

อันนี้เป็นการรีวิวครั้งแรกของผมครับ


โดยส่วนตัวผมไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นหลายครั้งมากครับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แล้วก็จะพยายามไปไม่ซ้ำเมืองกันครับ และก็เอารูปมาลงในเฟสของตัวเองเยอะ จนหลายๆ คนก็เคยแนะนำครับว่า น่าจะมาเขียนรีวิวไว้ที่ pantip นี้ จะได้เป็นแนวทางให้กับคนที่อยากจะเที่ยวเหมือนเราบ้าง อีกอย่างก็เหมือนเป็นไดอารี่ให้กับตัวเองด้วยครับว่าอารมณ์ความรู้สึกช่วงนั้นเป็นอย่างไร ดีกว่าเก็บไว้แต่เพียงภาพและนานวันไปก็อาจจะหลงลืมไปได้ จนทริปล่าสุดนี่ละครับ ผมขอรวบรวมความกล้ามาเขียนรีวิวไว้ให้กับตัวเองและทุกๆ คน คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้างครับ
บอกก่อนนะครับ ส่วนใหญ่ทั้งทริปนี่ผมใช้กล้องมือถือ Galaxy A6+ (รุ่นที่ใช้ศิลปิน Wanna One โปรโมต) ถ่ายครับ คุณภาพของรูปคงสู้พวกกล้องของเหล่าโปรๆ เขาไม่ได้เท่าไร ภาพมันอาจจะไม่ชัดเหมือนที่ตาเห็นนะครับ แนะนำให้มาเที่ยวมาชมด้วยตาของตัวเอง มันจะได้บรรยากาศกว่าแน่นอนครับ
ในส่วนนี้จะเป็น part 2 นะครับ สามารถติดตาม part แรก (DAY1 ถึง DAY4) ได้ใน
https://pantip.com/topic/38331302 หรือตามสารบัญด้านล่างครับ
DAY1 ==> Departure by Vietnam Airline
DAY2 ==> Morning - Arrive to Nagoya then go to Shimizu
Afternoon - Suruga Bay Fujisan view
ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment1
Evening - Miho no matsubara
Night - Hotel Vista Shimizu
DAY3 ==> Yume-no-tsuribashi
ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment5
DAY4 ==> Morning - Gozaisho Ropeway
ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment9
Afternoon - Aqua Ignis
ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment10
Evening - Nabana no Sato
ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment14
DAY5 ==> Morning - Yoro Park / Yoro Fall
Afternoon - Site of Reversible Destiny Yoro Park - Gifu
DAY6 ==> Legoland
DAY7 ==> Morning - Nagashima Onsen (โซนสวนสนุก)
Afternoon - Mitsui Outlet Park Jazz Dream Nagashima
Evening - Nagashima Onsen (โซนออนเซ็น)
DAY8 ==> Morning - LegoLand Sealife
Afternoon - Nagoya Science Museum
DAY9 ==> Return to BKK
------

DAY5 -- > Yoro Park / Yoro Fall

ในวันที่ 5 ของผม เราจะไปกันต่อที่น้ำตก Yoro ครับ และเมืองในนั้น จริงๆ สำหรับที่เที่ยวที่นี่ผมมีแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากดูมูฟวี่การ์ตูนเรื่อง “รักไร้เสียง (Koe no Katachi)” ครับ ที่สร้างกระแสได้ระดับนึงเลย ที่เที่ยวในการ์ตูนเรื่องนั้นจำลองมาจากสถานที่จริง ก็เลยต้องมาจอดกันสักหน่อยครับ
วิธีการเดินทางของเราก็จากสถานี Kintetsu Nagoya ก็แวะเปลี่ยนขบวนที่สถานี Kuwana ใช้เวลา 21 นาที (บัตร Kintetsu Pass นั่งฟรี) เพื่อนั่งรถไฟ Local (ต้องเสียเงินเพิ่ม 570 เยน ซื้อที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติข้างพนักงานตรวจตั๋วตรงชานชาลาได้เลย) ไปอีก 47 นาทีก็จะถึงสถานี Yoro แล้วเดินต่อไปอีก 10 นาที ก็จะถึง Yoro Park ไม่มีค่าเข้าชม
มาถึงที่สถานี สิ่งที่ต้อนรับเราก็คือ น้ำเต้าครับ ผมได้มีโอกาสแวะร้านขายของหน้าสถานี (เพราะไม่มีร้านสะดวกซื้ออื่นเลย ชนบทที่แท้ทรู) คุณป้าแกก็เล่ามาว่าที่สถานีนี้เก่าแก่มากสร้างมาหลายร้อยปีก่อนแล้ว น้ำตกที่นี่มีชื่อเสียงจากตำนานลูกกตัญญูที่พ่อท่านป่วยแล้วคนลูกก็ไปเอาน้ำจากที่น้ำตกนี้มาให้คุณพ่อท่าน พอพ่อท่านได้ดื่มก็บอกว่ารสชาติเหมือนเหล้าและก็อาการป่วยเริ่มดีขึ้น น้ำตกที่นี่เลยมีชื่อเสียงจากความกตัญญูที่ลูกมีต่อพ่อ (อันนี้คุณป้าเล่าเป็นภาษาอังกฤษบวกญี่ปุ่น พร้อมทำท่าประกอบด้วยนะครับ 555)

แต่สิ่งที่เซอร์ไพรซ์ผมมากกว่าก็คือ ไม่มีรถเมล์วิ่งเลยครับ อยากจะไปที่ต้องเดินหรือแท็กซี่เท่านั้น เท่าที่อ่านจากป้ายรถเหมือนจะมีรถบัสบริการให้แค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ สงสัยคนจะมากันเยอะแค่ช่วงวันหยุด ถือว่าโชคดีที่จะเจอคนไม่เยอะสินะ แต่นี่ก็เป็นที่แรกของทริปญี่ปุ่นในชีวิตผมเลยครับที่ต้องเริ่มต้นเดินตั้งหน้าสถานีไป จริงๆ จะนั่งแท็กซี่ก็ได้ครับแต่เขาบอกว่าเดิน 10 นาที จะถึง Yoro Park เอาวะ!!!
จากแผนที่เราจะอยู่ที่ตรงกลางล่างครับ เป้าหมายของเราคือ หมายเลข 16 น้ำตกโยโร
นี่เป็นอีกแผนที่ครับ เราเดินตามเส้นสีชมพูครับ จากล่างขึ้นบน ก็จะถึงจุดหมายของเรา
ทางเดินของที่นี่กึ่งๆแบบเนินขึ้นเขาครับ เป็น 10 นาทีที่ข้างในผมเปียกพอดูเลยครับ แม้ว่าอากาศจะเย็นแต่เหงื่อมันก็ออกครับ แต่เอาวะถือว่าออกกำลังกาย เดินชมเมือง(กึ่งร้าง) ละกัน คือมันสงบมากจริงๆ ครับ เราเดินผ่านสวนสนุกโยโรนี่แบบว่า มันเงียบมากกกกกกกก สงสัยเราจะมาเช้าเกินไปครับ

พอเดินผ่านสวนสนุกมา ก็ใกล้จะถึง Yoro Park แล้วครับ คือไม่ต้องกัวว่าจะหลงนะครับ มีป้ายบอกตั้งแต่หน้าสถานีว่าให้เดินทางไหน พร้อมมีแผนที่ป้ายใหญ่ๆบอกเลยครับ ก็คือ Yoro Park ของคุณใหญ่มากอะ เอาเป็นว่าจาก Yoro Park นี่ยังต้องเดินเข้าไปในโซนน้ำตกอีกสัก 30 นาทีครับ ซึ่งก็ขึ้นเขาตามธรรมเนียมครับ สู้โว้ย!!!!!!!
ก่อนจะเข้าทางขึ้นน้ำตกก็ต้องผ่านที่จอดรถครับ โอววว รถจอดอยู่เยอะเหมือนกันแฮะ ไม่กลัววังเวงละ คนญี่ปุ่นเขาก็มาเที่ยวกันนะ ตั้งแต่โซนนี้ไปรถก็เข้าไม่ได้แล้วครับ ทุกคนต้องเดินกันต่อไปเท่านั้น แฟร์กันทุกคนละ ก็เริ่มเดินต่อเลยครับ มีจุดชมวิวและก็ห้องน้ำให้แวะได้เป็นระยะๆ ครับ ไม่ต้องกังวล พอผมได้เดินขึ้นไปมันก็แบบว่า ใบไม้เปลี่ยนสีแบบธรรมชาติที่แท้จริงอะ มันสวยดีนะ อากาศเย็น(ไม่นับข้างในที่เปียกนะ) วิวก็สวยครับ คนญี่ปุ่นเองก็เดินแบบแฮ้ปปี้มากครับ จูงหมามาขึ้นเขาก็มีทางเดินขึ้นมี 2 ทางนะครับ ทางซ้ายกับทางขวา ทางซ้ายจะเป็นแบบชมวิวอยู่ในดงต้นไม้เป็นหลัก ส่วนทางขวาจะเน้นเป็นร้านค้าประปรายให้เราได้แวะกิน แวะเติมพลังได้หน่อยก่อนจะไปบรรจบกันที่ตรงน้ำตกครับ
ห้องน้ำบนเขาก็มีนะ ก็ต้องเดินขึ้นนิดหน่อย ดีกว่าต้องลงไปเข้าข้างล่างอ่าละเนอะ
เดินขึ้นเขามาอีกสักพักก็จะเจอน้ำตกแล้วครับ ในที่สุด ก็ต้องไม่พลาดถ่ายรูปสักหน่อย ในการ์ตูนน้ำตกมันก็ดูไม่ใหญ่นะ แต่ของจริงก็สูงและสวยดีครับ

น้ำตกโยโร น้ำตกแห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น (ลำดับที่ 46) น้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกนี้มีความสูง 30 เมตร

ขากลับผมเลือกเดินลงอีกด้านนะครับ จะได้ไม่ซ้ำกับทางเดิม ทางอีกด้านมีร้านค้าด้วยครับ จะได้แวะเติมพลังสักหน่อย ที่นี่ขึ้นชื่ออีกอย่างนึงคือน้ำ Cider ที่เขาว่าเอาน้ำจากที่น้ำตกนี้มาทำครับ ได้กินแล้วก็แบบซาบซ่า สดชื่นเลยครับ 280 เยน จัดไปครับ

ระหว่างทางเดินกลับก็ถ่ายจากอีกมุม วิวก็สวยดีครับ รู้สึกเหมือนเที่ยวที่ต้นน้ำ ดีนะไม่มีคนมานั่งซักผ้า 555

ก่อนจะกลับถึงสถานีผมจำได้มันยังมีที่เที่ยวอีกที่ในการ์ตูนนั่นคือ Site of Reversible Destiny Yoro Park - Gifu อยู่ในโซน “ประเทศของเด็กๆ (Kodomo no Kuni)” ซึ่งเป็นที่แรกที่เราผ่านตั้งแต่ตอนเดินออกจากสถานีเลยครับ อยู่ตรงข้ามกับสวนสนุก ซึ่งก็ถือว่าโอเคครับถือว่าไม่เดินอ้อมอะไร ยังไงก็เป็นทางผ่านก่อนกลับสถานีอยู่แล้ว
.
.
.
.
.
.
มีต่อนะครับ
[CR] รีวิวเที่ยวแถบ Nagoya และ Shizuoka ปลายปี 2018 part 2
บอกก่อนนะครับ ส่วนใหญ่ทั้งทริปนี่ผมใช้กล้องมือถือ Galaxy A6+ (รุ่นที่ใช้ศิลปิน Wanna One โปรโมต) ถ่ายครับ คุณภาพของรูปคงสู้พวกกล้องของเหล่าโปรๆ เขาไม่ได้เท่าไร ภาพมันอาจจะไม่ชัดเหมือนที่ตาเห็นนะครับ แนะนำให้มาเที่ยวมาชมด้วยตาของตัวเอง มันจะได้บรรยากาศกว่าแน่นอนครับ
ในส่วนนี้จะเป็น part 2 นะครับ สามารถติดตาม part แรก (DAY1 ถึง DAY4) ได้ใน https://pantip.com/topic/38331302 หรือตามสารบัญด้านล่างครับ
DAY1 ==> Departure by Vietnam Airline
DAY2 ==> Morning - Arrive to Nagoya then go to Shimizu
Afternoon - Suruga Bay Fujisan view ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment1
Evening - Miho no matsubara
Night - Hotel Vista Shimizu
DAY3 ==> Yume-no-tsuribashi ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment5
DAY4 ==> Morning - Gozaisho Ropeway ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment9
Afternoon - Aqua Ignis ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment10
Evening - Nabana no Sato ติดตามได้ใน https://pantip.com/topic/38331302/comment14
DAY5 ==> Morning - Yoro Park / Yoro Fall
Afternoon - Site of Reversible Destiny Yoro Park - Gifu
DAY6 ==> Legoland
DAY7 ==> Morning - Nagashima Onsen (โซนสวนสนุก)
Afternoon - Mitsui Outlet Park Jazz Dream Nagashima
Evening - Nagashima Onsen (โซนออนเซ็น)
DAY8 ==> Morning - LegoLand Sealife
Afternoon - Nagoya Science Museum
DAY9 ==> Return to BKK
------
ในวันที่ 5 ของผม เราจะไปกันต่อที่น้ำตก Yoro ครับ และเมืองในนั้น จริงๆ สำหรับที่เที่ยวที่นี่ผมมีแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากดูมูฟวี่การ์ตูนเรื่อง “รักไร้เสียง (Koe no Katachi)” ครับ ที่สร้างกระแสได้ระดับนึงเลย ที่เที่ยวในการ์ตูนเรื่องนั้นจำลองมาจากสถานที่จริง ก็เลยต้องมาจอดกันสักหน่อยครับ
วิธีการเดินทางของเราก็จากสถานี Kintetsu Nagoya ก็แวะเปลี่ยนขบวนที่สถานี Kuwana ใช้เวลา 21 นาที (บัตร Kintetsu Pass นั่งฟรี) เพื่อนั่งรถไฟ Local (ต้องเสียเงินเพิ่ม 570 เยน ซื้อที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติข้างพนักงานตรวจตั๋วตรงชานชาลาได้เลย) ไปอีก 47 นาทีก็จะถึงสถานี Yoro แล้วเดินต่อไปอีก 10 นาที ก็จะถึง Yoro Park ไม่มีค่าเข้าชม
มาถึงที่สถานี สิ่งที่ต้อนรับเราก็คือ น้ำเต้าครับ ผมได้มีโอกาสแวะร้านขายของหน้าสถานี (เพราะไม่มีร้านสะดวกซื้ออื่นเลย ชนบทที่แท้ทรู) คุณป้าแกก็เล่ามาว่าที่สถานีนี้เก่าแก่มากสร้างมาหลายร้อยปีก่อนแล้ว น้ำตกที่นี่มีชื่อเสียงจากตำนานลูกกตัญญูที่พ่อท่านป่วยแล้วคนลูกก็ไปเอาน้ำจากที่น้ำตกนี้มาให้คุณพ่อท่าน พอพ่อท่านได้ดื่มก็บอกว่ารสชาติเหมือนเหล้าและก็อาการป่วยเริ่มดีขึ้น น้ำตกที่นี่เลยมีชื่อเสียงจากความกตัญญูที่ลูกมีต่อพ่อ (อันนี้คุณป้าเล่าเป็นภาษาอังกฤษบวกญี่ปุ่น พร้อมทำท่าประกอบด้วยนะครับ 555)
แต่สิ่งที่เซอร์ไพรซ์ผมมากกว่าก็คือ ไม่มีรถเมล์วิ่งเลยครับ อยากจะไปที่ต้องเดินหรือแท็กซี่เท่านั้น เท่าที่อ่านจากป้ายรถเหมือนจะมีรถบัสบริการให้แค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ สงสัยคนจะมากันเยอะแค่ช่วงวันหยุด ถือว่าโชคดีที่จะเจอคนไม่เยอะสินะ แต่นี่ก็เป็นที่แรกของทริปญี่ปุ่นในชีวิตผมเลยครับที่ต้องเริ่มต้นเดินตั้งหน้าสถานีไป จริงๆ จะนั่งแท็กซี่ก็ได้ครับแต่เขาบอกว่าเดิน 10 นาที จะถึง Yoro Park เอาวะ!!!
จากแผนที่เราจะอยู่ที่ตรงกลางล่างครับ เป้าหมายของเราคือ หมายเลข 16 น้ำตกโยโร
นี่เป็นอีกแผนที่ครับ เราเดินตามเส้นสีชมพูครับ จากล่างขึ้นบน ก็จะถึงจุดหมายของเรา
ทางเดินของที่นี่กึ่งๆแบบเนินขึ้นเขาครับ เป็น 10 นาทีที่ข้างในผมเปียกพอดูเลยครับ แม้ว่าอากาศจะเย็นแต่เหงื่อมันก็ออกครับ แต่เอาวะถือว่าออกกำลังกาย เดินชมเมือง(กึ่งร้าง) ละกัน คือมันสงบมากจริงๆ ครับ เราเดินผ่านสวนสนุกโยโรนี่แบบว่า มันเงียบมากกกกกกกก สงสัยเราจะมาเช้าเกินไปครับ
พอเดินผ่านสวนสนุกมา ก็ใกล้จะถึง Yoro Park แล้วครับ คือไม่ต้องกัวว่าจะหลงนะครับ มีป้ายบอกตั้งแต่หน้าสถานีว่าให้เดินทางไหน พร้อมมีแผนที่ป้ายใหญ่ๆบอกเลยครับ ก็คือ Yoro Park ของคุณใหญ่มากอะ เอาเป็นว่าจาก Yoro Park นี่ยังต้องเดินเข้าไปในโซนน้ำตกอีกสัก 30 นาทีครับ ซึ่งก็ขึ้นเขาตามธรรมเนียมครับ สู้โว้ย!!!!!!!
ก่อนจะเข้าทางขึ้นน้ำตกก็ต้องผ่านที่จอดรถครับ โอววว รถจอดอยู่เยอะเหมือนกันแฮะ ไม่กลัววังเวงละ คนญี่ปุ่นเขาก็มาเที่ยวกันนะ ตั้งแต่โซนนี้ไปรถก็เข้าไม่ได้แล้วครับ ทุกคนต้องเดินกันต่อไปเท่านั้น แฟร์กันทุกคนละ ก็เริ่มเดินต่อเลยครับ มีจุดชมวิวและก็ห้องน้ำให้แวะได้เป็นระยะๆ ครับ ไม่ต้องกังวล พอผมได้เดินขึ้นไปมันก็แบบว่า ใบไม้เปลี่ยนสีแบบธรรมชาติที่แท้จริงอะ มันสวยดีนะ อากาศเย็น(ไม่นับข้างในที่เปียกนะ) วิวก็สวยครับ คนญี่ปุ่นเองก็เดินแบบแฮ้ปปี้มากครับ จูงหมามาขึ้นเขาก็มีทางเดินขึ้นมี 2 ทางนะครับ ทางซ้ายกับทางขวา ทางซ้ายจะเป็นแบบชมวิวอยู่ในดงต้นไม้เป็นหลัก ส่วนทางขวาจะเน้นเป็นร้านค้าประปรายให้เราได้แวะกิน แวะเติมพลังได้หน่อยก่อนจะไปบรรจบกันที่ตรงน้ำตกครับ
ห้องน้ำบนเขาก็มีนะ ก็ต้องเดินขึ้นนิดหน่อย ดีกว่าต้องลงไปเข้าข้างล่างอ่าละเนอะ
เดินขึ้นเขามาอีกสักพักก็จะเจอน้ำตกแล้วครับ ในที่สุด ก็ต้องไม่พลาดถ่ายรูปสักหน่อย ในการ์ตูนน้ำตกมันก็ดูไม่ใหญ่นะ แต่ของจริงก็สูงและสวยดีครับ
น้ำตกโยโร น้ำตกแห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น (ลำดับที่ 46) น้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกนี้มีความสูง 30 เมตร
ขากลับผมเลือกเดินลงอีกด้านนะครับ จะได้ไม่ซ้ำกับทางเดิม ทางอีกด้านมีร้านค้าด้วยครับ จะได้แวะเติมพลังสักหน่อย ที่นี่ขึ้นชื่ออีกอย่างนึงคือน้ำ Cider ที่เขาว่าเอาน้ำจากที่น้ำตกนี้มาทำครับ ได้กินแล้วก็แบบซาบซ่า สดชื่นเลยครับ 280 เยน จัดไปครับ
ระหว่างทางเดินกลับก็ถ่ายจากอีกมุม วิวก็สวยดีครับ รู้สึกเหมือนเที่ยวที่ต้นน้ำ ดีนะไม่มีคนมานั่งซักผ้า 555
ก่อนจะกลับถึงสถานีผมจำได้มันยังมีที่เที่ยวอีกที่ในการ์ตูนนั่นคือ Site of Reversible Destiny Yoro Park - Gifu อยู่ในโซน “ประเทศของเด็กๆ (Kodomo no Kuni)” ซึ่งเป็นที่แรกที่เราผ่านตั้งแต่ตอนเดินออกจากสถานีเลยครับ อยู่ตรงข้ามกับสวนสนุก ซึ่งก็ถือว่าโอเคครับถือว่าไม่เดินอ้อมอะไร ยังไงก็เป็นทางผ่านก่อนกลับสถานีอยู่แล้ว
.
.
.
.
.
.
มีต่อนะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้