[CR] [CR]ทริปภูกระดึงไม่ได้ดั่งใจ ปีใหม่ 2019

ทริปนี้เริ่มจากความคิดที่ว่าต้องไปภูกระดึงสักครั้งในชีวิตและควรไปก่อนแก่เพราะเดี๋ยวจะเดินขึ้นไม่ไหวเอา จึงบังเกิดทริปภูกระดึงปีใหม่ขึ้นมา ตั้งใจว่าจะไปกัน3คน แต่นาทีสุดท้ายเพื่อนเทไปคน จึงเหลือผู้เดินทางกันแค่2คน ทริปนี้มีความไม่ได้ดั่งใจเริ่มตั้งแต่การจองบ้านพักต้องจองผ่านเวปไซด์กรมอุทยาน [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
          มีกำหนดการจองล่วงหน้าก่อนเข้าพักได้แค่60 วันทำการ เราใจร้อน จองได้บ้านภูกระดึง104 บ้านหลังใหญ่ นอนได้ 8 คน ราคา 2400 บาท เพราะบ้านหลังอื่นๆเต็มหมด ความไม่ได้ดั่งใจอันแรกก็บังเกิด แถมกลัวว่าถ้าไม่รีบโอนเงินจะโดนเด้งแล้วไม่มีบ้านนอน เพราะตั้งใจนอนบบนภูสองคืน คืนนึงนอนเต้นท์เอาบรรยากาศ อีกคืนนอนบ้านเพราะวันรุ่งขึ้น นั่งรถกลับเช้าถัดมาต้องทำงานเลย เลยพลาด เพราะจริงๆแล้ว เราสามารถเข้าไปเช็คบ้านพักหลังเที่ยงคืนใหม่ได้ ถ้าคนจองไม่โอนเงิน มันก็จะมีบ้านว่างให้เราจอง ถือเป็นข้อพลาดอันแรก เรื่องที่สอง คือเรื่องรถทัวร์ ด้วยความไม่เคยจองรถทัวร์ กว่าจะจองได้ ไม่มีรถรอบที่เล็งไว้ คือตั้งใจไปรถรอบ3-4ทุ่ม เพราะจะไปถึงร้านเจ๊กิมที่ผานกเค้าช่วงเช้ามืดพอดีละจะได้ต่อรถไปอุทยานได้เลย ซึ่งเราพลาด จองรถได้รอบ 15.30น. แถมจ่ายเงินของเพื่อนที่เทไปแล้วด้วย เซ็งหนักมาก ส่วนรถทัวร์ขากลับได้รอบ 19.00น. ลุ้นกันว่าจะกลับถึงกทม.ไปทำงานต่อทันมั้ย ทั้งรถไปกลับเราได้แบบชั้น ป.1 ของแอร์เมืองเลย อดนั่ง VIP นับเป็นเรื่องไม่ได้ดั่งใจก่อนเริ่มทริป
         ถึงวันเดินทางเราขึ้นรถที่หมอชิต2 นั่งรถเมล์มาจาก BTS หมอชิต มาถึงก็ไปแลกตั๋วรถ ความโชคดีบังเกิดเมื่อลองถามเจ้าหน้าที่ว่าคืนตั๋วได้มั้ย โชคดีคืนได้ โดนหักเงิน70บาทเองมั้ง ดีที่มีคนได้ที่ของเราไปต่อ แวะกินข้าวที่ศูนย์อาหารชั้นสอง  ราดหน้าที่หมอชิตไม่อร่อยเลย น้ำเหนียวๆจืดๆ ราคา 40 บาท กินเสร็จก็หาที่นั่งรอเวลาขึ้นรถ สรุปนั่งพื้น รถขาไปนั่งสบายเบาะกว้างที่วางขากว้าง มีน้ำ1ขวดกับขนมฟันโอให้1ห่อ นั่งยาวๆไปจนถึงจังหวัดเลยแต่พีคที่รถทัวร์ลืมไม่แวะส่ง ต้องวนกลับมา ถึงร้านตอนตีสามได้ แต่ถือว่าโชคดีเพราะร้านเจ๊กิมเปิดให้ไปนอนหลังร้านตอนนั้นพอดี ถ้าถึงเร็วกว่านั้นคงต้องนั่งอยู่หน้าร้าน ที่หน้าร้านมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งนะ ข้างหลังร้านจะอารมณ์เหมือนใต้ถุนบ้าน มีเตียงไม้ เสื่อ โต๊ะ เก้าอี้ให้นั่งและนอน แถมยังมีห้องน้ำ อ่างน้ำสำหรับล้างหน้าแปรงฟัน แต่สภาพห้องน้ำก็เก่าๆมีกลิ่นนิดหน่อย แต่เอาเถอะ เจ๊กิมอุตส่าห์ใจดีแล้วก็เข้าๆไปเถอะ (เจ้าของกระทู้เป็นมนุษย์เรื่องมากเกี่ยวกับห้องน้ำแต่ก็อยากมาลองเปิดใจเที่ยวแบบธรรมชาติดูบ้าง) นอนพักหนึ่งตื่น ลุกมาล้างหน้าแปรงฟัน ไปอุดหนุนมื้อเช้าของร้านเจ๊กิม มีทั้งเมนูข้าวต้ม เกาเหลา ข้าวราดแกง มาม่า แต่เราเลือกเมนูไข่กะทะพร้อมกับขนมปังเวียดนาม ราคา 55 บาท ถ้าไข่กะทะอย่างเดียว 35 บาทมั้ง


ของเราสั่งไม่ใส่ผักโรยหน้าตาเลยดูซีดๆนิดนึง รสชาติดีแต่มันเนยไปนิดนึง

         พอท้องอิ่มก็รีบไปที่รถสองแถว ราคาจะอยู่ที่เที่ยวละ 300 บาท 10 คนเต็มรถถึงจะออก โชคดีมาช่วงเทศกาลคนเต็มเร็ว ไม่ต้องเหมา รถมาส่งที่หน้าอุทยาน ค่าเข้าคนละ40บาท ค่าประกันอุบัติเหตุ10บาท ค่ากางเต็นท์ คนละ30บาท พร้อมทั้งติดต่อเรื่องบ้านพักของคืนที่สองไว้เลย จากนั้นก็รีบไปชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้ลูกหาบขนขึ้นไป กิโลกรัมละ30บาท มีค่าป้ายติดกระเป๋าใบละ5บาท ของเราสัมภาระเยอะ 7 กิโลกรัม แบกขึ้นเองตายแน่นอน ก่อนขึ้นภูแวะ กินโกโก้ร้อนกับกาแฟ ชาร์ตแบตมือถือฟรีด้วย โกโก้ร้อนแก้วละ40บาท กาแฟชงเอง 25บาท ท้องอิ่ม แบตมือถือเต็ม

         ถึงเวลาออกเดินทางได้ ตรงจุดตรวจผ่านทางขึ้นจะมีไม้เท้าวางๆไว้ให้หยิบ อย่าเขินที่จะหยิบ มันช่วยได้เยอะจริงๆ ปีนๆเดินๆกว่าจะถึงซำแรก ไม่แย่อย่างที่คิด ระหว่างซำจะมีร้านขายของกิน ทั้งน้ำหวาน ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารตามสั่ง ไข่ปิ้ง แตงโม ไอศกรีม ราคาแรงขึ้นตามความสูง  เดินจนถึงข้างบนสุด ดีใจที่ผ่านมาได้ เราใช้เวลา 3ชั่วโมงครึ่ง ภูมิใจในตัวเองที่ลากสังขารขึ้นมาได้ ต้องขอบคุณมารดาผู้บังคับให้เข้าฟิตเนสก่อนหน้านี้ ไม่งั้นคงถ่วงผู้ร่วมทริปอย่างแน่นอน แวะถ่ายรูปแล้วก็ซื้อน้ำเปล่า ราคาสูงตามความสูง ขวดเล็ก 30 บาท เราไปเจอขวดใหญ่ที่ร้านกินข้าว 1.5 ลิตร 50 บาท คุ้มกว่ากันเยอะ หลังจากเดินขึ้นภูมาเราจะต้องเดินทางราบอีกประมาณ 4 กิโลเมตรเพื่อไปยังที่ทำการอุทยานด้านบน ระหว่างทางจะค่อนข้างโล่ง แดดร้อนแต่มีลมเย็นๆมาช่วยเลยทำให้เดินง่ายขึ้น

ระยะทางทั้งหมดที่ต้องเดิน



ระหว่างทาง ตามซำต่างๆจะมีร้านอาหารขายให้นั่งพักเหนื่อย


เดินมาเหนื่อยๆเรากินแตงโม เย็นฉ่ำชื่นใจ



ถ้าเราขึ้นภูช้าแล้วไปไม่ถึงชั้นบนสุดก่อน17.00น. เราจะโดนกักตัวให้นอนอยู่ที่ซำนี้คืนนึง เพราะฉะนั้นรีบทำเวลากันหน่อยนะ


และแล้วเราก็ขึ้นมาได้สำเร็จ

พักกินข้าวมื้อแรกบนภู สั่งหมูกรอบกระเทียมพริกไทย แห้งแข็งไปนิดแต่ผัดมาม่าของผู้ร่วมทริปอร่อยกว่าแนวเหมือนสุกี้ อากาศเริ่มเย็นสั่งนมร้อนมาด้วยฟินดี  นมร้อน 30 บาท  


เมนูอาหารร้านแรกบนภูที่กิน


ข้าวหมูกรอบ 65 บาท


มาม่า 60 บาท


บนนี้มีขายทุกอย่าง น้ำเปล่า น้ำอัดลม มาม่า ขนม แชมพู สบู่ เสื้อ ถุงกันทาก ยันผ้าพันคอ

        จากนั้นไปเอาเต็นท์ โดนค่าผ้านวมไป4ผืน ถูกหลอกเบาๆ ค่าเต็นท์200บาท ค่าผ้านวม120บาทจ้า ผ้านวมหลอกว่าของโตโต้ แต่เป็นโตโต้ผ่าการใช้งานมาโชกโชน บางเบา เกือบขาดแล้วพอเข้าเต็นท์ได้ก็หลับเป็นตาย รอกระเป๋าจากลูกหาบ พอได้กระเป๋ารีบอาบน้ำ น้ำเย็นมาก เจอคุณกวางมาด้อมๆมองๆรอคุ้ยขยะ ไม่กลัวคนซะด้วย


ห้องน้ำด้านบน ไม่ได้น่ากลัว อาจจะมีคราบดินดำเฉยๆแต่ไม่ได้สกปรกและดูเก่า โซนที่เราไปพักคนไม่เยอะเท่าตรงแถวที่ทำการอุทยาน ตรงนี้ดูสะอาดกว่า ห้องน้ำมีทั้งส้วมแบบนั่งยองๆกับส้วมสูง


       พออาบน้ำเสร็จกะจะไปดูพระอาทิตย์ตก ฝนก็ดันตก อดไปแถมต้องขนเต็นท์ขึ้นไปบนศาลาด้วย ไม่งั้นได้นอนพื้นดินเย็นๆแฉะๆแน่นอน มื้อเย็นเดินสำรวจ เจอคุณลุงเรียกแขก เห็นว่าคนน่าจะไปกินแถวมุมนั้นน้อย เลยไปกิน สรุปว่าดี ชาร์ตแบตฟรี อาหารอร่อย ข้าวหมูผัดพริกเผา ข้าวผัด ต้มยำชามใหญ่ แต่ราคาแอบไม่ตรงเมนู เมนูเขียน100 บาท ตอนจ่ายคิดเพิ่มมา20บาทแต่ก็ฟินอยู่ มีชาร้อนให้กินฟรี แอบเห็นว่ามีบริการอาบน้ำอุ่นด้วยแต่ลืมถามราคา ที่นี่ร้านค้าจะมีไฟถึงแค่สี่ทุ่ม แต่ตรงห้องน้ำ มีตลอดมั้ง จบวันแรก หลับยาว



ชามใหญ่มาก เนื้อก็เยอะไม่น้อยเลย


ร้านข้าวที่มีน้ำอุ่นให้อาบ จะอยู่โซนเลยจากแถวร้านอาหารเยอะๆ มาอีกฝั่งนึง

         เช้าวันสุดท้ายของปี เจ้าหน้าที่นัดรวมพลตีห้า เดินไป2กิโลดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น แต่คุณพระอาทิตย์ขี้อายมาเป็นแสงๆ กับหมอกจางๆ แต่ก็ยังสวยพอให้ชื่นใจที่ทนรอท่ามกลางอากาศหนาว




จากนั้นก็ไปกินข้าวเช้า โจ๊กกับปาท่องโก๋ โจ๊กไม่อร่อยเท่าไหร่ 65 บาท มีไข่ หมูสับ  ปาท่องโก๋โอเคอยู่ 20 บาท อิ่มละไปนอนเอาแรงเตรียมเก็บของ คืนนี้จองบ้านพักไว้ หลังเบิ้มเริ่มนอนกันแค่สองคน  เข้าบ้านได้ตอน10โมง จึงต้องฝากของไว้แล้วค่อยกลับมาเข้าบ้านตอนหลังดูพระอาทิตย์ตกทีเดียว



ก่อนออกเดินไปเส้นน้ำตก เค้าว่ากันว่าให้ซื้อเสบียงมื้อกลางวันติดไปด้วย เราเลยซื้อหมูย่างไม้ละ25บาท ข้าวเหนียว หมูกระเทียมชุดละ60บาทใส่กระเป๋าไปด้วย จากนั้นก็ออกเดินตามหาคุณใบไม้สีแดง เป้าหมายของทริปนี้ เจอต้นแรก มีต้นเดียว แดงเต็มต้น ฟินสุดๆ ระหว่างทางเดินไปแต่ละน้ำตกบรรยากาศร่มรื่นสลับทุ่งโล่งบ้าง อากาศดี เย็นสบาย ส่วนในน้ำตกคุณใบไม้สีแดงเต็มเลย





ชื่อสินค้า:   ภูกระดึง จังหวัดเลย
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่