ปีใหม่เห็นหลายๆคนสรุปภาพรวมชีวิตในเฟสบุ๊คแต่เราไม่อยากทำในนั้น
ตอนนี้เราอายุ 23 กำลังจะ 24 เดือนมกราคม
ภาพรวมทั้งปี ปีนี้เป็นปีที่เราค่อนข้างจะไม่ใดๆกับชีวิต หลายปีมานี้มีเรื่องที่เราต้องอดทนมามาก ความลับเรื่องความผิดพลาดที่ไม่อยาก
บอกใคร จนเราเคลียร์จบมาได้ด้วยตนเอง จนเราไม่อยากใดๆกับชีวิต เหนื่อยจนพอ ไม่อยากใส่อารมณ์แล้ว จนทำให้ตอนนี้เป็นคนที่-
ไม่อยากจะสนใจอะไรแล้ว แม้กระทั้งชีวิตของตัวเอง ปล่อยไปเรื่อย หมดความอยาก
จุดเปลี่ยน
ปีนี้เป็นปีที่เริ่มทำงานเป็นปีแรก หลังเรียนจบ เราทำงานด้านไอที เป็นปีที่โดนบังคับว่าเธอต้องโตได้แล้ว ตอนเด็กก็รู้สึกว่าอยากโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พอถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองก็รู้สึกว่ามันยากกว่าที่คิด สำหรับเด็กที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในกรอบมาโดยตลอด ไม่เคยต้องทำอะไรนอกจากเรียน ได้มีโอกาศพบเจอผู้คนใหม่ๆสลับหมุนเวียนเข้าออกในที่ทำงานบางคนก็ออกจากงานไปตามฝัน หรือไปสานต่อแผนการอนาคตที่พ่อแม่วางไว้ให้ แล้วเราก็เกิดคำถามว่า แล้วฉันหละจะเอายังไงดี
ด้านสุขภาพร่างกาย เริ่มป่วยโรคที่ไม่เคนเป็นมาก่อน กรดไหลย้อน ตอนนี้หายแล้ว แล้วก็มีปัญหาระคายคอเรื้อรัง สำลักง่าย คนที่บ้านก็
เริ่มแก่กันหมด เราเป็นเด็กที่เกิดในบ้านที่มีแต่ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้แต่งงาน อัตราส่วนผู้ใหญ่ 3:1 ตอนนี้เรามีโอกาศได้ดูแลคุณยายที่ป่วยเป็น
อัลไซเมอร์ ในครอบครัวก็สลับหมุนเวียนกันดู เพราะทุกคนในบ้านยังต้องทำงานกันอยู่ ตอนนี้มีคุณยายคนเดียวที่ป่วย
แล้วเราหละ ถ้าอีก 10 ปีข้างหน้าทุกคนในบ้านป่วย ตอนนี้ผู้ใหญ่ในบ้านก็อายุจะ 60 กันหมดแล้ว เราจะทำยังไง เค้ามีแค่เรา หาใครมาหมุนก็ไม่ได้ เราต้องทำงาน เราไม่สามารถหยุดงานดูแล้วคนอื่นได้ ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น
ความสัมพันธ์ ตลอด 24 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยมีแฟนเลย ไม่ได้เป็นคนหน้าแย่ มนุษย์สัมพันธ์ก็ใช้ได้ แต่ไม่เคยได้คุยกับใครจริงจังเลย ถ้าถามว่าอยากมีมั้ย ก็อยากมีอยู่บ้าง แต่เราล้มเลิกความคิดที่จะมีแฟนไปแล้ว จากการมองคนที่อยู่ข้างหลังเรา เราไม่ได้ตัวคนเดียว เรามีคนที่ต้องดูแลอีกเยอะ
ไม่รู้จะมีใครยอมรับใจกว้างขนาดนั้น ถ้าถามว่าแล้วใครจะดูแลเรา เราก็ตอบว่าไม่รู้ ดูแลตัวเองไปแล้วกัน ถ้าทุกคนข้างหลังเราไปหมด
เราคนเลือกที่จะไปเหมือนกัน ทุกวันนี้เราอยู่เพราะมีคนที่ยังอยากให้เราอยู่
ความฝันในวัย 24 ยังจะควรมีอยู่มั้ย?
รู้สึกอยากมีอะไรให้วิ่งตาม อยากให้ชีวิตมันมีความหมายกว่านี้
ปีใหม่นี้จะเอายังไงกับชีวิตดี
ตอนนี้เราอายุ 23 กำลังจะ 24 เดือนมกราคม
ภาพรวมทั้งปี ปีนี้เป็นปีที่เราค่อนข้างจะไม่ใดๆกับชีวิต หลายปีมานี้มีเรื่องที่เราต้องอดทนมามาก ความลับเรื่องความผิดพลาดที่ไม่อยาก
บอกใคร จนเราเคลียร์จบมาได้ด้วยตนเอง จนเราไม่อยากใดๆกับชีวิต เหนื่อยจนพอ ไม่อยากใส่อารมณ์แล้ว จนทำให้ตอนนี้เป็นคนที่-
ไม่อยากจะสนใจอะไรแล้ว แม้กระทั้งชีวิตของตัวเอง ปล่อยไปเรื่อย หมดความอยาก
จุดเปลี่ยน
ปีนี้เป็นปีที่เริ่มทำงานเป็นปีแรก หลังเรียนจบ เราทำงานด้านไอที เป็นปีที่โดนบังคับว่าเธอต้องโตได้แล้ว ตอนเด็กก็รู้สึกว่าอยากโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พอถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองก็รู้สึกว่ามันยากกว่าที่คิด สำหรับเด็กที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในกรอบมาโดยตลอด ไม่เคยต้องทำอะไรนอกจากเรียน ได้มีโอกาศพบเจอผู้คนใหม่ๆสลับหมุนเวียนเข้าออกในที่ทำงานบางคนก็ออกจากงานไปตามฝัน หรือไปสานต่อแผนการอนาคตที่พ่อแม่วางไว้ให้ แล้วเราก็เกิดคำถามว่า แล้วฉันหละจะเอายังไงดี
ด้านสุขภาพร่างกาย เริ่มป่วยโรคที่ไม่เคนเป็นมาก่อน กรดไหลย้อน ตอนนี้หายแล้ว แล้วก็มีปัญหาระคายคอเรื้อรัง สำลักง่าย คนที่บ้านก็
เริ่มแก่กันหมด เราเป็นเด็กที่เกิดในบ้านที่มีแต่ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้แต่งงาน อัตราส่วนผู้ใหญ่ 3:1 ตอนนี้เรามีโอกาศได้ดูแลคุณยายที่ป่วยเป็น
อัลไซเมอร์ ในครอบครัวก็สลับหมุนเวียนกันดู เพราะทุกคนในบ้านยังต้องทำงานกันอยู่ ตอนนี้มีคุณยายคนเดียวที่ป่วย
แล้วเราหละ ถ้าอีก 10 ปีข้างหน้าทุกคนในบ้านป่วย ตอนนี้ผู้ใหญ่ในบ้านก็อายุจะ 60 กันหมดแล้ว เราจะทำยังไง เค้ามีแค่เรา หาใครมาหมุนก็ไม่ได้ เราต้องทำงาน เราไม่สามารถหยุดงานดูแล้วคนอื่นได้ ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น
ความสัมพันธ์ ตลอด 24 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยมีแฟนเลย ไม่ได้เป็นคนหน้าแย่ มนุษย์สัมพันธ์ก็ใช้ได้ แต่ไม่เคยได้คุยกับใครจริงจังเลย ถ้าถามว่าอยากมีมั้ย ก็อยากมีอยู่บ้าง แต่เราล้มเลิกความคิดที่จะมีแฟนไปแล้ว จากการมองคนที่อยู่ข้างหลังเรา เราไม่ได้ตัวคนเดียว เรามีคนที่ต้องดูแลอีกเยอะ
ไม่รู้จะมีใครยอมรับใจกว้างขนาดนั้น ถ้าถามว่าแล้วใครจะดูแลเรา เราก็ตอบว่าไม่รู้ ดูแลตัวเองไปแล้วกัน ถ้าทุกคนข้างหลังเราไปหมด
เราคนเลือกที่จะไปเหมือนกัน ทุกวันนี้เราอยู่เพราะมีคนที่ยังอยากให้เราอยู่
ความฝันในวัย 24 ยังจะควรมีอยู่มั้ย?
รู้สึกอยากมีอะไรให้วิ่งตาม อยากให้ชีวิตมันมีความหมายกว่านี้