ผมเป็นคนที่เกิดใน ครอบครัวฐานะปานกลางครับ เมื่อก่อนคุณพ่อและคุณแม่มีธุรกิจด้วยกัน ส่งผมเรียน เกรดผมก็ไม่ถึงกับแย่ ก็ยังผ่านๆไปได้ครับ พอเข้าช่วง วัย 16-17 ผมเข้าเรียนสาย ช่างไฟฟ้า เพราะคุณพ่ออยากให้ผมทำงานเป็นข้าราชการ แต่ใจลึกๆผมเก่งด้าคอมมาก แล้วอยากจะเรียนด้านคอมพิวเตอร์มากกว่า ผลการเรียนเทอมแรก ไม่ถึงกับแย่ครับ 2.59 ช่วงนั้น ผมก็อยู่บ้านกับครอบครัวทุกวัน เรียนเสร็จก็กลับ จนมาถึงวันนึง คุณพ่อเริ่มจะนอนนอกบ้านบ่อย [ในที่นี้หมายถึงออฟฟิตของคุณพ่อนะครับ] พอคุณแม่ถาม พ่อก็บอกว่า คุณแม่ชอบให้นอนนอกห้อง ทั้งๆที่ แม่ก็บอกกับผมว่า คุณแม่เขาก็ไม่ได้ไล่ไปนอนนอกห้องเลย เหมือนว่าเขาจะไปนอนเองน่ะครับ เวลาผ่านไปซักระยะ เขาก็ไม่กลับมานอนบ้านอีกเลย สุดท้าย ความจริงก็เกิดขึ้นครับ คุณพ่อทะเลาะกับคุณแม่ ถึงขั้นหย่าร้างกัน ผมซึ้งตอนนั้นวัย 16 นอนร้องให้อยู่ในห้องคนเดียวครับ อัดอั้นใจมาก แต่พูดอะไรไม่ได้ คุณพ่อให้เหตุผลว่า อยู่ด้วยกันก็ไปไม่รอด มีแต่ปัญหา ซึ่งคุณแม่ ก็ยอมเซ็นหย่าครับ ตอนนั้น ภายนอกผมมันดูโอเคนะ แต่ในใจผมมันพังไปหมดแล้ว ผมไปทราบเรื่องทีหลัง ว่าคุณพ่อไปมีแฟนไหม่ครับ แล้วคุณแม่ก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านเกิด ผมอยากตามคุณแม่ไปอยู่ด้วย แต่ผมต้องเรียนผมก็เลยไม่ได้ไปครับ หลังจากที่คุณแม่กลับไปอยู่บ้านเกิด คุณพ่อก็ไปนอนที่บ้านแฟนใหม่ทุกวันเลยครับ แล้วก็ฝากเงินไว้กับแม่บ้านประจำออฟฟิต 100 บาท เพื่อให้ผมไปเอาเก็บไว้ใช้วันถัดไป หลังจากที่เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ ผมก็ถูกย้ายออกจากบ้านที่เช่า ไปอยู่บ้านของน้าครับ ตอนนั้นผมรู้สึกว่า คุณพ่อไม่ได้ใส่ใจอะไรผมเลย ไม่เคยถาม ว่าเหนื่อยไหม ไม่เคยถามว่าเรียนหนักรึเปล่า หลังจากที่แม่ผมไปอยู่ต่างจังหวัด ผมก็รู้สึกเหมือนไม่มีที่พึ่งแล้วครับ เด็กอายุ 16 ที่มาเจอเรื่องอะไรแบบนั้น จะมีใครที่ทนกันได้บ้าง หลังจากที่เขาแยกทางกัน ผมหว่าเว้มากครับ ทุกวัน ผมได้แต่นั่งเครียด ร้องให้ ผมเครียดมากครับ แต่ผมเป็นคนเงียบๆ มีอะไรก็เก็บมาคิดคนเดียว ไม่เคยจะบอกใครเลย ทุกครั้งที่เขาบ่น เขาด่า ผมก็แค่รับฟัง ผมไม่เคยเถียงคุณพ่อซักครั้ง ความเครียด ทำให้ผม เริ่มเกเรครับ ผมเริ่มที่จะไม่ไปโรงเรียน เพราะ ผมต้องทำงาน ดูแลตัวเองครับ เงินที่คุณพ่อให้ มันไม่พอใช้ ในแต่ละวัน ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าซํกผ้า จิปาถะต่างๆ ผมทำงาน วันไหนเรียนได้ก็ไป วันไหนง่วงหรือทำงานผมก็ไม่ไป จนผมถูกปลดจากการเป็นนักศึกษา ตอนนั้น ผมเครียด เครียดจนทำอะไรไม่ถูกเลยครับ ผมไม่กล้าบอกทางบ้าน ไม่กล้าคุยกับใคร แต่ คุณพ่อก็ไม่ได้สนใจว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง ง่ายๆก็คือ เขาไม่ได้ถามไถ่เรื่องเรียนเลยครับ จนผม ไม่ได้เรียนต่อแล้ว ผมรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมาก ที่เรียนให้เป็นแบบที่พ่อกำหนดไว้ไม่ได้ บางครั้ง ผมก็คิดอยากจะตายๆไปให้มันจบๆ แต่อีกใจผมก็คิดนะครับ ถ้าผมเสียไป แล้วแม่จะอยู่กับใคร ผมเป็นคนรักแม่มากครับ ผมเลยคิดว่าผมต้องอยู่เพื่อแม่ต่อ หลังจากที่แม่รู้ว่าผม ไม่ได้เรียนแล้ว คุณแม่ก็กลับมาอยู่กับผมครับ คุณแม่เลี้ยงดูผม จนผมอายุ 20 คุณพ่อก็มารู้ว่าผมไม่ได้เรียนมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ผมเป็นคนที่เล่นเกมด้วย ค่อนข้างติด หลังจากที่พ่อกับแม่หย่ากัน ผมเล่นเกมบ่อยมาก เหตุผลอาจเพราะ เพื่อนในเกม มิตรภาพ มันทำให้ผมหายเครียดได้ จนวันนึง พ่อก็เข้ามาในบ้าน แล้วก็พูดว่า เล่นแต่เกม ไม่ไปหางานทำบ้าง ผมโดนบ่นเรื่องนี้บ่อยมากครับ จนผมก็คิดว่าผมก็ต้องทำงานเช่นกัน แล้วสุดท้ายผมก็กลับไปทำงานที่บริษัทของน้า และ พ่อ พอผมทำงานเสร็จผมก็มานั่งเล่นคอม ที่บ้านครับ บ้านผม เป็นบ้านที่มีแค่คอม ไม่มีโทรทัศน์ เพราะ แม่กับผมคิดว่า มีคอม อยากดูรายการอะไรก็ได้ดู ผมทำงาน จนเริ่มเลี้ยงดูแม่ได้แล้วครับ ผมจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าจิปาถะต่างๆ รวมๆเดือนนึงเยอะมากครับ หากเทียบกับรายได้แล้ว ผมเเทบไม่เหลือเงินเลย แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะครับ ผมไม่ได้วางแพลนว่าอยากจะมีนุ่นมีนี่ ตอนนี้ผมแค่อยาก ทำงาน หาเงิน ใช้จ่าย ให้คุณแม่ ได้มีความสุขก็พอแล้ว แค่นั้นจริงๆ
สิ่งที่ทำให้ผมมาตั้งคำถาม เพราะ
ล่าสุด.. รถผมเสีย แต่ผมไม่มีเงินซ่อมครับ เพราะเข้าช่วง ค่าน้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต และทุกๆอย่าง โถมมาทีเดียว ผมหมุนเงินแทบจะไม่ทันผมเลยยืมเงินคุณพ่อ นัดให้วันที่ 20 แต่ผมเลทมา 5 วันครับ เป็นวันที่ 25 ก็คือวันนี้ คุณพ่อก็มาบ่นผม แล้วก็พูดว่า ไม่เคยเป็นที่พึ่งให้พ่อแม่ได้เลย โตป่านี้แล้ว นั่งเล่นแต่คอมนั่นแหละ
ใช่ครับ.. นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมแทบจะใจสลายเลยครับ เหมือนสิ่งที่ผมดิ้นรนมาทั้งหมด มันกลับไปเป็นศูนย์ ผมเครียด ผมร้องให้ ผมรู้สึกไม่อยากคุยกับพ่ออีก แล้วก็ไม่อยากเจอหน้าพ่ออีก ผมเหนื่อยใจมากครับ ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี
เหนื่อยจังเลยครับ..
รู้สึกเหมือนเราจะเป็นภาระ ตัวถ่วง ของครอบครัว เราควรจะหยุดแค่นี้มั้ยครับ?
สิ่งที่ทำให้ผมมาตั้งคำถาม เพราะ
ล่าสุด.. รถผมเสีย แต่ผมไม่มีเงินซ่อมครับ เพราะเข้าช่วง ค่าน้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต และทุกๆอย่าง โถมมาทีเดียว ผมหมุนเงินแทบจะไม่ทันผมเลยยืมเงินคุณพ่อ นัดให้วันที่ 20 แต่ผมเลทมา 5 วันครับ เป็นวันที่ 25 ก็คือวันนี้ คุณพ่อก็มาบ่นผม แล้วก็พูดว่า ไม่เคยเป็นที่พึ่งให้พ่อแม่ได้เลย โตป่านี้แล้ว นั่งเล่นแต่คอมนั่นแหละ
ใช่ครับ.. นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมแทบจะใจสลายเลยครับ เหมือนสิ่งที่ผมดิ้นรนมาทั้งหมด มันกลับไปเป็นศูนย์ ผมเครียด ผมร้องให้ ผมรู้สึกไม่อยากคุยกับพ่ออีก แล้วก็ไม่อยากเจอหน้าพ่ออีก ผมเหนื่อยใจมากครับ ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี
เหนื่อยจังเลยครับ..