พ่อร้องสื่อ ลูกวัยขวบเศษผ่าตัดหัวใจสุดท้ายเสียชีวิต
19:00 26 ธันวาคม 2561
พ่อร้องสื่อลูกสาววัยขวบเศษผ่าตัดหัวใจอาการทรุดสุดท้ายเสียชีวิต ด้านรพ.ในจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
วันนี้( 26 ธ.ค.61) นายอานนท์ โชว์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของน้องข้าวหอม อายุ 1 ปี 10 เดือน ลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไปได้เพียง 1 เดือนให้ผู้สื่อข่าวดูด้วยสีหน้าและแววตาที่ยังเศร้าโศกเสียใจ โดยเล่าว่า ตนเองกับภรรยา มีลูกด้วยกันเพียง 1 คน ซึ่งครอบครัวรู้ว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุได้ 5 เดือน แต่ยังคงใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
กระทั่งร่างกายพร้อมจึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อสอบถามทราบว่า น้องมีอาการหัวใจหยุดเต้น ต้องทำการปั๊มหัวใจ และให้ตนเองกับภรรยาเซ็นต์ยินยอมให้ผ่าตัดอีก 4 ครั้ง โดยช่วงที่นอนรักษาตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาและอยู่ได้ด้วยยากระตุ้นหัวใจ จนวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาน้องได้เสียชีวิตลง
ทั้งนี้ ครอบครัวเชื่อว่า น้องข้าวหอมเสียชีวิตจากผ่าตัดแต่ทางโรงพยาบาลชี้แจงว่า เสียชีวิตจากโรคประจำตัว ทั้งที่ก่อนหน้าจะทำการผ่าตัดลูกสาวยังมีอาการปกติและทางโรงพยาบาลยังได้แจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษากว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท แต่ภายหลังโรงพยาบาลแจ้งว่าจะไม่เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เมื่อนำเรื่องไปร้องเรียนที่สาธารณสุขจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ กรณีได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล แต่มีหนังสือตอบกลับมาว่า การเสียชีวิตของน้องข้าวหอม เป็นไปตามพยาธิสภาพโรค ไม่เข้าหลักเกณฑ์ขอรับความช่วยเหลือ
ล่าสุดโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ทำหนังสือชี้แจงว่า น้องข้าวหอม ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีรูรั่วใหญ่ที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับลิ้นหัวใจตีบ ความดันหัวใจห้องขวาสูง และเส้นเลือดไปยังปอดด้านซ้ายตีบ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ หากไม่ได้รับการผ่าตัด จะทำให้มีภาวะหัวใจวายตามมาในอนาคต
กระทั่งน้ำหนักตัวได้ตามเกณฑ์ ทางโรงพยาบาลจึงนัดเข้ารับการผ่าตัด แต่ระหว่างย้ายผู้ป่วยหลังผ่าตัดมายังหอผู้ป่วยวิกฤต หัวใจเกิดเต้นเร็วผิดจังหวะ ซึ่งพบได้บ่อยหลังการผ่าตัด แพทย์จึงให้ยารักษาระดับการเต้นของหัวใจ แต่ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจเต้นช้าลงจนไม่สามารถปั๊มเลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้ แพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจ และผ่าตัดซ้ำเพื่อใส่สายระบายเลือดและใช้เครื่องพยุงชีพ ร่วมกับยากระตุ้นหัวใจตลอดเวลาที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ภาวะของหัวใจที่เต้นช้าทำให้การทำงานของสมองได้เสียหายไปบางส่วนจากการขาดเลือด สมองจึงไม่ฟื้นตัว และผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงตามการดำเนินไปของโรค ทั้งนี้ยืนยันว่า ทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว
https://www.tnnthailand.com/content/11440
พ่อร้องสื่อ ลูกวัยขวบเศษผ่าตัดหัวใจสุดท้ายเสียชีวิต
19:00 26 ธันวาคม 2561
พ่อร้องสื่อลูกสาววัยขวบเศษผ่าตัดหัวใจอาการทรุดสุดท้ายเสียชีวิต ด้านรพ.ในจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
วันนี้( 26 ธ.ค.61) นายอานนท์ โชว์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของน้องข้าวหอม อายุ 1 ปี 10 เดือน ลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไปได้เพียง 1 เดือนให้ผู้สื่อข่าวดูด้วยสีหน้าและแววตาที่ยังเศร้าโศกเสียใจ โดยเล่าว่า ตนเองกับภรรยา มีลูกด้วยกันเพียง 1 คน ซึ่งครอบครัวรู้ว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุได้ 5 เดือน แต่ยังคงใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
กระทั่งร่างกายพร้อมจึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อสอบถามทราบว่า น้องมีอาการหัวใจหยุดเต้น ต้องทำการปั๊มหัวใจ และให้ตนเองกับภรรยาเซ็นต์ยินยอมให้ผ่าตัดอีก 4 ครั้ง โดยช่วงที่นอนรักษาตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาและอยู่ได้ด้วยยากระตุ้นหัวใจ จนวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาน้องได้เสียชีวิตลง
ทั้งนี้ ครอบครัวเชื่อว่า น้องข้าวหอมเสียชีวิตจากผ่าตัดแต่ทางโรงพยาบาลชี้แจงว่า เสียชีวิตจากโรคประจำตัว ทั้งที่ก่อนหน้าจะทำการผ่าตัดลูกสาวยังมีอาการปกติและทางโรงพยาบาลยังได้แจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษากว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท แต่ภายหลังโรงพยาบาลแจ้งว่าจะไม่เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เมื่อนำเรื่องไปร้องเรียนที่สาธารณสุขจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ กรณีได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล แต่มีหนังสือตอบกลับมาว่า การเสียชีวิตของน้องข้าวหอม เป็นไปตามพยาธิสภาพโรค ไม่เข้าหลักเกณฑ์ขอรับความช่วยเหลือ
ล่าสุดโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ทำหนังสือชี้แจงว่า น้องข้าวหอม ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีรูรั่วใหญ่ที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับลิ้นหัวใจตีบ ความดันหัวใจห้องขวาสูง และเส้นเลือดไปยังปอดด้านซ้ายตีบ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ หากไม่ได้รับการผ่าตัด จะทำให้มีภาวะหัวใจวายตามมาในอนาคต
กระทั่งน้ำหนักตัวได้ตามเกณฑ์ ทางโรงพยาบาลจึงนัดเข้ารับการผ่าตัด แต่ระหว่างย้ายผู้ป่วยหลังผ่าตัดมายังหอผู้ป่วยวิกฤต หัวใจเกิดเต้นเร็วผิดจังหวะ ซึ่งพบได้บ่อยหลังการผ่าตัด แพทย์จึงให้ยารักษาระดับการเต้นของหัวใจ แต่ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจเต้นช้าลงจนไม่สามารถปั๊มเลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้ แพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจ และผ่าตัดซ้ำเพื่อใส่สายระบายเลือดและใช้เครื่องพยุงชีพ ร่วมกับยากระตุ้นหัวใจตลอดเวลาที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ภาวะของหัวใจที่เต้นช้าทำให้การทำงานของสมองได้เสียหายไปบางส่วนจากการขาดเลือด สมองจึงไม่ฟื้นตัว และผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงตามการดำเนินไปของโรค ทั้งนี้ยืนยันว่า ทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว
https://www.tnnthailand.com/content/11440