สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ความคิดเห็นที่ 9
ถามท่านที่บรรลุธรรม ตามนี้ได้เลยครับ
" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
๒. ฉวิโสธนสูตร (๑๑๒)
[๑๖๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุ
ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ
[๑๖๗] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม
วินัยนี้ ย่อมพยากรณ์อรหัตตผลว่า ข้าพเจ้ารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่
จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย พวกเธออย่าเพ่อยินดี อย่าเพ่อคัดค้านคำกล่าวของภิกษุรูปนั้น ครั้นไม่
ยินดีไม่คัดค้านแล้ว พึงถามปัญหาเธอว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ โวหารอันพระผู้มี-
*พระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ ตรัสไว้
ชอบ นี้มี ๔ ประการ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ......."
ถ้าท่านบรรลุธรรมจริง ย่อมแสดงธรรมที่เห็นนั้นได้
แต่
ถ้าไม่บรรลุธรรมจริง ท่านเห็นผิดพลาดด้วยความสุจริต เข้าใจผิด ปฎิบัติผิดพลาดบกพร่อง...
เมื่อถูกถามตามลำดับ ท่านย่อมยอมรับในความผิดพลาดนั้น แล้วรับตั้งใจจะกลับไปแก้ไข ....ไม่มีการว่าร้ายเบียดเบียนกัน
หรือ
ไม่บรรลุธรรมจริง ท่านตั้งใจหลอกลวงเพื่ออามิสชื่อเสียงสาวก.....ความต้องการเป็นใหญ่....ต้องการเผยแพร่ความเห็นของตน
ท่านไม่รู้ธรรมแท้จริง ท่านไม่ยอมรับว่าไม่รู้ธรรม แสดงอาการ " ดื้อ "....
ย่อมเป็น โมฆะบุรุษ โมฆะภิกษุ บุคคลผู้ว่ายาก เป็นคนพาล....
นี่ก็ไม่ใช่การว่าร้ายเบียดเบียน
เป็นการใช้ถ้อยคำ สมกับความเป็นจริง กล่าวถูกกาลอย่างยิ่ง ( ตำหนิคนแอบอ้างบรรลุธรรม ทำลายคำสอนแท้ เผยแพร่คำสอนเท็จ )
ชมคนที่ควรชม
ข่มคนที่ควรข่ม
ชาวพุทธที่ดี ควรทำให้มาก ครับ
" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
๒. ฉวิโสธนสูตร (๑๑๒)
[๑๖๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุ
ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ
[๑๖๗] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม
วินัยนี้ ย่อมพยากรณ์อรหัตตผลว่า ข้าพเจ้ารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่
จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย พวกเธออย่าเพ่อยินดี อย่าเพ่อคัดค้านคำกล่าวของภิกษุรูปนั้น ครั้นไม่
ยินดีไม่คัดค้านแล้ว พึงถามปัญหาเธอว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ โวหารอันพระผู้มี-
*พระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ ตรัสไว้
ชอบ นี้มี ๔ ประการ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ......."
ถ้าท่านบรรลุธรรมจริง ย่อมแสดงธรรมที่เห็นนั้นได้
แต่
ถ้าไม่บรรลุธรรมจริง ท่านเห็นผิดพลาดด้วยความสุจริต เข้าใจผิด ปฎิบัติผิดพลาดบกพร่อง...
เมื่อถูกถามตามลำดับ ท่านย่อมยอมรับในความผิดพลาดนั้น แล้วรับตั้งใจจะกลับไปแก้ไข ....ไม่มีการว่าร้ายเบียดเบียนกัน
หรือ
ไม่บรรลุธรรมจริง ท่านตั้งใจหลอกลวงเพื่ออามิสชื่อเสียงสาวก.....ความต้องการเป็นใหญ่....ต้องการเผยแพร่ความเห็นของตน
ท่านไม่รู้ธรรมแท้จริง ท่านไม่ยอมรับว่าไม่รู้ธรรม แสดงอาการ " ดื้อ "....
ย่อมเป็น โมฆะบุรุษ โมฆะภิกษุ บุคคลผู้ว่ายาก เป็นคนพาล....
นี่ก็ไม่ใช่การว่าร้ายเบียดเบียน
เป็นการใช้ถ้อยคำ สมกับความเป็นจริง กล่าวถูกกาลอย่างยิ่ง ( ตำหนิคนแอบอ้างบรรลุธรรม ทำลายคำสอนแท้ เผยแพร่คำสอนเท็จ )
ชมคนที่ควรชม
ข่มคนที่ควรข่ม
ชาวพุทธที่ดี ควรทำให้มาก ครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
อริยุปวาท ; การว่าร้ายพระอริยะ Vs การตรวจสอบว่าใครเป็นพระอริยะ คนละอย่างกัน ...!
https://pantip.com/topic/38337813