สงสัยว่าสามีอาจจะเป็นโรตจิตเวช ทำยังไงให้เค้าเข้ารับการรักษาดีคะ

กระทู้คำถาม
(ขอเล่ายาวๆนะคะ)

เราสงสัยว่าตรรกะ กระบวนคิดของสามีไม่เหมือนคนปกติค่ะ

ปัญหาใหญ่ๆ คือ เค้าไม่เคยยอมรับผิดอะไรเลย ย้ำนะคะ ไม่เคยเลยจริงๆ จนเราสงสัยว่า มันเป็นแค่นิสัยที่ไม่ดีเฉยๆ หรือ มันเป็นอาการทางจิตเวชชนิดหนึ่ง

ตอนนี้ลูกชาย 5 ขวบแล้ว สังเกตว่าพฤติกรรมของพ่อเค้ากำลังส่งผลเสียต่อบรรบากาศในบ้านและสุขภาพจิตของลูก เลยอยากให้เค้าเข้ารับการรักษา แต่ปัญหาคือเค้าคงไม่ยอมรับค่ะว่าตัวเองมีปัญหา คือ เค้าจบ ดร. จากต่างประเทศ เป็นลูกชายคนโตครอบครัวคนจีน พ่อแม่น้องๆยกย่องตามใจ เลยคิดว่าตัวเองเก่ง อีโก้สูง

พฤติกรรมที่สงสัยว่าเค้าอาจจะเป็นโรคจิตเวชคือ
1. ไม่เคยยอมรับความผิดอะไรเลยแม้แต่เรื่องเดียว

อย่างเรื่องเล็กๆในบ้าน เช่น เราให้นมลูกคนเล็กกลางคืน ตอนเช้าลุกไม่ไหว ของีบก่อนไปทำงานประจำ เลยตกลงกันว่าแบ่ง 1 ชม. เช้าเป็นหน้าที่เค้าดูแลลูกคนโตเรื่องอาบน้ำทานข้าวไปส่งโรงเรียนให้ทัน แต่คือเค้าชอบดูหนังจีนดึกๆ เช้ามาเลยขี้เกียจลุกมาดูลูก บางทีเราต้องลุกมาเอง พอหลายๆครั้งเข้า เราโมโหเราก็ว่าเข้าให้ว่าส่วนของตัวเองแค่ 1 ใน 24 ชม.ยังไม่รับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ เค้าจะชอบว่าเรา "เสียงดัง ใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทำร้ายความรู้สึกลูก" เป็นคำพูดที่เค้าท่องเป็นแผ่นเสียงตกร่อง หากเราหลุดโมโห คือมองที่ปลายเหตุตลอด ไม่ดูสาเหตุที่มา แล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆนี้ คือเป็นกับทุกเรื่องจริงๆค่ะ

2. พูดจาเซ้าซี้ ย้ำคิดย้ำทำ จำแต่เรื่องเก่าๆ ว่าตัวเองเก่ง

คือ พูดบ่อยมากๆๆๆ จนเหมือนคนลืมคำพูดตัวเองค่ะ ว่าเรื่องบางเรื่องเคยพูดไปเป็นสิบรอบแล้ว เช่น 10 ปีก่อนเคยได้รับเชิญไปบรรยายงานใหญ่ๆ คนสำคัญมาเยอะ แต่ปัจจุบันไม่ได้มีผลงานอะไรโดดเด่น ก็จะยกแต่เรื่องนี้มาพูดๆๆๆๆ เราก็ทนๆฟังไป ไม่อยากตัดบท แต่คือ พูดบ่อย พูดตลอด เหมือนผีบ้า

3. ชอบมโนว่าตัวเองสำคัญ มีงานมากมาย แต่จริงๆคือ ขี้เกียจมาก

คือ เค้าไม่ต้องเข้างานตอกบัตรค่ะ เป็นนักวิจัย เค้าก็จะเปิดดูแต่หนังจีนใน Youtube เล่นเนต อัพเฟส ไม่ได้ทำการทำงานอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่มีผลงานอะไรเด่นมาเป็นสิบปีแล้ว คือถ้ายุ่งตลอด ทำงานตลอด ก็ควรมีผลงานให้เห็นบ้าง แต่นี่เป็นสิบปี ตำแหน่งก็ไม่ก้าวหน้า ผลงานอะไรก็ไม่ออก (เป็นข้าราชการค่ะ ทำงานแย่ก็ไม่โดนไล่ออก) แต่พอนานๆจะชวนให้พาลูกไปไหนบ้าง หรือวานให้ไปรับลูกที่โรงเรียน (ปกติเราไปเอง) จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากกกก หาว่าไปรบกวนเวลางาน ทำเค้าเสียเวลา แล้วก็บ่นๆๆๆ จนลูกเสียใจ คือ เป็นบ่อยมาก อันที่จริงเวลา 80% ในการดูแลลูกแต่ละวันรวมกลางคืน เป็นเรารับหมดนะคะ งานประจำเราก็มี เราก็สังเกต เค้าก็นั่งหน้าคอม หมกตัวทั้งวัน แต่ไม่มีผลงานอะไร เหมือนจิตเค้าไม่ปกติ เหมือนเค้าหลอกตัวเองว่ายุ่งตลอด สำคัญตัวมากๆ หรืออาจจะเพราะเครียดที่ไม่ก้าวหน้า เลยกดดัน หาเรื่องหลอกตัวเองก็ไม่รู้

4. ไม่มีสังคม คือ บ้านเค้าจะอยู่กันเอง แล้วไม่คบใครค่ะ บ้านคุณพ่อคุณแม่ น้องสาวเค้า 2 คน อยู่ละแวกใกล้ๆกัน เราสังเกตว่าครอบครัวนี้ไม่มีสังคมภายนอกเลย น้องๆ 40+ ก็โสดกันหมด ไม่มีเพื่อนเลยทั้งสามพี่น้อง ไม่มีสังคม คุยกันเอง เข้าข้างกันเอง พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่มีมารยาทในสังคม เช่น การไม่รักษาเวลา (เค้าแย่มากจริงๆเรื่องนี้ สายประจำ หากมีนัด หรือประชุม) การเคี้ยวข้าวเสียงดังมูมมาม เราไปเตือนเรื่องพวกนี้ก็โดนด่ากลับว่า ไปละเมิดสิทธิ์เค้า ไม่ได้ทำใครเดือดร้อนสักหน่อย

หากอ่านแล้วจะคิดว่าเป็นเรื่องผัวเมียเคืองกันหรือเปล่า แล้วเอามาระบายลงเนต ว่าๆๆอีกฝ่าย แล้วชมแต่ตัวเองดี อันนี้เราก็บังคับความคิดไม่ได้นะคะ
แต่ในส่วนของเรา เราขอให้ข้อมูลประมาณนี้ เพราะบางทีเราสงสัย ว่ามันเป็นแค่เรื่องนิสัยที่ไม่ดีส่วนตัว หากอยากอยู่กันยืดๆก็ให้รับกันให้ได้ เงียบต่อไป ดีกว่า หรือ มันมีอาการอะไรทางจิตเวชจริงๆไหมคะ ที่อธิบายพฤติกรรมเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะ การโทษผู้อื่นตลอด (ย้ำว่าอาการนี้หนักมาก) การหลอกตัวเองว่างานเยอะ ยุ่งมาก สำคัญมาก ทั้งๆที่สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวัน คือขี้เกียจมาก

เรามาโพสเพราะเรากลุ่มใจจริงๆ อยากหาทางแก้ อยากให้ครอบครัวมันดีกว่านี้ เพราะแก้ที่ตัวเราคนเดียว (การเงียบ) มันไม่พอแล้วเราว่าเราเริ่มเก็บกดละ และไม่น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องยั่งยืน เราอยากให้เค้ารักษาอาการที่ว่าทั้งหมด ให้มันดีต่อทั้งครอบครัว และการงานของเค้าเองด้วยค่ะ

หากเนื้อหาไม่เกี่ยวกับห้องนี้ แจ้งลบได้เลยนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ได้สละเวลาอ่านและหากมีคำแนะนำ หรือประสบการณ์คล้ายๆกันมาแชร์บ้าง จะขอบคุณจริงๆค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
โรคหลงตัวเองจัดเนี่ย ... เราไม่ทราบว่า หากเข้ารับการบำบัด ทางแพทย์จะมีวิธีรักษาอย่างไร

คนนิสัยแบบสามีคุณ เป็นกันเยอะเลยค่ะ
ซึ่งเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะมีระดับการศึกษาที่ดีกว่าคนทั่วไป มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี
บางคนก็พ่วงเรื่องอารมณ์ร้ายกาจเข้ามาด้วย  คือเมื่อคิดว่าตัวเองถูก ความยับยั้งชั่งใจที่จะถนอมน้ำใจผู้อื่นเลยลดน้อยลงไปด้วย

วิธีที่เรารับมือกับคนแบบนี้มีสองแบบค่ะ
๑. ถ้าไม่จำเป็นต้องข้องเกี่ยวกันมากนัก เราจะไม่ยุ่งด้วยเลย อยากพล่ามอะไรมาก็ปล่อย ทำหน้าเฉยๆใส่
และไม่แสดงอารมณ์ตอบโต้ทั้งสิ้น แม้เราจะเป็นฝ่ายถูกเราก็ไม่อธิบายค่ะ แค่มองหน้าตรงๆ แบบไม่เถียง แต่ไม่กลัว
พอเขาพูดจบ เราแค่ตอบกลับไปประโยคสั้นๆ กระชับมากพอที่เขาจะรู้ได้ว่า เขาผิด ในประโยคเดียว

ตรงนี้เกิดจากการสังเกตเอาเองว่า คนอื่นๆ ยิ่งแสดงอาการกลัวหงอ เขาจะยิ่งข่ม หรือถ้าเถียงเขาจะยิ่งขึ้นค่ะ
วิธีของเราทำให้เขาไปต่อไม่ได้ เรื่องก็จบง่าย ...  แม้กระนั้นเขาจะไม่ยอมรับอยู่ดีว่าตัวเองผิด ก็เรื่องของเขา
ขอให้งานผ่านไปได้ ก็พอ  เราไม่ต่อความยาวสาวความยืดด้วยหรอก

๒. ถ้าเป็นคนใกล้ตัว หรือจำเป็นต้องคลุกคลีกันบ่อย  
ต้องใจเย็นกว่า และ มีเหตุผลกว่า  
คือคนแบบนี้ว่าตรงๆไม่ได้เลย (ไม่มีทางรับฟัง) ต้องใช้วิธีอุปมาอุปไมยให้เห็น
ก่อนจะตำหนิเรื่องไหน ต้องชมชักแม่น้ำทั้งห้าในเรื่องอื่นก่อน แล้วใช้วิธีถามเขา ให้เขาเป็นฝ่ายตำหนิ (นิสัยแบบตัวเขาเอง)ออกมา
แล้วปล่อยให้เขาคิดต่อเอง อย่าไปจี้เด็ดขาด  เรียกว่าต้องระมัดระวังราวกับปลดชนวนระเบิดกันเลยทีเดียว อมยิ้ม20

ที่เราคิดว่าสำคัญยิ่งคือ ต้องทำตัวเป็นคนที่เขาเกรงใจค่ะ (ถ้าเป็นคนระดับเดียวกันเขาจะข่ม เพราะคิดว่าตัวเองเหนือกว่า)
ในเมื่อเขามีปัญหาด้านอารมณ์ จุดที่ต้องเหนือกว่าเขาจริงๆคือ อารมณ์ของเราค่ะ

อย่า พูดเพราะ อยาก เอาชนะเขา  (เซ้นส์เขาจะไวมาก และจะไม่ฟังเลย)
แต่ พูดเพราะ ปรารถนาดีต่อเขา (แบบนี้ถึงจะยอมฟังบ้างค่ะ)

ส่วนเรื่องที่เขาจะชอบโม้เรื่องเดิมซ้ำๆซากๆ
ตรงนี้ เราเอามาใช้เป็นอาวุธของเราค่ะ   ก็เพราะเขาไม่มีความสำเร็จในปัจจุบัน เท่าความรุ่งเรืองในอดีต เขาจึงพูดถึงบ่อย

วิธีรับมือ คือ ถามถึง “เหตุ” แห่งความสำเร็จนั้น
มันเป็นการเตือนให้เขาระลึกขึ้นได้ว่า ก่อนจะสำเร็จเรื่องใด ต้องใช้ความเพียรพยายามมาก่อนแล้วทั้งสิ้น
เขาจะมีใจสู้ และเลิกขี้เกียจได้ค่ะ

อีกอย่าง คนแบบนี้ เวลาโมโห เราจะเปลี่ยนอารมณ์เขาได้ง่ายมากๆ ด้วยคำชมที่ถูกจุดค่ะ (แบบที่เขาชอบให้ชม)
ถ้าทำได้จนชำนาญ เขาจะรู้สึกว่าเราเอาเขาอยู่ / อยู่ด้วยแล้วสบายใจ / อยู่ด้วยแล้วได้ไอเดีย
ซึ่งเป็นเหตุให้เขาจะฟังคำพูดของเรามากขึ้น และยอมรับมันได้ง่ายขึ้นค่ะ

หวังว่าจะมีส่วนที่เป็นประโยชน์ ที่คุณนำไปปรับใช้กับสามีของคุณได้นะคะ

flower
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่