รัก"น่าน"นานๆนะ-เมืองรองอันแสนน่ารัก

สวัสดีคร้า กลับมาแล้วหลังจากหายไปนานเพราะตอนนี้เราเข้าสู่วัยทำงาน ก็ทำงานจนไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเหมือนตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว วันนี้เราจะพาทุกๆคนไปเที่ยวจังหวัดเล็กๆอันสุดแสนสโลไลฟ์นั่นคือ จังหวัดน่านนั่นเองค่ะ
    ช่วงนี้จังหวัดน่านกำลังมาแรงแซงทางโค้งในด้านการท่องเที่ยวเลย ถือว่าเริ่มเป็นเมืองรองยอดฮิตของเหล่านักเดินทางที่ชื่นชอบอากาศเย็นและวิวสวยๆ ทริปนี้เราไปกับเป็นแก้งค์ครอบครัวสามคนพ่อแม่แล้วก็เรา เนื่องจากพ่อกับแม่อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวที่ไปถึงแล้วมันไม่ค่อยหนาวเนี่ยสิคะ ไปผิดเวลาไปนิดนึง55555 ทริปนี้ชิวไม่ได้อัดแน่นมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้จัดทริปแน่นๆมาก กลัวพ่อกับแม่จะเหนื่อย5555
    บ้านเราขับรถไปกันเองจากกรุงเทพใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 3วัน2คืน นอนในเมือง1คืนและนอนที่อำเภอปัวอีก1คืน ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะไปเที่ยวช่วงปีใหม่คือ ทางขึ้นจังหวัดแพร่ไปน่านกำลังซ่อมทางกันอยู่ ขับรถกันด้วยความระมัดระวังนะคะ ใจเย็นๆกันนิดนึงถึงทุกคนแน่นอนคร้า ระหว่างทางก็นั่งชมวิวสวยๆไปก่อน55555
    เราไปถึงน่านประมาณบ่ายสองซึ่งก็กะว่าหิ้วท้องมากินข้าวที่น่าน ตั้งใจจะมากินข้าวซอย เราเลยไปจอดรถที่ไนซ์บาร์ซาและเดินไปกินที่ร้านข้าวซอยต้นน้ำ สรุป!!ข้าวซอยหมด เลยกินก๋วยเตี๋ยวแทนค่ะ55555555 หลังจากนั้นก็เป็นเวลารีแลกซ์ของคุณหญิงแม่เลยค่ะ นั่นก็คือชอปปิ้งนั่นเอง ตรงไนซ์บาซาร์จะมีเสื้อผ้า ของที่ระลึกขายในราคาที่ไม่แพงเลยค่ะพอตกเย็นก็จะมีร้านอาหารแผงลอยมาตั้งตรงลานจอดรถให้ได้เลือกซื้อเลือกทานกัน ส่วนเรากับพ่อก็ขอไปสิงร้านกาแฟข้างหน้าไนซ์บาซาร์ที่ชื่อ เดอ คอฟฟี่ เป็นร้านกาแฟเล็กๆที่ตกแต่งร้านสไตล์ล้านนา ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยนะ
    จากนั้นเราก็เลยตกลงกันว่าจะจอดรถไว้ที่เดิมและเดินเที่ยวแถวๆนี้กันเพราะหลายๆที่จะอยู่ใกล้ๆกันหมดเลย เดินไปไม่ยากเลยค่ะ กลัวหลงก็ถามทางได้ คนน่านใจดีทุกคน
    สถานที่แรกที่เราไปก็คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ที่ใครมาน่านก็ต้องแวะมาซุ้มต้นลีลาวดีเพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันคร้า(ลืมไปค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปแค่ซุ้ม มัวแต่ถ่ายตัวเองกัน ทนดูหน้าเราไปก่อนนะคะFacepalmFacepalm)
    เมื่อถ่ายรูปกันอย่างหนำใจแล้ว เราก็เดินข้ามถนนจะเจอกับวัดภูมินทร์ วัดชื่อดังอีกหนึ่งวัดของจังหวัดน่านที่มีตำนานจิตรกรรมผาผนังปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก ภายในโบสถ์ยังมีพระพุทธรูปหันหน้าออกประตูทั้งสี่ด้านด้วยนะคะ สวยมากๆๆๆ สามารถซื้อดอกไม้ข้างล่างจากทางวัดได้เลย

         เดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับอีก 1 วัดนั่นคือ วัดพระธาตุช้างค้ำที่โดดเด่นเป็นสง่า จนต้องเดินเข้าไปไหว้ด้วยอย่างเสียไม่ได้เลยค่ะ ภายในวัดจะมีอุโบสถให้เข้าไปไหว้หลังจากนั้นก็สามารถเดินเข้าไปไหว้พระธาตุที่ด้านหลังแบบใกล้ๆได้เลยค่ะ
       เมื่อไหว้พระเสร็จแล้วก็ใกล้จะมืดแล้วเราก็เลยตัดสินใจเข้าที่พักกันก่อน ครั้งนี้เราไปพักที่ คุ้มเมืองมินทร์ โรงแรมสวยๆที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ที่เห็นแล้วต้องกดจองเพื่อเข้าพักกันเลย แถมราคาไม่แพงและมีห้องสำหรับสามคนด้วยค่ะรูปที่พักถ่ายไม่ทันตอนสว่าง ทันฟ้าจะมืดแล้ว55555
      เมื่อเก็บข้าวของกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินทางโดยการเดินไปถนนคนเดินหรือกาดขวงเมืองน่านที่จะจัดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ แต่เราไปวันที่5ซึ่งทางจังหวัดมีงานพอดีเลยจัดถนนคนเดินเพิ่มอีกหนึ่งวัน ถือว่าโชคดีมากๆเลยค่ะ ถนนคนเดินมีของกินและของฝากมากมายให้เลือกซื้อเลือกหากัน ทั้งอาหารภาคเหนือและภาคกลางเลยค่ะ ราคาก็ไม่แพงเลย มีเยอะกว่าในรูปมากกก กินกันจนพุงกางเลย5555 อ้อออ ลืมบอกไปค่ะ ทางงานมีจัดขันโตกพร้อมปู่เสื่อไว้ให้นั่งทานอาหารได้อย่างสบายๆด้วยน้าา ไม่ต้องกลัวว่าซื้อมาแล้วจะไม่มีที่นั่งกิน
แถมยังได้เห็นวัดภูมินทร์กับวัดพระธาตุช้างค้ำตอนเปิดไฟสวยๆด้วยนะ แต่เราไม่แน่ใจว่าในวันธรรมดาจะมีไฟหรือป่าวนะคะ
หมดไปแล้วสำหรับวันแรก นั่งรถกันมาเพลียๆเหนื่อยๆก็ต้องรีบไปเก็บแรงไว้ลุยต่อในวันรุ่งขึ้นค่ะเพี้ยนขำหนักมาก
      เช้าวันใหม่อันสดใสที่อากาศเย็นขึ้นมานิดนึง ย้ำว่านิดนึง55555 ทางโรงแรมมีอาหารเช้าด้วยนะคะ ทั้งสลัด ข้าวต้ม ขนมปัง ปาท่องโก๋ ผลไม้ เครื่องดื่มไว้เราทานในตอนเช้า ข้าวต้มกับอากาศเย็นๆนี่เข้ากันสุดๆเลยค่ะ
    เมื่อเติมกำลังกันไปแล้ว เราก็ไปลุยกันต่อ นั่นคือ วัดพระธาตุแช่แห้งค่ะ เป็นอีกหนึ่งวัดดังในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นวัดประจำคนเกิดปีเถาะนั่นเอง ซึ่งเราก็ตั้งใจพาแม่ไปไหว้ด้วยค่ะเพราะแม่เราเกิดปีเถาะ แนะนำว่าให้ไปเช้าๆ คนจะน้อยมากๆเลย สเน่ห์ของวัดนี้คือ ถ้าเราเดินไปทั่วๆวัดจะมีตุ๊กตากระต่ายน่ารักๆ ประดับอยู่รอบๆวัดเลยค่ะ เห็นแล้วอดถ่ายไม่ได้55555
      จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่บ่อเกลือค่ะ ออกจากวัดใช้เวลาไม่นานเลยแวะถามทางและหาอะไรกินไปด้วย เราก็บังเอิญเจอร้านกาแฟคุ้มเวียงพิงค์ ที่กาแฟหลักสิบวิวหลักร้อยอยู่ระหว่างทางอย่างงี้ก็ต้องแวะ ร้านจะอยู่ต้องข้ามศาลเจ้าพ่อภูคาเลยค่ะ
ระหว่างทางค่อนข้างในเวลานานกว่าจะถึงเพราะผ่านเขา แต่สิ่งที่ได้มาตอบแทนคือวิวสวยๆนั่นเอง ทางขึ้นบ่อเกลือ คนท้องที่จะเรียกว่า ถนนลอยฟ้า เพราะมันดูเหมือนจะลอยฟ้าอยู่จริงๆ หลายๆคนจะชอบลงถ่ายรูปในบางจุดที่สวยๆ แต่เอาจริงๆ เราไม่แนะนำนะคะ เพราะมันค่อนข้างอันตราย เป็นทางขึ้นลงเขาอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อทั้งตัวเองและคนอื่นได้ค่ะ รูปที่เราถ่ายมาทั้งหมดคืออยู่บนรถล้วนๆ เปิดกระจกถ่ายเอาเลย ส่วนใครเมารถควรพกยาดม ยาอม อะไรก็ได้ที่ช่วยให้หายเมานะคะ ทางนี่ค่อนข้างทรหดอยู่นิดนึงเพี้ยนหัวเราะ
   หลังจากขับรถมาหลายชั่วโมงพร้อมกับหนทางที่ไม่มีสัญญาณ เราก็มาถึงบ่อเกลือสินเธาร์ ซึ่งเป้นแหล่งผลิตเกลือที่อยู่บนเขาเลยค่ะ อยากรู้อะไรเกี่ยวกลับบ่อเกลือกก็สามารถถามชาวบ้านแถวๆนั้นได้ นอกจากนั้นก็ยังมีของที่ระลึกที่ทำจากเกลือและอีกหลายอย่างที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านขายกันอีกด้วย เราได้ไปถามกับคุณลุงคนนึงที่ทำเกลืออยู่ คุณลุงน่ารักมากกก ตอบเราทุกคำถามเลย555555
แถมที่นี่เจ้าที่แรงด้วยนะ ขึ้นกันยันศาลเลย5555
     การเดินทางของเราก็ยังคงดำเนินต่อไปค่ะจากนี้เราก็จะไปปัวกันนนน ซึ่งระหว่างทางมีอีกหนึ่งจุดที่ควรแวะอย่างยิ่งคือ 1715 จุดชมวิวดอยภูคาค่ะ อากาศตรงนั้นเย็นมากกก ถึงแม้ว่าแดดจะเจิดจ้าสุดๆก็ตาม จริงๆในอุทยานแห่งชาติก็สวยนะคะแต่เราไม่มีโอกาสได้แวะเข้าไปนอน
    เมื่อเราถึงปัววว ท้องก็บ่งบอกถึงความหิวขั้นสุดหลังจากกินเค้กก้อนข้างบนเป็นก้อนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง กองทัพนั้นยังคงต้องเดินด้วยท้อง เราเลยไปแวะฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ที่ไปแล้วนึกว่าจะไม่ได้กินเพราะคนเยอะมากกกก ดีนะที่หาที่จอดรถได้ไม่งั้นคงอดค่าาา เมนูอาหารที่เราชอบที่สุด โหวตให้เป็น the best ของร้านนี้เลยคือ พิซซ่าเห็ดดดด เราชอบสุดดด อยากจะสั่งซักหลายๆถาด5555
   พอกินอิ่มแล้ว เราก็ลงเดินต่อค่ะ เพื่อเดินไปวังศิลาแลงไม่ไกลจากฟาร์ม เดินกินลมชมวิวหรือจะนั่งรถซาเล้งรับจ้างก็ได้เหมือนกันค่ะ ระหว่างทางก็จะเจอกับน้องวัว น่ารักมากกก เดินตามด้วย ไม่รู้จะเดินมองหรือจะมาขวิด และเขื่อนเล็กๆที่กั้นน้ำตรงวังศิลาแลงไว้
แต่ๆๆๆๆๆ เราไม่ได้เข้าไปค่ะ เนื่องจากทุกคนในบ้านล้วนใส่ผ้าใบมาและไม่อยากเปื้อนเพราะต้องลุยน้ำข้างในนิดหน่อย พ่อกับแม่เลยเซย์กู้ดบายมายเดียร์ ไม่ยอมเดินไปกัน เราก็เลยได้แต่ส่งสายตามองเข้าไปข้างในแทน ถถถถถ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่