ผมพึ่งคบกับแฟน 5 เดือน มีหลายเรื่องราวที่ผ่านเข้ามามีทั้งดีและไม่ดี แต่ก็ผ่านมาได้ ในระดับนึง แต่ทำไมผมถึงยิ่งรู้สึกว่าเรายิ่งเดินออกห่างกันไปละครับ เมื่อคืนมีโอกาสได้นั่งคุยกันหรืออะไรดนจิตดนใจให้เธออยากพูดบอกความใน ความรู้สึกที่มีให้ผมก็ไม่รู้ เราคุยกันหลายเรื่องมาก เอาคร่าวไปนะครับเธอบอกกับผมว่าถ้าเราจะกลับไปเป็นพี่น้องกันแบบเดิมพี่ว่าดีไหม ผมเลยบอกว่าทำไมไม่เอาอ่ะ เธอบอกผมว่าเธอรับไม่ได้กับสิ่งที่ผมเคยทำ ก่อนที่ผมจะมาคบกับเธอ เธอรับไม่ได้ เวลาก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ ทุกภาพมันวนเข้ามาในหัวเธอ เธอไม่ไหวเธอไม่อยากเจ็บแล้วเธอกับการที่ต้องมาเจออะไรแบบเดิมๆ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าผมต่างจากคนอื่นแต่แล้วสุดท้ายก็เหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ (ผมเล่าให้เธอฟังเพื่อที่เธอจะได้มั่นใจว่าผมจะไม่ทำแบบนี้อีก ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะไม่กลับไปทำแบบเดิมอีก) ผมเคยนอกใจ เคยแอบคุยกับคนอื่น เคยไปนอนกันคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน เข้าใจครับว่าไม่มีใครรับได้แต่คือมันเมื่อก่อน ตอนนี้ผมหยุดแล้ว รู้ครับว่าน้อยคนมากที่จะรับส่วนที่เราเคยเป็นมาเมื่อก่อน ตอนนี้ผมปรับตัวเองใหม่หมดเมื่อก่อนไม่เคยทำอะไรตอนนี้ทำหมดเลยครับ ผมทำให้เธอแทบจะทุกอย่างหรือทุกอย่างก็ว่าได้ ผมตั้งใจทำให้เธอครับ แต่เธอมักจะมองว่าผมก็เคยทำให้คนอื่นมาเหมือนกัน แต่ผมไม่เคยเลย คุณว่าคนๆนึงจะสามารถซื้อดอกกุหลาบให้แฟนตัวเองได้กี่ดอกเชียวเมื่อก่อนผมไม่มีอารมณ์นี้นะครับแต่ตอนนี้ปัจจุบันผมอยากให้อยากทำให้คนที่เรารักมีความสุขให้มากที่สุด ต่อนะครับนอกเรื่องสะยาวเลย พอตื่นตอนเช้าเธอบอกกับผมว่าหนาวแล้วผมบอกเอาเสื้อไหมเธอบอกไม่ แต่ผมก็เอาไปให้ครับ ผมทำแบบนี้เธอไม่ชอบ ผมรู้ แต่ผมเป็นห่วงเธอครับ ผมถึงเอาไปให้ เธอบอกว่าผมทำแบบนี้ทำอะไรที่เธอไม่ชอบยิ่งทำให้เธออึดอัดแล้วเธอจะยิ่งไปจากผมเร็วขึ้นครับ เธอบอกว่ายิ่งผมคิดว่าสิ่งที่เธอไม่ชอบแล้วจะทำให้เธอชอบให้ได้ ทำให้เธอเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ เธอบอกให้ผมเตรียมตัวอยู่คนเดียวครับแล้วอยู่ๆเธอก็บอกอีกว่าเราลองแยกกันอยู่ไหม เธออยากถามใจตัวเองก่อน เธออยากคุยกับตัวเองให้มากกว่านี้ มันเป็นทางออกที่ดีจริงหรอครับ ส่วนตัวผมว่าไม่นะครับ
บอกก่อนเรียนรู้ทีหลังกับเรียนรู้กันก่อนแล้วค่อยบอกกันทีหลังอันไหนดีกว่ากันครับ?