ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดกับเราและเพื่อนวันนี้ค่ะ เราไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนได้ที่ไหนบ้าง เลยอยากจะมาเล่าให้ชาวพันทิปฟังค่ะ
ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า เราเป็นคนที่ชอบไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มาก และเพิ่งรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์ดอกไม้อยู่ในกรุงเทพ ซึ่งอ่านรีวิว ให้เพจของทางพิพิธภัณฑ์แล้วก็มีคะแนนและรีวิวค่อนข้างดี เลยตัดสินใจไปลองดูค่ะ ทุกอย่างที่นี่น่าสนใจ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เจอ ดูแลค่อนข้างดี ถึงราคาค่าเข้าจะแพงไปหน่อย (150 บาท ต่อคน พาเข้าชม 30 นาที) แต่ที่รู้สึกไม่โอเคมากๆ อย่างเดียว คือ พฤติกรรมของคุณพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์
วันนี้มีโอกาสได้พาเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่น ที่กำลังสนใจในเรื่องดอกไม้ของประเทศไทย มาเที่ยวที่นี่ เพราะอีก2วัน เพื่อนคนนี้จะเดินทางกลับประเทศของตัวเองแล้ว หลังจากที่พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิง ได้พาพวกเราชมพิพิธภัณฑ์กันเสร็จเรียบร้อย เรากับเพื่อนก็นั่งพักกัน เลยได้เจอกับพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เพื่อนเราชื่นชอบ และซื้อหนังสือของเค้าไปครั้งก่อน (เพื่อนเรามาครั้งนี้ครั้งที่2แล้วค่ะ) ตอนแรกพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์ก็เชิญชวนให้พวกเราไปซื้อขนมของที่ร้าน (ราคาค่อนข้างแรงด้วย) ตอนนั้นเค้าดูเป็นมิตรมาก
แต่พอเราได้บอกพี่เค้า ว่าเพื่อนเรากำลังสนใจเรื่องดอกไม้ พอได้เริ่มถามคำถาม อาการเค้าก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอบแบบขอไปที สีหน้าเริ่มไม่เป็นมิตร แววตา และน้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นกันตลอดเวลา จนกระทั่งเราเริ่มเห็นเพื่อนเราที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นน้ำตาคลอ
ระหว่างที่ถาม ส่วนใหญ่เค้าจะตอบเป็นภาษาไทย และให้เราแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เพื่อนฟังอีกที
จนเราแอบสงสัยว่า ทำไมเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เราได้ฟังข้อมูลคร่าวๆตอนเดินชมข้างใน ว่าได้ไปทำสิ่งนู้นสิ่งนี้เกือบทั่วโลก ถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วทำไมถึงไม่เต็มใจที่จะตอบคำถามพวกเรา แบบแสดงอาการออกมาชัดเจนขนาดนั้น
พอถามเสร็จแล้ว เราก็ไปนั่งพักต่อ และอธิบายให้เพื่อนคนญี่ปุ่นฟัง ว่าพี่เค้าพูดอะไรบ้าง เพื่อนเราถึงจะไม่เข้าใจที่พี่เค้าพูด แต่ก็รู้สึกได้จากคำพูดและน้ำเสียง
ซักพักพี่เค้าก็พูดกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอีกครั้ง และให้เพื่อนอีกคนของพี่เค้าที่เพิ่งเข้ามา หันมามองพวกเรา ว่าเรากับเพื่อนทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง จะมาคุยกับเค้าได้ ต้องส่งอีเมลล์มาก่อน ต้องมีเอกสารทางราชการ ซึ่งเพื่อนเราได้ส่งอีเมลล์ไป พร้อมกับรายละเอียด รวมถึงคำถามเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับเลย เราเลยแย้งตรงนี้ไป
พอทางเค้าได้เปิดดู ก็เจออีเมลล์จริงๆค่ะ แต่พี่เค้าก็ให้คำตอบว่า คนของเค้าคงเห็นอีเมลล์ แล้วก็มองผ่านไปแล้ว (?????) เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยใช่มั้ยคะ เราเลยบอกแค่ งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วก็เดินจากไป
พอออกจากที่นั่น เรากับเพื่อนร้องไห้โดยที่ไม่ได้นัดกัน สำหรับเราคือรู้สึกแย่ และ โกรธ เพื่อนเราก็คงเหมือนกัน
เพื่อนเราได้บอกว่า ตลอดเวลาที่มาแลกเปลี่ยนที่ไทย คนไทยทุกคนน่ารักกับเค้ามาก แต่คุณเจ้าของที่นี่เป็นคนเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี
ถ้าคุณพี่เจ้าของได้มีโอกาสมาอ่านบทความนี้ ภูมิใจไว้นะคะ ว่าคุณเป็นคนไทยคนแรก ที่ทำให้เพื่อนเราร้องไห้ และ ได้รับประสบการณ์แย่ๆก่อนกลับประเทศ ส่วนหนังสือของคุณที่เพื่อนเราซื้อไป3เล่ม ที่ทำให้เค้าประทับใจในตัวคุณ เราจะให้เพื่อนเราเอาไปเผาทิ้งค่ะ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์แย่ๆที่คุณให้ เราจะเอาไปเป็นบทเรียนว่า ต่อไปไม่ควรมาที่นี่ค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂
ถ้าใครมีเพื่อนชาวต่างชาติที่อยากจะไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ฝากเตือนๆกันด้วยนะคะ ถ้าใครอยากจะถามรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สอบถามได้นะคะ ขอบุณเพื่อนๆที่รับฟังเราค่ะ
เสียความรู้สึกกับ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ / The Museum of Floral Culture
ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า เราเป็นคนที่ชอบไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มาก และเพิ่งรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์ดอกไม้อยู่ในกรุงเทพ ซึ่งอ่านรีวิว ให้เพจของทางพิพิธภัณฑ์แล้วก็มีคะแนนและรีวิวค่อนข้างดี เลยตัดสินใจไปลองดูค่ะ ทุกอย่างที่นี่น่าสนใจ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เจอ ดูแลค่อนข้างดี ถึงราคาค่าเข้าจะแพงไปหน่อย (150 บาท ต่อคน พาเข้าชม 30 นาที) แต่ที่รู้สึกไม่โอเคมากๆ อย่างเดียว คือ พฤติกรรมของคุณพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์
วันนี้มีโอกาสได้พาเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่น ที่กำลังสนใจในเรื่องดอกไม้ของประเทศไทย มาเที่ยวที่นี่ เพราะอีก2วัน เพื่อนคนนี้จะเดินทางกลับประเทศของตัวเองแล้ว หลังจากที่พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิง ได้พาพวกเราชมพิพิธภัณฑ์กันเสร็จเรียบร้อย เรากับเพื่อนก็นั่งพักกัน เลยได้เจอกับพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เพื่อนเราชื่นชอบ และซื้อหนังสือของเค้าไปครั้งก่อน (เพื่อนเรามาครั้งนี้ครั้งที่2แล้วค่ะ) ตอนแรกพี่เจ้าของพิพิธภัณฑ์ก็เชิญชวนให้พวกเราไปซื้อขนมของที่ร้าน (ราคาค่อนข้างแรงด้วย) ตอนนั้นเค้าดูเป็นมิตรมาก
แต่พอเราได้บอกพี่เค้า ว่าเพื่อนเรากำลังสนใจเรื่องดอกไม้ พอได้เริ่มถามคำถาม อาการเค้าก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอบแบบขอไปที สีหน้าเริ่มไม่เป็นมิตร แววตา และน้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นกันตลอดเวลา จนกระทั่งเราเริ่มเห็นเพื่อนเราที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นน้ำตาคลอ
ระหว่างที่ถาม ส่วนใหญ่เค้าจะตอบเป็นภาษาไทย และให้เราแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เพื่อนฟังอีกที
จนเราแอบสงสัยว่า ทำไมเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เราได้ฟังข้อมูลคร่าวๆตอนเดินชมข้างใน ว่าได้ไปทำสิ่งนู้นสิ่งนี้เกือบทั่วโลก ถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วทำไมถึงไม่เต็มใจที่จะตอบคำถามพวกเรา แบบแสดงอาการออกมาชัดเจนขนาดนั้น
พอถามเสร็จแล้ว เราก็ไปนั่งพักต่อ และอธิบายให้เพื่อนคนญี่ปุ่นฟัง ว่าพี่เค้าพูดอะไรบ้าง เพื่อนเราถึงจะไม่เข้าใจที่พี่เค้าพูด แต่ก็รู้สึกได้จากคำพูดและน้ำเสียง
ซักพักพี่เค้าก็พูดกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอีกครั้ง และให้เพื่อนอีกคนของพี่เค้าที่เพิ่งเข้ามา หันมามองพวกเรา ว่าเรากับเพื่อนทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง จะมาคุยกับเค้าได้ ต้องส่งอีเมลล์มาก่อน ต้องมีเอกสารทางราชการ ซึ่งเพื่อนเราได้ส่งอีเมลล์ไป พร้อมกับรายละเอียด รวมถึงคำถามเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับเลย เราเลยแย้งตรงนี้ไป
พอทางเค้าได้เปิดดู ก็เจออีเมลล์จริงๆค่ะ แต่พี่เค้าก็ให้คำตอบว่า คนของเค้าคงเห็นอีเมลล์ แล้วก็มองผ่านไปแล้ว (?????) เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยใช่มั้ยคะ เราเลยบอกแค่ งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วก็เดินจากไป
พอออกจากที่นั่น เรากับเพื่อนร้องไห้โดยที่ไม่ได้นัดกัน สำหรับเราคือรู้สึกแย่ และ โกรธ เพื่อนเราก็คงเหมือนกัน
เพื่อนเราได้บอกว่า ตลอดเวลาที่มาแลกเปลี่ยนที่ไทย คนไทยทุกคนน่ารักกับเค้ามาก แต่คุณเจ้าของที่นี่เป็นคนเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี
ถ้าคุณพี่เจ้าของได้มีโอกาสมาอ่านบทความนี้ ภูมิใจไว้นะคะ ว่าคุณเป็นคนไทยคนแรก ที่ทำให้เพื่อนเราร้องไห้ และ ได้รับประสบการณ์แย่ๆก่อนกลับประเทศ ส่วนหนังสือของคุณที่เพื่อนเราซื้อไป3เล่ม ที่ทำให้เค้าประทับใจในตัวคุณ เราจะให้เพื่อนเราเอาไปเผาทิ้งค่ะ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์แย่ๆที่คุณให้ เราจะเอาไปเป็นบทเรียนว่า ต่อไปไม่ควรมาที่นี่ค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂
ถ้าใครมีเพื่อนชาวต่างชาติที่อยากจะไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ฝากเตือนๆกันด้วยนะคะ ถ้าใครอยากจะถามรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สอบถามได้นะคะ ขอบุณเพื่อนๆที่รับฟังเราค่ะ