ผมอยากถามว่าสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะมีสิทธิเลี้ยงดูบุตรแค่สามี

เรื่องมีอยู่ว่า

   ผมกับภรรยา จดทะเบียนสมรสกันและมีลูกสาว 2 คน 1.คนโตอายุ 3ปี 3เดือน ให้เรียนเนอสเซอรี่อยู่ 2.คนเล็กอายุ 1ปี 6เดือน ผมพาไปทำงานด้วยตลอด

ปัญหามันมีอยู่ว่า ตั้งแต่เริ่ม ผมคุยตกลงกับแฟนผมจะออกทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และให้แฟนเลี้ยงดูแลลูกอยู่ที่บ้าน เพราะไม่อยากไปฝากหรือจ้างใครเลี้ยง 1)ไม่มีพอที่จ้าง 2)ไม่ไหวใจคนที่จะมาเลี้ยงลูก(เพราะผมกลัวแบบข่าวเรื่องพี่เลี้ยง)
     ต่อมาก็ใช้ชีวิตอยู่กันเป็นครอบครัวมาตลอด ช่สงแรกเช่าคอนโดอยู่ ค่าเช่า 6,500 บาท (เป็นที่เดียวกับคอนโดแม่ของผม เพื่อหากมีอะไรก็ให้เขามาช่วยดูแลช่วยหรือช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย) พออยู่กันไป ก็มีเรื่องทะเลาะกัน จนภรรยาผมก็พาลูกไปจากห้องในวันที่ผมออกมาทำงาน สาเหตุคือ ผมทำงานบางวันเลิกดึกประมาณ 2ทุ่ม หรือบางทีก็ถึงเที่ยงคืน(ถ้ามีจัดEvent)
จากนั้นผมก็พยายามติดตามหา ประมาณ 3 วันถึงจะติดต่อได้  ก็คุยกันก็พากลับมาอยู่ด้วยกัน ภรรยาก็บอกอยากกลับอยู่บ้านที่หนองคายสักพักพร้อมลูก ผมก็ยินดีและไปส่ง อยู่ประมาณ 4 เดือน ก็ไปรับกลับเพราะภรรยาอยากกลับมาอยู่กันเหมือนเดิม พออยู่ไปก็ลงเอ่ยเหมือนเดิมทะเลาะกันเรื่องเดิม เพิ่มเติมผมมีอาสาไปส่งเพื่อนร่วมงานเพราะเป็นทางผ่าน และมีไปตีแบดบาง 2ทุ่ม-เที่ยงคืน (ผมก็เข้าใจว่าแฟนคงอยากให้รีบกลับบ้าน อาจจะมีหึงหวงเวลาอยู่กับเพื่อนร่วมต่างเพศแต่ผมบริสุทธิ์ใจ บอกแฟนไปไหนมาไหนตลอด ให้ดูมือถือว่าคุยอะไรกับใครบ้าง) สุดท้ายก็พาหนีไปอีกรอบ 2 (เพราะเขาคงอาจจะรู้สึกอึดอัด อดทนไม่ได้ แต่รอบนี้ผมก็คิดละทำไมทำแบบนี้อีก และพาลูกไป 2 คน มันอันตราย และไปกินอยู่ยังไงเพราะแฟนไม่ได้ทำงาน จนท้ายสุดก็ตามกลับมาได้เหมือนเดิม
เอ่อลืมบอก ผมทำงานบริษัท เงินเดือน 20,000 บาท ก็กลับมาอยู่ที่คอนโดใหม่ ก็ใช้ชีวิตปกติ แต่รอบนี้ผมเช่าห้องใหม่ เพราะห้องเก่าคืนไปแล้วค่าใช้จ่ายสูง แต่ห้องใหม่ก็สูงอยู่ดี ลดลง 500 บาท พออยู่กินกันไปก็ทะเลาะเหมือนเดิม รอบนี้ผมไม่ไหวละ คิดจะเอาคืนหวังดัดนิสัย แต่คิดไม่รอบคอบพลาดเอง ก็ไปเที่ยวกินเหล้ากับเพื่อนและเป็นร้านที่มีบริการสาวนั่งดิ้งค์ แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย หรือเข้าคร่ายชู้สาว แค่ผมก็ยอมรับว่าคิดผิดจริงๆ เพราะมันทำให้ตัวผมเองเสียหาย แฟนจะต้องยิ่งหึงหวงแน่นอน รอบนี้แฟนก็หนีไปเอง แต่ผมก็ยอมรับผิดในสิ่งที่ผมทำและสารภาพผิด และขอโทษแฟน และสัญญาจะไม่ให้เกิดขึ้นแบบนี้ แต่ผมก็ขอร้องแฟนว่าอย่าเอาลูกหนีอีก สงสารลูกกันเถอะ ลูกไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ผู้ใหญ่มีปัญหากัน แต่พาลูกไปนู้นไปนี่ด้วยเหตุมี่ทะเลาะกันไม่ใช่เรื่องร้ายแรง สรุปก็คุยกัน ตกลงอภัยให้กันและกันในสิ่งที่ไม่ดีที่ทำกัน มาเริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวกันใหม่ แต่เรื่องไม่จบ รอบนี้ก็ตัดสินใจ ย้ายไปอาศัยบ้านแม่ผมที่รังสิต และอยู่กันเอง จะได้ไม่เสียค่าเช่า เอาเงิน 6000 บาทมาใช้จ่ายอื่นๆ ดีกว่า ก็อยู่กันไปเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ผมเปลี่ยนงานละ เงินเดือนเหลือ 15,000 บาท อยู่กันไปสักพักก็เริ่มทะเลาะกัน ผมก็พยายามอดทน ใจเย็นไม่มีปากมีเสียงตอบดีกว่า รอให้อารมณ์เย็นกัน และค่อยคุย เพราะผมติดว่าถ้ายิ่งโต้เถียงกันมีแต่จะทำให้ทะเลาะกันหนักกว่าเดิม ผลที่ได้ก็ออกมาดี เหตุการณ์สงบ แต่ก็ใช่ว่าจะดีขึ้น ก็ยังทะเลาะกันเรื่อยจนสุดท้าย ผมสุดจะทนก็โต้เถียงเสียงดัง จนแม่ผมต้องแจ้งตำรวจมาระงับเหตุ เพราะจะรบกวนชาวบ้าน โต้เถียงกันไม่จบสักที ก็คุยกับตำรวจและสรุปกันว่า
"ผมจะพาคนเล็กไปทำงานด้วยและไปนอนพักที่คอนโดสะพานใหม่ ใกล้ที่ทำงานและทุกสัปดาห์ จะกลับวันเสาร์และอาทิตย์ หรือถ้าวันธรรมดาสะดวกกลับก็จะกลับ ส่วนคนโตส่งเรียนเนอสเซอรี่จ้างครูรับ-ส่ง และให้ภรรยาดู และห้ามภรรยาพาลูกหนีไปอีก. ถ้าเจาทำ เจาจะยอมให้ลูกทั้ง 2 คนให้ผมดูแล(อันนี้ให้ภรรยาเป็นคนตัดสินใจคิดเองพูดเอง) "
      จากนั้นก็ใช้ชีวิตกันไปได้ประมาณ 3 สัปดาห์กว่า จนวันที่ 27 พ.ย. ผมได้ทราบข่าวจากพี่ชายในขณะที่ผมทำงานอยู่ว่าภรรยากับลูกโตจะกลับไปบ้านที่หนองคาย ผมก็ไม่พอใจทำไมถึงผิดคำพูดและลูกเรียนอยู่ทำไมถึงพาไป พยายามติดไปก็ไม่ัสาย จนเขาไปถึงที่หนองคายและมาบอกว่าถึงแล้ว ผมเลยต้องยอมปล่อยไปแต่ในใจโมโหมาก ผมเองจะไปเลยก็ไม่ได้ต้องแจ้งล่วงหน้าที่ทำงานก่อน ถึงจะลาได้ และในวันที่ 25 ธ.ค. ผมก็ได้เดินทางที่จะไปรับลูกคนโตกลับมาเลี้ยงดูที่ กทม.  เพราะที่ได้คุยกับภรรยา บอกว่า "เขาฝากให้ญาติเลี้ยงและตัวภรรยาขึ้นมาหางานทำที่ กทม." ซึ่งผมก็คิดว่า ทำไมถึงพาไปและตอนอยู่บ้านรังสิต คนโตก็เรียนอยู่ และผมก็เคยบอกแล้วว่าอยากจะเลี้ยงดูเอง ช่วงที่ไปรับคนโตก็มีปัญหากับทางญาติภรรยา บอกไม่อนุญาตให้เอาลูกไป คุยกันไม่ลงตัวก็ไปลงเอย ที่สถานีตำรวจ ตำรวจก็บอกว่า พ่อเด็กเอาไปไม่ได้ เพราะแม่เด็กฝากไว้กับญาติให้ดูแลต้องรอแม่เด็กมาก่อน และผมลางานได้แค่ 2 วัน ผมก็รอไม่ได้ และเกิดสงสัยเลยถามกับคุณตำรวจว่า ผมเป็นพ่อเด็ก จดทะเบียนสมรส ผมมีสิทธิที่จะมารับลูกกลับไป ถ้าผมกล้าที่จะพากลัยไปเลย โดยไม่รอจะผิด กฎหมายไหม ตำรวจก็บอกว่า "คุณจะเอาไปได้ไง ก็เขาไม่อนุญาต ถ้ามีฝีมือก็ทำสิ" ผมก็อะไรวะ ตอบไม่คำถาม(คิดในใจ) สรุปก็เลยต้องยอมบอกรอก็รอ หลังออกจากสถานีตำรวจ ก็จะคุยกับญาติเขาแต่เขากลับไปแล้ว (ตอนนี้ลูกอยู่กับผมนะ) ผมก็ตัดใจไม่สนละ ผมมีสิทธิที่จะรับลูกไป ก็เลยบอกภรรยาจะพากลับกทม.แล้ว มีอะไรค่อยไปคุยกันที่กทม. เพราะภรรยาก็อยู่กทม.อยู่แล้ว หลังจากกลับมา ทางภรรยาก็ไม่พอใจ โวยวายว่าเสียๆหายๆ แต่ผมก็ไม่ใส่ใจ และคุยกันจบเหมือนเดิม ผมก็เลยตัดสินใจผมยอมแพ้พอละ ชีวิตไม่มีความสุข มีปัญหาในการทำงาน ที่สำคัญสุดมีผลต่อลูกอีก ก็บอกภรรยาและหย่ากันเถอะ และก็รับลูกไปดูแลกันคนละคนเลยจะจบและไปใช้ชีวิตกันให้กีให้มีความสุขกันดีกว่าเผื่ออนาคตลูก ภรรยาก็ไม่ยอม ผมก็เลยบอกงั้นผมยังไม่ให้ลูกอยู่ในมือคุณถ้าคุณไม่หย่า เพราะผมไม่ชอบพฤติกรรมที่ เอาลูกไปเป็นเครื่องมือพาไป ตจว. และมาเรียกค่าเลี้ยงให้ผมรับชอบค่าใช้จ่ายด้วย

ผมก็รู้ว่าการไม่ให้แม่เด็กมาเจอผมไม่มีสิทธิ์ กีดกั้นแต่ผมต้องการยุติเรื่องนี้ให้จบๆ แบ่งลูกไป ให้ถูกต้องตาม กฎหมาย แต่ทางภรรยาก็ไม่ยินยอมที่จะหย่า ผมเลยอยากรู้ว่าผมควรทำอย่างไร หรือมีวิธีไหนที่ผมสามารถทำได้ เพื่อจะรับเลี้ยงลูกเองทั้ง 2 คน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่