ผมจะเล่าเหตุการณ์ที่ผมเจอกับได้ยังไงก่อนนะครับ ก่อนอื่นผมยอมรับว่าผมเรียนไม่จบม.3 เพราะผมเกเร เป็นเด็กแว้นเคยติดยา อบายมุขทั้งหลายประมาณ2ปีกว่า
แต่ผมก็เลิกได้ หักดิบด้วยตัวเองและไม่ได้ยุ่งกับมันอีกเลย ผมรู้ตัวว่าอดีตผมไม่ดีผมยอมรับ
ส่วนแฟนเรียนอยู่มหาลัยกรุงเทพกำลังจะจบในอีก2ปี (ดรอปเรียนไป2ปี) แฟนค่อนข้างที่จะถูกเลี้ยงดูแบบไข่ในหิน พ่อเธอหวงมาก
ต้องการให้เธอได้เจอคนที่เรียนจบปริญญา มีการงานมั่นคง มีรถมีเงินเป็นของตัวเองเพื่อที่จะดูแลเธอได้
บ้านเธอเปิดบริษัททำธุรกิจส่วนตัวพ่อเธอเป็นวิศวกรและยังมีกิจการเสริมอีกเป็นร้านขายอะไหล่รถซึ่งรับซ่อมด้วย
ด้วยความเรียนไม่จบ ผมก็ไปทำงานหลายที่เป็นก่อสร้างบ้าง เก็บมันบ้าง ทำคาร์แคร์ ไปมาหลายจังหวัด ปัจจุบันมาอยู่กรุงเทพเป็นช่างกลึง
ของร้านขายอะไหล่รถร้านใหญ่แถวๆปทุม เป็นร้านที่พ่อกับแม่ผมเคยทำ พ่อแม่ผมเคยทำอยู่ที่นี่ประมาณ30กว่าปีก็พอจะสนิทกับเฮียเจ้าของร้านผมเลยได้มาทำที่นี่ช่วงประมาณเดือนสิงหา2018 ตอนนี้พ่อแม่ผมก็ออกจากงานกลับไปรับจ้างทำสวนที่บ้านเกิด
กลับมาที่ผม พอมาทำได้ไม่ถึงเดือนผมก็เจอกับผู้หญิงคนนึง ผมเจอเธอในเฟซบุ๊ค อันที่จริงผมแอดเฟซเธอไปตั้งแต่พฤศจิกา2017
ซึ่งตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่าผมไปเจอเฟซเธอได้ยังไง จำได้ว่าช่วงนั้นเธอเล่นเกมrov แล้วเป็นสตรีมเมอร์ เวลาเธอเริ่มสตรีมเธอจะแชร์ลงกลุ่มผมเองก็เล่นและอยู่ในกลุ่มrov คงจะบังเอิญเจอเธอในนั้น ผมแค่แอดเธอไปงั้นๆเห็นน่ารักดี เล่นเกมฮาดี ดูเพลิน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะดูเหมือนเธอจะมีแฟนแล้ว ผมเองก็มีคนคุย ผมเริ่มทักไปหาเธอเพื่อชวนเล่นเกมตอนประมาณเดือนมีนา2018 เธอก็ตอบตามมารยาท เธอเป็นคนเฟรนลี่เป็นกันเองไม่หยิ่ง เธอบอกว่าถ้าจะเล่นเดี๋ยวชวนละกัน ผมก็โอเค แต่เอาจริงๆเธอหายไปเลย ผมก็รอเมื่อไหร่เธอจะชวน ผมก็ไม่ได้ทักเธอ ไปทักอีกทีก็สิงหา2018 เธอไม่ค่อยสนใจผม ชอบไล่ผมไปเล่นกับสาว เพราะตอนนั้นเธอก็มีแฟนอยู่แล้ว เธอไม่สนใจใครจริงๆเวลาเธอมีแฟน อ่านแชทผมแต่ไม่ตอบบ่อย กว่าจะตอบก็ผ่านไปเป็นวันหรือเป็นอาทิตย์
ช่วงหลังๆมาผมเห็นเธอตัดพ้อในเฟซบ่อยมาก มีลงรูปอุบัติเหตุรถยนต์เอยอะไรเอย จนผมนึกเห็นอกเห็นใจเลยทักไปหาเธอ
เธอบอกว่าข่วงนี้แย่มาก มีแต่เรื่องเครียดผมก็เลยหาเรื่องคุยกับเธอให้เธอหายเครียดบ้าง พอคุยกันได้เกือบสัปดาห์
(ไม่เชิงจีบกันนะแค่ทักคุยกันปกติ แล้วตอนนั้นผมเรียกเธอว่า เจ้) วันนึงเธอบอกกับผมว่าแฟนเธอนอกใจแล้วเธอจับได้แบบคาหนังคาเขา
ก็เลยเลิกรากันไป
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้เป็นแฟนกับเธอ และเพิ่งได้รู้ว่าเราเกิดเดือนเดียวกัน เธอเกิดวันที่22 ส่วนผมเกิด23 แต่ปีเกิดก็ห่างๆกันเยอะหน่อย เราโทรหากันทุกวัน คอลหากันทุกวันเวลาผมเลิกงาน คาสายนอนทุกวันจนตื่นนอนเข้างานถึงวาง ทำแบบนี้ทุกวันไม่เคยขาดจนถึงตอนนี้ก็ยังทำเหมือนเดิม ต่อมาผมกับเธอก็คบกันมาเรื่อยๆ ทำความรู้จักกันมา แรกๆที่เจอกันเธอกลัว กลัวทั้งผมจะหลอก เหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่ผ่านมา เธอเล่าว่าเธอไม่เคยเจอผู้ชายดีๆสักที มีแต่ความผิดหวังเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวทั้งพ่อแม่เธอจะไม่ยอมรับเพราะเธอรู้จักพ่อแม่เธอดี ผมสัญญากับเธอว่าจะทำให้พ่อแม่ยอมรับให้ได้ จะสร้างเนื้อสร้างตัว จะไปเรียนต่อให้จบ จะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะหมั่นเก็บเงินซื้อรถซื้อบ้านเล็กๆสักหลังด้วยตัวเอง ส่วนอนาคตผมก็อยากจะมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง ส่วนแฟนผมเธอเรียนไปด้วยรับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ไปด้วยเท่าที่พอไหวไม่กระทบการเรียน ด้วยความที่เธอโตกว่าเธอมักจะคอยสอนผม กาลเทศะ มารยาท ฯลฯ คอยเตือนสติผมในหลายๆเรื่องเวลาที่ผมเผลอใช้นิสัยเด็กๆกับเธอ หรือในที่สาธารณะ เธอคอยดูแลผมอย่างดี ซัพพอร์ทผมเสมอ ด้วยรูปร่างหน้าตาผมเหมือนเด็กแว้น เธอจะพาผมหาซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวให้ผมใหม่ พาไปตัดผมให้ดูไม่เหมือนโจรใต้ อีกหลายๆอย่างที่เธอทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นทั้งภายในและภายนอก ผมก็มีหน้าที่เติมเต็มในสิ่งที่เธอขาด บ้านเธอไม่ค่อยอ่อนโยนกับเธอ ส่วนใหญ่ใช้แต่อารมณ์และรุนแรง เธอก็ติดมาบ้างนะแต่เธอพยามไม่ใช้มันกับผม เรามักจะคุยกันด้วยเหตุผล เธอมีนิสัยขี้วีน งอแง เอาแต่ใจหน่อย เสียงดัง ผมจะคอยใช้น้ำเย็นกับเธอ ผมบอกกับเธอเสมอว่าคนนึงร้อนอีกคนต้องเย็น เวลาผมพูดกับเธอหรือถามอะไรเธอจะมี คะขา ครับ ต่อท้ายตลอด เราไม่เคยใช้คำหยาบใส่กันเลย เธอเคยบอกผมว่า กับแฟนคนก่อนๆของเธอพอเริ่มเข้าสัปดาห์ที่2ก็เริ่มหยาบใส่กันด่ากันแล้ว ผมเลยตั้งใจจะพูดเพราะๆกับเธอให้ชินปากไปเลย แอบคิดในใจว่าปกติเธอเป็นคนค่อนข้างปากจัดชอบด่าชอบสบถ การพูดเพราะๆกับเธอมันอาจจะทำให้เธอด่าหยาบน้อยลง สบถหยาบน้อยลง
จนวันลอยระทงที่เธอตัดสินใจพาผมไปเปิดตัวกับที่บ้านครั้งแรก
พอไปถึงใจเราทั้งคู่ก็ลุ้นว่าพ่อแม่จะว่ายังไงแต่ปรากฏว่าพ่อแม่รับไหว้พูดจาดี หลังจากนั้นมาก็พาผมไปช่วยงานที่ร้านเธอบ้าง
(ผมทำงานประจำที่ร้านผม จ.- ส. ครึ่งวัน) ช่วงเย็นผมก็จะไปช่วยแม่เธอที่ร้าน (ร้านเปิดทุกวันไม่มีหยุด) เพราะช่วงนั้นที่ร้านแม่เธอขาดช่างซ่อม
(ช่างซ่อมเป็นลูกชายของพี่สาวแม่ ช่วงนั้นมีปัญหากัน พี่เขาเลยขอลาออกกลับไปอยู่บ้าน) ผมจำได้ว่าตอนที่ขาดช่าง แม่ของเธอจะขอให้ผมออกจากงานไปอยู่ช่วยที่ร้านเลย แต่ผมไปไม่ได้เพราะงานผมยังไม่ผ่านโปร ยังไม่ถึง3เดือน เลยขอมาช่วยแค่เสาร์-อาทิตย์ ผมเองเลยไม่มีวันหยุด แต่แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้พี่คนที่เป็นช่างกลับมาทำงานต่อคืองานศพปู่ พี่ต้องกลับมาบวชพร้อมน้องชายของแฟน
คบมาได้4เดือน ไปมาหาสู่เข้าตามตรอกออกตามประตูให้พ่อแม่รู้เห็น จนมาช่วงต้นเดือนธันวา ปู่เธอเสีย ผมก็ไปช่วยงานศพปู่ และผมจุดธูปสัญญากับปู่ของเธอว่า "ผมสัญญาผมจะดูแลเธอ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน ต่อให้ผมต้องตายผมก็จะไม่ทิ้งเธอไปไหน" เธอถามผมว่าผมสัญญาอะไรกับปู่น่ะแต่ผมไม่ยอมบอก แล้วต่อด้วยงานบวชน้องชาย (จริงๆจะบวชให้ปู่ตอนปู่ยังอยู่แต่ไม่ทัน) ผมก็ไปช่วยเตรียมงาน ขนของย้ายของสารพัดจะทำใครใช้ให้ทำไรก็ไปทำ
จบงานบวช ต่อด้วยงานปีใหม่ ผมก็ไม่ได้กลับบ้าน ผมไปฉลองที่บ้านเธอเพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอที่พาผู้ชายมาเปิดตัวกับพ่อแม่ และเป็นครั้งแรกที่
เคาท์ดาวน์ด้วยกันของผมกับเธอ ผมกับเธอไม่เคยเคาท์ดาวน์กับแฟนคนไหนมาก่อน มันเลยเป็นครั้งแรกของเรา
ทุกอย่างเหมือนจะผ่านไปด้วยดีจนเริ่มต้นปีใหม่ สายๆของวันนึงแฟนผมตื่นสาย เธอชอบดูหนังนอนดึกตี2ตี3ทุกวัน แล้วชอบตื่นสายตลอด เอาจริงๆผมก็ปลุกให้เธอลงไปช่วยแม่ทุกเช้านะ 8 โมง (ผมเข้างาน8โมงครึ่ง) แต่แฟนผมเธอเป็นคนที่ดื้อมากติดขี้เกียจหน่อย พ่อแม่เธอไม่ค่อยพูด จะมาพูดเอาก็ตอนที่หมดความอดทนแล้ว ใช้คำว่าด่ายับเลยดีกว่า ต่อให้เป็นลูกผู้หญิงก็ด่าเละเทะเลย แล้วช่วงสายๆวันนั้นเธอทักแชทมาหาผมตอน10โมงกว่า
"ไม่คิดว่าวันนี้ตื่นมาจะนั่งกินข้าวกับน้ำตา" ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่าอยู่ดีๆพ่อกับแม่ก็ด่าทอเธอสารพัด พูดด้วยน้ำเสียงที่ดุเสียงดัง ดังจนข้างบ้านได้ยินว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้" ไอ้ผู้ชายที่ไปคว้ามาเลิกไปเลยนะ ไปขุดมาจากหลุมไหน เรียนจบแค่ม.3 มันจะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแล! ผอมกร่องดูไม่มีราศี! ไม่มีความเป็นผู้นำ! ดูยังไงก็เป็นเด็กกะโปโล ไม่มีหัวนอนปลายตีน! ไปไหนก็หิ้วกันไปมา ตัวติดกันปัญญาอ่อน!! งานมันก็ไปเป็นลูกน้องเขา! ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยสักอย่าง! รถก็ไม่มี! รถก็ขับไม่เป็น! เรียนก็ไม่จบ! เงินเก็บก็ไม่มี! ไอ้
!! มันใฝ่ต่ำ!!! อนาคตถ้าพวกไปอยู่ด้วยกันกูบอกได้เลยว่า -ดิน!!!! ผู้ชายอะไรให้ลูกกูขับรถไปรับไปส่งเป็นวักเป็นเวร! " อีกสารพัดอย่างแต่เธอบอกว่าเธอไม่มีสติพอจะจำได้ทั้งหมดแม้แต่แม่ที่ตอนแรกแม่ก็พูดดีกับผมคุยกับผมเหมือนลูกคนนึงกลับกลายเป็นว่าร่วมด้วยช่วยกันกับพ่อ เธอได้แต่ขอให้พ่อใจเย็นคุยกันดีๆ แต่พ่อเธอไม่ฟังและห้ามไม่ให้เธอพูดอะไรทั้งนั้น เธอขอโอกาสให้ผมแต่พ่อบอกว่า "โอกาสอะไรมันสายไปแล้ว !!" "งานบวชน้อง เพื่อนกูมางานมันก็แซวกูล้อกูกูล่ะอับอายขายขี้หน้า!!" ที่ผมฟังเธอมาผมไม่โกรธพ่อเธอเลยเพราะผมยอมรับผิด แต่ผมไม่เคยคิดไม่ดีกับเธอ ผมอยากพูดกับพ่อว่าขอโอโกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองสักครั้ง แต่เธอบอกว่าเธอรู้จักพ่อดี พ่อไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ไม่มีใครทำอะไรได้ พ่อพูดทิ้งท้ายว่า "ถ้ามันมาเหยียบร้านกูอีกกูเอาหนักแน่ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด" เธอก็ได้แต่นั่งร้องไห้เงียบ
ผมไม่โกรธพ่อเลยจริงๆเพราะพ่อพูดความจริงทั้งหมด มันเป็นความผิดพลาดของผมที่ไม่รักดีตั้งแต่ตอนเรียน แต่ในเมื่อผมยังหายใจอยู่ ผมจะพยามสู้ ผมจะไม่ยอมแพ้ ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นว่าคนที่พ่อดูถูกคนนี้ สามารถดูแลลูกสาวพ่อได้ ผมคิดว่ามันยังไม่สายเกินไปสำหรับผม แต่เธออายุ 24 แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันจะมีผลยังไงกับเธอ เพราะผมคิดว่ามันต้องใช้เวลานานพอสมควร ผมเลยมาขอคำปรึกษาจากพี่ๆครับ
*น้อมรับคำเตือนคำสอนของทุกๆคนครับ
**หากผมเรียบเรียงไม่ถูก ทำให้อ่านแล้วงงต้องขออภัยด้วยนะครับ
ผมอายุ 18 แฟนผมอายุ 24 พ่อแม่แฟนเกลียดผมไม่ให้โอกาสผม ผมเลยมาขอคำปรึกษาจากพี่ๆครับ
แต่ผมก็เลิกได้ หักดิบด้วยตัวเองและไม่ได้ยุ่งกับมันอีกเลย ผมรู้ตัวว่าอดีตผมไม่ดีผมยอมรับ
ส่วนแฟนเรียนอยู่มหาลัยกรุงเทพกำลังจะจบในอีก2ปี (ดรอปเรียนไป2ปี) แฟนค่อนข้างที่จะถูกเลี้ยงดูแบบไข่ในหิน พ่อเธอหวงมาก
ต้องการให้เธอได้เจอคนที่เรียนจบปริญญา มีการงานมั่นคง มีรถมีเงินเป็นของตัวเองเพื่อที่จะดูแลเธอได้
บ้านเธอเปิดบริษัททำธุรกิจส่วนตัวพ่อเธอเป็นวิศวกรและยังมีกิจการเสริมอีกเป็นร้านขายอะไหล่รถซึ่งรับซ่อมด้วย
ด้วยความเรียนไม่จบ ผมก็ไปทำงานหลายที่เป็นก่อสร้างบ้าง เก็บมันบ้าง ทำคาร์แคร์ ไปมาหลายจังหวัด ปัจจุบันมาอยู่กรุงเทพเป็นช่างกลึง
ของร้านขายอะไหล่รถร้านใหญ่แถวๆปทุม เป็นร้านที่พ่อกับแม่ผมเคยทำ พ่อแม่ผมเคยทำอยู่ที่นี่ประมาณ30กว่าปีก็พอจะสนิทกับเฮียเจ้าของร้านผมเลยได้มาทำที่นี่ช่วงประมาณเดือนสิงหา2018 ตอนนี้พ่อแม่ผมก็ออกจากงานกลับไปรับจ้างทำสวนที่บ้านเกิด
กลับมาที่ผม พอมาทำได้ไม่ถึงเดือนผมก็เจอกับผู้หญิงคนนึง ผมเจอเธอในเฟซบุ๊ค อันที่จริงผมแอดเฟซเธอไปตั้งแต่พฤศจิกา2017
ซึ่งตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่าผมไปเจอเฟซเธอได้ยังไง จำได้ว่าช่วงนั้นเธอเล่นเกมrov แล้วเป็นสตรีมเมอร์ เวลาเธอเริ่มสตรีมเธอจะแชร์ลงกลุ่มผมเองก็เล่นและอยู่ในกลุ่มrov คงจะบังเอิญเจอเธอในนั้น ผมแค่แอดเธอไปงั้นๆเห็นน่ารักดี เล่นเกมฮาดี ดูเพลิน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะดูเหมือนเธอจะมีแฟนแล้ว ผมเองก็มีคนคุย ผมเริ่มทักไปหาเธอเพื่อชวนเล่นเกมตอนประมาณเดือนมีนา2018 เธอก็ตอบตามมารยาท เธอเป็นคนเฟรนลี่เป็นกันเองไม่หยิ่ง เธอบอกว่าถ้าจะเล่นเดี๋ยวชวนละกัน ผมก็โอเค แต่เอาจริงๆเธอหายไปเลย ผมก็รอเมื่อไหร่เธอจะชวน ผมก็ไม่ได้ทักเธอ ไปทักอีกทีก็สิงหา2018 เธอไม่ค่อยสนใจผม ชอบไล่ผมไปเล่นกับสาว เพราะตอนนั้นเธอก็มีแฟนอยู่แล้ว เธอไม่สนใจใครจริงๆเวลาเธอมีแฟน อ่านแชทผมแต่ไม่ตอบบ่อย กว่าจะตอบก็ผ่านไปเป็นวันหรือเป็นอาทิตย์
ช่วงหลังๆมาผมเห็นเธอตัดพ้อในเฟซบ่อยมาก มีลงรูปอุบัติเหตุรถยนต์เอยอะไรเอย จนผมนึกเห็นอกเห็นใจเลยทักไปหาเธอ
เธอบอกว่าข่วงนี้แย่มาก มีแต่เรื่องเครียดผมก็เลยหาเรื่องคุยกับเธอให้เธอหายเครียดบ้าง พอคุยกันได้เกือบสัปดาห์
(ไม่เชิงจีบกันนะแค่ทักคุยกันปกติ แล้วตอนนั้นผมเรียกเธอว่า เจ้) วันนึงเธอบอกกับผมว่าแฟนเธอนอกใจแล้วเธอจับได้แบบคาหนังคาเขา
ก็เลยเลิกรากันไป
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้เป็นแฟนกับเธอ และเพิ่งได้รู้ว่าเราเกิดเดือนเดียวกัน เธอเกิดวันที่22 ส่วนผมเกิด23 แต่ปีเกิดก็ห่างๆกันเยอะหน่อย เราโทรหากันทุกวัน คอลหากันทุกวันเวลาผมเลิกงาน คาสายนอนทุกวันจนตื่นนอนเข้างานถึงวาง ทำแบบนี้ทุกวันไม่เคยขาดจนถึงตอนนี้ก็ยังทำเหมือนเดิม ต่อมาผมกับเธอก็คบกันมาเรื่อยๆ ทำความรู้จักกันมา แรกๆที่เจอกันเธอกลัว กลัวทั้งผมจะหลอก เหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่ผ่านมา เธอเล่าว่าเธอไม่เคยเจอผู้ชายดีๆสักที มีแต่ความผิดหวังเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวทั้งพ่อแม่เธอจะไม่ยอมรับเพราะเธอรู้จักพ่อแม่เธอดี ผมสัญญากับเธอว่าจะทำให้พ่อแม่ยอมรับให้ได้ จะสร้างเนื้อสร้างตัว จะไปเรียนต่อให้จบ จะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะหมั่นเก็บเงินซื้อรถซื้อบ้านเล็กๆสักหลังด้วยตัวเอง ส่วนอนาคตผมก็อยากจะมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง ส่วนแฟนผมเธอเรียนไปด้วยรับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ไปด้วยเท่าที่พอไหวไม่กระทบการเรียน ด้วยความที่เธอโตกว่าเธอมักจะคอยสอนผม กาลเทศะ มารยาท ฯลฯ คอยเตือนสติผมในหลายๆเรื่องเวลาที่ผมเผลอใช้นิสัยเด็กๆกับเธอ หรือในที่สาธารณะ เธอคอยดูแลผมอย่างดี ซัพพอร์ทผมเสมอ ด้วยรูปร่างหน้าตาผมเหมือนเด็กแว้น เธอจะพาผมหาซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวให้ผมใหม่ พาไปตัดผมให้ดูไม่เหมือนโจรใต้ อีกหลายๆอย่างที่เธอทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นทั้งภายในและภายนอก ผมก็มีหน้าที่เติมเต็มในสิ่งที่เธอขาด บ้านเธอไม่ค่อยอ่อนโยนกับเธอ ส่วนใหญ่ใช้แต่อารมณ์และรุนแรง เธอก็ติดมาบ้างนะแต่เธอพยามไม่ใช้มันกับผม เรามักจะคุยกันด้วยเหตุผล เธอมีนิสัยขี้วีน งอแง เอาแต่ใจหน่อย เสียงดัง ผมจะคอยใช้น้ำเย็นกับเธอ ผมบอกกับเธอเสมอว่าคนนึงร้อนอีกคนต้องเย็น เวลาผมพูดกับเธอหรือถามอะไรเธอจะมี คะขา ครับ ต่อท้ายตลอด เราไม่เคยใช้คำหยาบใส่กันเลย เธอเคยบอกผมว่า กับแฟนคนก่อนๆของเธอพอเริ่มเข้าสัปดาห์ที่2ก็เริ่มหยาบใส่กันด่ากันแล้ว ผมเลยตั้งใจจะพูดเพราะๆกับเธอให้ชินปากไปเลย แอบคิดในใจว่าปกติเธอเป็นคนค่อนข้างปากจัดชอบด่าชอบสบถ การพูดเพราะๆกับเธอมันอาจจะทำให้เธอด่าหยาบน้อยลง สบถหยาบน้อยลง
จนวันลอยระทงที่เธอตัดสินใจพาผมไปเปิดตัวกับที่บ้านครั้งแรก
พอไปถึงใจเราทั้งคู่ก็ลุ้นว่าพ่อแม่จะว่ายังไงแต่ปรากฏว่าพ่อแม่รับไหว้พูดจาดี หลังจากนั้นมาก็พาผมไปช่วยงานที่ร้านเธอบ้าง
(ผมทำงานประจำที่ร้านผม จ.- ส. ครึ่งวัน) ช่วงเย็นผมก็จะไปช่วยแม่เธอที่ร้าน (ร้านเปิดทุกวันไม่มีหยุด) เพราะช่วงนั้นที่ร้านแม่เธอขาดช่างซ่อม
(ช่างซ่อมเป็นลูกชายของพี่สาวแม่ ช่วงนั้นมีปัญหากัน พี่เขาเลยขอลาออกกลับไปอยู่บ้าน) ผมจำได้ว่าตอนที่ขาดช่าง แม่ของเธอจะขอให้ผมออกจากงานไปอยู่ช่วยที่ร้านเลย แต่ผมไปไม่ได้เพราะงานผมยังไม่ผ่านโปร ยังไม่ถึง3เดือน เลยขอมาช่วยแค่เสาร์-อาทิตย์ ผมเองเลยไม่มีวันหยุด แต่แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้พี่คนที่เป็นช่างกลับมาทำงานต่อคืองานศพปู่ พี่ต้องกลับมาบวชพร้อมน้องชายของแฟน
คบมาได้4เดือน ไปมาหาสู่เข้าตามตรอกออกตามประตูให้พ่อแม่รู้เห็น จนมาช่วงต้นเดือนธันวา ปู่เธอเสีย ผมก็ไปช่วยงานศพปู่ และผมจุดธูปสัญญากับปู่ของเธอว่า "ผมสัญญาผมจะดูแลเธอ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน ต่อให้ผมต้องตายผมก็จะไม่ทิ้งเธอไปไหน" เธอถามผมว่าผมสัญญาอะไรกับปู่น่ะแต่ผมไม่ยอมบอก แล้วต่อด้วยงานบวชน้องชาย (จริงๆจะบวชให้ปู่ตอนปู่ยังอยู่แต่ไม่ทัน) ผมก็ไปช่วยเตรียมงาน ขนของย้ายของสารพัดจะทำใครใช้ให้ทำไรก็ไปทำ
จบงานบวช ต่อด้วยงานปีใหม่ ผมก็ไม่ได้กลับบ้าน ผมไปฉลองที่บ้านเธอเพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอที่พาผู้ชายมาเปิดตัวกับพ่อแม่ และเป็นครั้งแรกที่
เคาท์ดาวน์ด้วยกันของผมกับเธอ ผมกับเธอไม่เคยเคาท์ดาวน์กับแฟนคนไหนมาก่อน มันเลยเป็นครั้งแรกของเรา
ทุกอย่างเหมือนจะผ่านไปด้วยดีจนเริ่มต้นปีใหม่ สายๆของวันนึงแฟนผมตื่นสาย เธอชอบดูหนังนอนดึกตี2ตี3ทุกวัน แล้วชอบตื่นสายตลอด เอาจริงๆผมก็ปลุกให้เธอลงไปช่วยแม่ทุกเช้านะ 8 โมง (ผมเข้างาน8โมงครึ่ง) แต่แฟนผมเธอเป็นคนที่ดื้อมากติดขี้เกียจหน่อย พ่อแม่เธอไม่ค่อยพูด จะมาพูดเอาก็ตอนที่หมดความอดทนแล้ว ใช้คำว่าด่ายับเลยดีกว่า ต่อให้เป็นลูกผู้หญิงก็ด่าเละเทะเลย แล้วช่วงสายๆวันนั้นเธอทักแชทมาหาผมตอน10โมงกว่า
"ไม่คิดว่าวันนี้ตื่นมาจะนั่งกินข้าวกับน้ำตา" ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่าอยู่ดีๆพ่อกับแม่ก็ด่าทอเธอสารพัด พูดด้วยน้ำเสียงที่ดุเสียงดัง ดังจนข้างบ้านได้ยินว่า [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ อีกสารพัดอย่างแต่เธอบอกว่าเธอไม่มีสติพอจะจำได้ทั้งหมดแม้แต่แม่ที่ตอนแรกแม่ก็พูดดีกับผมคุยกับผมเหมือนลูกคนนึงกลับกลายเป็นว่าร่วมด้วยช่วยกันกับพ่อ เธอได้แต่ขอให้พ่อใจเย็นคุยกันดีๆ แต่พ่อเธอไม่ฟังและห้ามไม่ให้เธอพูดอะไรทั้งนั้น เธอขอโอกาสให้ผมแต่พ่อบอกว่า "โอกาสอะไรมันสายไปแล้ว !!" "งานบวชน้อง เพื่อนกูมางานมันก็แซวกูล้อกูกูล่ะอับอายขายขี้หน้า!!" ที่ผมฟังเธอมาผมไม่โกรธพ่อเธอเลยเพราะผมยอมรับผิด แต่ผมไม่เคยคิดไม่ดีกับเธอ ผมอยากพูดกับพ่อว่าขอโอโกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองสักครั้ง แต่เธอบอกว่าเธอรู้จักพ่อดี พ่อไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ไม่มีใครทำอะไรได้ พ่อพูดทิ้งท้ายว่า "ถ้ามันมาเหยียบร้านกูอีกกูเอาหนักแน่ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด" เธอก็ได้แต่นั่งร้องไห้เงียบ
ผมไม่โกรธพ่อเลยจริงๆเพราะพ่อพูดความจริงทั้งหมด มันเป็นความผิดพลาดของผมที่ไม่รักดีตั้งแต่ตอนเรียน แต่ในเมื่อผมยังหายใจอยู่ ผมจะพยามสู้ ผมจะไม่ยอมแพ้ ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นว่าคนที่พ่อดูถูกคนนี้ สามารถดูแลลูกสาวพ่อได้ ผมคิดว่ามันยังไม่สายเกินไปสำหรับผม แต่เธออายุ 24 แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันจะมีผลยังไงกับเธอ เพราะผมคิดว่ามันต้องใช้เวลานานพอสมควร ผมเลยมาขอคำปรึกษาจากพี่ๆครับ
*น้อมรับคำเตือนคำสอนของทุกๆคนครับ
**หากผมเรียบเรียงไม่ถูก ทำให้อ่านแล้วงงต้องขออภัยด้วยนะครับ