cup 2019
หลังแพ้ 4-1 ให้กับอินเดียในเกมเปิดกลุ่ม A ตามด้วยการไล่ Milovan Rajevac ดูเหมือนว่า War Elephants สุ่มเสี่ยงที่จะต้องผิดหวังอีกครั้งหลังจากตกรอบรองชนะเลิศ ที่ AFF Suzuki Cup 2018 เมื่อเดือนที่ผ่านมา
หลังจาก Sirisak Yodyardthai เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนทำให้โชคชะตาพลิกผันด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือบาห์เรนและเสมอกับเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไป 1-1 ส่งผลให้พวกเขาก้าวเข้าสู่รอบ 16 ในฐานะอันดับสองได้สำเร็จ
เป้าหมายหลักอาจจะบรรลุ แต่ถ้าไทยจะไปต่อพวกเขาจะต้องพัฒนาอีกมากโดยเฉพาะการที่พวกเขาต้องพบกับเกาหลีหรือจีน- ใครก็ตามที่เข้าอันดับสองในกลุ่ม C - ในนัดถัดไป วันอาทิตย์
ประการแรกเลย กองหลังยังคงยวบและไม่มั่นคงอย่างมาก ( ใช้คำว่า extremely shaky คือหมายถึงกลัวตัวสั่นและตื่นตระหนก ) แม้ว่าจะเสียไปเพียง 1 ประตูใน 2 นัดหลังสุด แต่การที่โค้ชคนใหม่เข้ามาดูแลก็อาจจะทำให้แทคติกต่างๆ ซึ่งยังคงเป็นของราเยวัช แต่โค้ชได้เอามาปรับ ( implement ) บางอย่างที่เขาคิดว่าดีให้กับนักเตะ ซึ่งนักเตะอาจจะยังไม่คุ้นเคย
โค้ชได้ปรับมาเป็น 5-3-2 และใช้ประโยชน์จากการมี center back เพิ่มอีก 1 คน ทำให้ tristan and theerathon ได้เปิดไปเติมให้ชนาธิปปิดบัญชีได้ในนัดบาเรนห์ แต่อย่างไรก็ตามในนัด UAE มันไม่ได้ผลและไทยได้ปรับแผนเป็น 4 4 2 โดยให้อดิศรไปยืนเป็นแบ็คซ้ายซึ่งไม่ถนัด ถึงแม้เกมส์จะจบตามที่ตั้งใจ แต่ก็มีจังหวะที่กองหลังโดนผู้เล่น UAE เขย่าขวัญสั่นประสาทได้หลายครั้ง ซึ่งจังหวะเหล่านี้จะเป็นงานยากแน่นอนในการเจอกับเกาหลีหรือจีน
ช้างศึกจะได้พรรษาและมิก้ากลับมายืนหลังในนัดต่อไป แต่สูตรสำเร็จที่ลงตัวของแผงหลังไทยยังต้องให้โค้ชค้นหาต่อไป
ประการต่อไปคือฟอร์มของธีรศิลป์ที่ทำงานหนักในแดนหน้า กองหน้าที่เคยฉีกกองหลังคู่ต่อสู้เป็นชิ้นๆแม้ในคู่แข่งระดับทวีป (singlehandedly taking on entire defences) ธีรศิลป์ class is permanent แต่ฟอร์มปัจจุบันเค้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถจะเป็นผู้นำชัยชนะมาให้ช้างศึกได้เหมือนในอดีต
ยังดีที่ชนาธิป ธีรธร และฐิติพันธ์พัฒนาขึ้นมาจากเมื่อก่อน ซึ่งธีรศิลป์ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากนักเตะเหล่านี้ วิธีการที่อาจจะช่วยสนับสนุนธีรศิลป์คือการให้อดิศักดิ์และชนาธิปถ่างไปเล่นด้านข้าง เพื่อให้เวลาขึ้นเกมบุกจะได้ใช้ประโยชน์จากการมีจำนวนผเ้ล่นที่มากกว่า
ถ้าโค้ชจะให้เล่น 5-3-2 การให้อดิศักดิ์เล่นหน้าคู่ช่วยสนับสนุนธีรศิลป์โดยที่ชนาธิปค่อยป้อนบอลให้ด้านหลังก็ดูสมเหตุสมผลดี ให้อดิศักดิ์ก่อกวนเซนเตอร์ 1 ตัวเพื่อเปิดทางให้ธีรศิลป์ดวล 1-1 กับอีก 1 เซนเตอร์และหาทางป้ายให้ชนาธิปตามขึ้นมาปิดจ๊อบอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี
ไทยทำได้ดีพอที่จะเข้ารอบ 16 ทีม แต่ถ้าพวกเขาอยากไปไกลกว่านั้นต้องรีบหาทางปิดจุดอ่อนที่กองหลังกับเรื่องฟอร์มของธีรศิลป์ที่ต้องการคนสนับสนุนเพิ่มขึ้น ไม่แน่ว่าเข้าอาจจะไปไกลกว่ารอบ 16 ทีมก็เป็นได้
credit :
https://www.foxsportsasia.com/football/asian-football/afc-asian-cup/1019982/afc-asian-cup-2019-what-thailand-need-further-round-16/
บทความจาก fox sport ถ้าไทยอยากไปไกลกว่ารอบ 16 ทีม ในเอเชียนคัพ
แม้เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลับกุหลาบ แต่ประเทศไทยได้เข้ารอบตามที่พวกเขาตั้งเป้าไว้ที่รอบน็อคเอาท์ AFC Asian Cup 2019
หลังแพ้ 4-1 ให้กับอินเดียในเกมเปิดกลุ่ม A ตามด้วยการไล่ Milovan Rajevac ดูเหมือนว่า War Elephants สุ่มเสี่ยงที่จะต้องผิดหวังอีกครั้งหลังจากตกรอบรองชนะเลิศ ที่ AFF Suzuki Cup 2018 เมื่อเดือนที่ผ่านมา
หลังจาก Sirisak Yodyardthai เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนทำให้โชคชะตาพลิกผันด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือบาห์เรนและเสมอกับเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไป 1-1 ส่งผลให้พวกเขาก้าวเข้าสู่รอบ 16 ในฐานะอันดับสองได้สำเร็จ
เป้าหมายหลักอาจจะบรรลุ แต่ถ้าไทยจะไปต่อพวกเขาจะต้องพัฒนาอีกมากโดยเฉพาะการที่พวกเขาต้องพบกับเกาหลีหรือจีน- ใครก็ตามที่เข้าอันดับสองในกลุ่ม C - ในนัดถัดไป วันอาทิตย์
ประการแรกเลย กองหลังยังคงยวบและไม่มั่นคงอย่างมาก ( ใช้คำว่า extremely shaky คือหมายถึงกลัวตัวสั่นและตื่นตระหนก ) แม้ว่าจะเสียไปเพียง 1 ประตูใน 2 นัดหลังสุด แต่การที่โค้ชคนใหม่เข้ามาดูแลก็อาจจะทำให้แทคติกต่างๆ ซึ่งยังคงเป็นของราเยวัช แต่โค้ชได้เอามาปรับ ( implement ) บางอย่างที่เขาคิดว่าดีให้กับนักเตะ ซึ่งนักเตะอาจจะยังไม่คุ้นเคย
โค้ชได้ปรับมาเป็น 5-3-2 และใช้ประโยชน์จากการมี center back เพิ่มอีก 1 คน ทำให้ tristan and theerathon ได้เปิดไปเติมให้ชนาธิปปิดบัญชีได้ในนัดบาเรนห์ แต่อย่างไรก็ตามในนัด UAE มันไม่ได้ผลและไทยได้ปรับแผนเป็น 4 4 2 โดยให้อดิศรไปยืนเป็นแบ็คซ้ายซึ่งไม่ถนัด ถึงแม้เกมส์จะจบตามที่ตั้งใจ แต่ก็มีจังหวะที่กองหลังโดนผู้เล่น UAE เขย่าขวัญสั่นประสาทได้หลายครั้ง ซึ่งจังหวะเหล่านี้จะเป็นงานยากแน่นอนในการเจอกับเกาหลีหรือจีน
ช้างศึกจะได้พรรษาและมิก้ากลับมายืนหลังในนัดต่อไป แต่สูตรสำเร็จที่ลงตัวของแผงหลังไทยยังต้องให้โค้ชค้นหาต่อไป
ประการต่อไปคือฟอร์มของธีรศิลป์ที่ทำงานหนักในแดนหน้า กองหน้าที่เคยฉีกกองหลังคู่ต่อสู้เป็นชิ้นๆแม้ในคู่แข่งระดับทวีป (singlehandedly taking on entire defences) ธีรศิลป์ class is permanent แต่ฟอร์มปัจจุบันเค้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถจะเป็นผู้นำชัยชนะมาให้ช้างศึกได้เหมือนในอดีต
ยังดีที่ชนาธิป ธีรธร และฐิติพันธ์พัฒนาขึ้นมาจากเมื่อก่อน ซึ่งธีรศิลป์ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากนักเตะเหล่านี้ วิธีการที่อาจจะช่วยสนับสนุนธีรศิลป์คือการให้อดิศักดิ์และชนาธิปถ่างไปเล่นด้านข้าง เพื่อให้เวลาขึ้นเกมบุกจะได้ใช้ประโยชน์จากการมีจำนวนผเ้ล่นที่มากกว่า
ถ้าโค้ชจะให้เล่น 5-3-2 การให้อดิศักดิ์เล่นหน้าคู่ช่วยสนับสนุนธีรศิลป์โดยที่ชนาธิปค่อยป้อนบอลให้ด้านหลังก็ดูสมเหตุสมผลดี ให้อดิศักดิ์ก่อกวนเซนเตอร์ 1 ตัวเพื่อเปิดทางให้ธีรศิลป์ดวล 1-1 กับอีก 1 เซนเตอร์และหาทางป้ายให้ชนาธิปตามขึ้นมาปิดจ๊อบอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี
ไทยทำได้ดีพอที่จะเข้ารอบ 16 ทีม แต่ถ้าพวกเขาอยากไปไกลกว่านั้นต้องรีบหาทางปิดจุดอ่อนที่กองหลังกับเรื่องฟอร์มของธีรศิลป์ที่ต้องการคนสนับสนุนเพิ่มขึ้น ไม่แน่ว่าเข้าอาจจะไปไกลกว่ารอบ 16 ทีมก็เป็นได้
credit : https://www.foxsportsasia.com/football/asian-football/afc-asian-cup/1019982/afc-asian-cup-2019-what-thailand-need-further-round-16/