เรื่องสั้นเรื่องนี้มาแหวกแนวครับ เล่นเชิง "อภิปรัชญา" ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนาเทวนิยมและแนวศาสนาพุทธส่วนของเรื่องวัฏสงสารเข้าด้วยกัน
เป็นการ "รำพึง" ของ "ผู้สร้าง" ที่มีต่อผู้ถูกสร้าง ซึ่งเรียกว่า "ผลิตผล" ตามชื่อเรื่องนี้
รำพึงเหมือนพูดอยู่คนเดียวล้วนๆ ดังนั้นจึงไม่มีประโยคการสนทนาใดๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าสำหรับผู้อ่านจะยากหรือง่ายแค่ไหนในการชี้ตัวเจ้าของถุงมือ ^^
ลองอ่านกันดู แล้วให้เกรดได้ก็ให้ไปก่อน ค่อยหาตัวคนเขียนทีหลังครับ...


เลิกหลงผิดกันได้แล้ว จงเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับฟังข้า
หยุดลุ่มหลง หยุดมัวเมา ไปกับสิ่งที่พวกเจ้ากำลังยกย่องเทิดทูน ว่านั่นคือพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ คือที่สุดแห่งความถูกต้องที่พวกเจ้าออกแรงคว้ามันมาไว้ได้ด้วยกำลังของตัวเอง
สิ่งเหล่านั้นมันก็แค่เศษธุลี แค่เศษเสี้ยวหนึ่งแห่งความจริงแท้เท่านั้น
เมื่อเทียบกับข้า
จงดู จงฟัง จงสัมผัส จงรับรู้ ด้วยความรู้สึก ด้วยจิตวิญญาณ เหล่าผลิตผลอันเป็นที่รักยิ่งของข้า
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
นานมาแล้ว ท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่ายิ่งกว่าอะไรที่พวกเจ้าจะสามารถจินตนาการไปถึงได้ ในเวลานั้นยังไม่มีอะไรเลยนอกจากความมืดมิดอันยิ่งใหญ่ มันครอบครองทุกสิ่ง และไม่เปิดโอกาสให้ใครมีอำนาจเหนือมันได้
ทว่าในเวลานั้น ข้าก็มีอยู่แล้ว
เนิ่นนานจนกระทั่งวันหนึ่งการก่อกบฎก็เกิดขึ้น ความดำมืดถูกเจาะจนเกิดตำหนิด้วยความแปลกแยกกระจ้อยร่อย ผู้บุกรุกแผ่ขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจากรอยแผลนั้น ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด
ลูกหินไฟร้อนแรง เถ้าธุลี เศษซากแห่งการทำลายล้างล่องลอยเคว้งคว้างไปทั่วทุกหนแห่งที่มันเดินทางไปถึง ความมืดมิดสุดหยั่งค่อยๆ ถูกทำลายลงไปทีละน้อย
แล้ววันหนึ่ง เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ความสงบสุข เย็นชืด ไร้ชีวิตชีวา ก็กลับมาอีกครั้ง เศษหิน ลูกไฟ ค่อยๆ จัดเรียง ดึงดูด เกิดระบบระเบียบขึ้น
และในเวลานั้น ที่จุดใดจุดหนึ่งในความยิ่งใหญ่ หลังการสูญเสียและดับสูญของอะไรบางอย่าง ก็กลับเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
เมฆหมอกบางๆ ไร้รูปทรงห่อหุ้มหินกลมลูกหนึ่งเอาไว้ จนกระทั่งทุกอย่างลงตัวเหมาะสม ของเหลวหยดแรกก็ร่วงหล่นลงกระทบพื้นผิวหินก้อนนั้นด้วยสิ่งที่เรียกว่าแรงดึงดูด
ละอองละเอียดพร่างพรม มอบสีสัน ความมีชีวิตชีวา และการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้แกมัน นานแสนนานจนกระทั่งบางสิ่งที่เริ่มขยับได้ และเพิ่มจำนวนได้ ถือกำเนิดขึ้น
มันคือสิ่งมีชีวิต
ชีวิตที่ผ่านการเคี่ยวเข็ญมาอย่างยาวนาน เริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง ขนาด เพื่อทำให้ตนเองอยู่รอดได้ แตกแขนงออกเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ หลายหลายสายพันธุ์
นั่นคือวิวัฒนาการ
อา...ข้าช่างหลงใหลมันยิ่งนัก มันทำให้ข้ารู้สึกถึงพลังแห่งการดิ้นรน การพยายามที่จะดำรงอยู่ ข้าเห็นไฟในดวงตาของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
จนในที่สุดพวกเจ้าก็ถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์เหล่านั้น สิ่งมีชีวิตที่น่าภาคภูมิใจและเป็นที่รักยิ่งของข้า
พวกเจ้าฉลาด โลดโผน กระหายใคร่รู้ พร้อมจะปรับเปลี่ยน รับมือ กับสิ่งที่เกิดขึ้น และปรารถนาการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
พวกเจ้าใช้ประโยชน์จากอุปสรรค จากสิ่งรอบกาย เพื่อช่วยผลักดันให้ตนเองเกิดวิวัฒนาการที่ยิ่งๆ ขึ้นไปได้อย่างชาญฉลาด
ข้าเฝ้าดู...วันแล้ววันเล่าที่พวกเจ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ฝึกฝน พัฒนา
พวกเจ้าจดบันทึก ถ่ายทอด และสืบต่อสิ่งที่ค้นพบให้กับรุ่นต่อไป ช่างน่าเหลือเชื่อและยอดเยี่ยมยิ่งนัก
ความซับซ้อนในหัวสมองของพวกเจ้าเริ่มโยงใย เชื่อมต่อ เกิดเป็นโครงข่ายแห่งภูมิปัญญา มันสร้างจินตนาการ มโนภาพ สร้างนรก สวรรค์ โลกหลังความตาย และความรัก
พวกเจ้ายิ้มเป็น หัวเราะเป็น และร้องไห้เป็น
วัฒนธรรมถือกำเนิดขึ้น
ข้ายิ้ม พอใจ ดีใจ ไปกับความสำเร็จของพวกเจ้า
อา...นี่คือการยิ้ม มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ข้าไม่เคยยิ้ม และไม่เคยคิดที่จะยิ้มมาก่อน แต่ข้ากลับได้เรียนรู้สิ่งนั้นจากพวกเจ้า เหล่าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยของข้า
ช่างน่าเพลิดเพลินยิ่งนักที่ได้เฝ้าดู ติดตาม เรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปกับพวกเจ้า ความว่างเปล่าในใจข้าค่อยๆ ถูกเติมเต็มทีละน้อย ข้าเรียนรู้ความสุข ความรัก ความเศร้า
ที่ผ่านมาชีวิตนิรันดร์ของข้าช่างไร้ความหมายเสียเหลือเกิน จนกระทั่งได้พบกับพวกเจ้า ข้าอยากเป็นอย่างพวกเจ้าเหลือเกิน
นานเท่าใดแล้ว...นานขนาดไหนที่ข้าเฝ้ามองพวกเจ้าอยู่อย่างนี้ อาจจะแค่พริบตาของข้า แต่สำหรับพวกเจ้า มันนานพอที่จะทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจนหมด
เมื่อสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่านวัฒกรรมถือกำเนิดขึ้น มันฉุดกระชากโลกทั้งใบให้สั่นคลอน รวดเร็วและรุนแรงจนแม้แต่ข้ายังไม่อาจทันตั้งตัวได้ทัน กว่าจะรู้ตัว กว่าที่ข้าจะเหลียวกลับมามอง โลกทั้งใบก็ไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นอีกแล้ว
แม้จักรวาลจะเปลี่ยนแปลงไป แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ข้าก็ยังคงอยู่อย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเฝ้ามองพวกเข้า เห็นการวนเวียน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ของพวกเจ้า
ไม่ว่าพวกเจ้าอีกกี่คนเกิดลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ และไม่ว่าจะอีกกี่คนที่ดับสูญไป แต่ข้าก็ยังอยู่
โลกบอบช้ำและทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าความร้ายกาจที่พวกเจ้าสร้างให้กับบ้านของพวกเจ้า ก็ไม่อาจทำให้ข้าดับสูญได้
แต่พวกเจ้าต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายจากไปด้วยการกระทำของตนเอง
ฟังข้า เหล่าผลิตผลอันเป็นที่รัก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ข้าคือทุกความเป็นจริง คือทุกความเป็นไปในโลกของพวกเจ้า
ข้าคือทุกผลสะท้อนของสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำ
ข้าคือพลังอำนาจแห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
จงรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้า จงยอมรับว่าพวกเจ้าคือเศษเสี้ยว คือส่วนหนึ่งของข้า
จงฟังเสียงข้า ฟังสิ่งที่ข้าพยายามบอกพวกเจ้า
ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องย้อนกลับไปสู่ความมืดมิดเวิ้งว้างอีกครั้ง
รายชื่อให้เลือกตอบ (ผู้เข้าชิง 7 ท่าน "นักเขียน-ถุงมือรับเชิญ" อย่างน้อย 2 ท่าน อาจมีของกรรมการด้วย นอกนั้นเป็น "ตัวหลอก" ครับ
ฝ่ายชาย
1. จอมยุทธนักสืบ
2. ชายขอบคันนายาว ***ผู้เข้าชิง***
3. ลูนาติก
4. ส.สัตยา ***ผู้เข้าชิง***
5. B-thirteen
6. Chee River (ลำน้ำ C)
7. GTW ***ผู้เข้าชิง***
8. kasareev ***ผู้เข้าชิง***
9. KTHc ***ผู้เข้าชิง***
10. psycho_factory
11. สมาชิกหมายเลข 4563770 (TO SHARE)
12. WANG JIE (พฤษภเสารี)
ฝ่ายหญิง
1. นลินมณี
2. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
3. รัชต์สารินท์
4. ลายลิขิต
5. สมาชิกหมายเลข 817884 (โจอี้)
6. Lady Star 919 ***ผู้เข้าชิง***
7. สมาชิกหมายเลข 2326325 (ladylongleg) ***ผู้เข้าชิง***
***
จะวางภาพปริศนา วันที่ 11 ธันวาคม และ กวีชี้ทาง 12 ธันวาคม ***
***
เฉลยพร้อมกันหมด ทุกกระทู้ หลังจากตั้งกระทู้ถุงมือครบหมดแล้ว ***
***
สมาชิกสามารถรอตอบพร้อมกันในกระทู้รวม ซึ่งจะมีแบบฟอร์มให้ แต่ท่านสามารถตอบก่อนได้ในแต่ละกระทู้ และการตอบก่อนแล้วถูกจะได้คะแนนมากกว่าด้วย ทั้งเป็นการง่ายต่อกรรมการที่จะเก็บ TIMELINE ในการตอบของแต่ละคน ครับผม ***
ป.ล. ถุงมือนักเขียนเรื่องสั้น จะมี ประมาณ 10 กระทู้ ครับ
🌟✴🌟THE GLOVES 2018 "FINAL GAME" ถุงมือเรื่องสั้น รอบชิงชนะเลิศ กระทู้ที่ 3 "ผลิตผล" โดย "ถุงมือผู้สร้าง"🌟✴🌟
เรื่องสั้นเรื่องนี้มาแหวกแนวครับ เล่นเชิง "อภิปรัชญา" ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนาเทวนิยมและแนวศาสนาพุทธส่วนของเรื่องวัฏสงสารเข้าด้วยกัน
เป็นการ "รำพึง" ของ "ผู้สร้าง" ที่มีต่อผู้ถูกสร้าง ซึ่งเรียกว่า "ผลิตผล" ตามชื่อเรื่องนี้
รำพึงเหมือนพูดอยู่คนเดียวล้วนๆ ดังนั้นจึงไม่มีประโยคการสนทนาใดๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าสำหรับผู้อ่านจะยากหรือง่ายแค่ไหนในการชี้ตัวเจ้าของถุงมือ ^^
ลองอ่านกันดู แล้วให้เกรดได้ก็ให้ไปก่อน ค่อยหาตัวคนเขียนทีหลังครับ...
เลิกหลงผิดกันได้แล้ว จงเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับฟังข้า
หยุดลุ่มหลง หยุดมัวเมา ไปกับสิ่งที่พวกเจ้ากำลังยกย่องเทิดทูน ว่านั่นคือพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ คือที่สุดแห่งความถูกต้องที่พวกเจ้าออกแรงคว้ามันมาไว้ได้ด้วยกำลังของตัวเอง
สิ่งเหล่านั้นมันก็แค่เศษธุลี แค่เศษเสี้ยวหนึ่งแห่งความจริงแท้เท่านั้น
เมื่อเทียบกับข้า
จงดู จงฟัง จงสัมผัส จงรับรู้ ด้วยความรู้สึก ด้วยจิตวิญญาณ เหล่าผลิตผลอันเป็นที่รักยิ่งของข้า
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
นานมาแล้ว ท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่ายิ่งกว่าอะไรที่พวกเจ้าจะสามารถจินตนาการไปถึงได้ ในเวลานั้นยังไม่มีอะไรเลยนอกจากความมืดมิดอันยิ่งใหญ่ มันครอบครองทุกสิ่ง และไม่เปิดโอกาสให้ใครมีอำนาจเหนือมันได้
ทว่าในเวลานั้น ข้าก็มีอยู่แล้ว
เนิ่นนานจนกระทั่งวันหนึ่งการก่อกบฎก็เกิดขึ้น ความดำมืดถูกเจาะจนเกิดตำหนิด้วยความแปลกแยกกระจ้อยร่อย ผู้บุกรุกแผ่ขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจากรอยแผลนั้น ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด
ลูกหินไฟร้อนแรง เถ้าธุลี เศษซากแห่งการทำลายล้างล่องลอยเคว้งคว้างไปทั่วทุกหนแห่งที่มันเดินทางไปถึง ความมืดมิดสุดหยั่งค่อยๆ ถูกทำลายลงไปทีละน้อย
แล้ววันหนึ่ง เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ความสงบสุข เย็นชืด ไร้ชีวิตชีวา ก็กลับมาอีกครั้ง เศษหิน ลูกไฟ ค่อยๆ จัดเรียง ดึงดูด เกิดระบบระเบียบขึ้น
และในเวลานั้น ที่จุดใดจุดหนึ่งในความยิ่งใหญ่ หลังการสูญเสียและดับสูญของอะไรบางอย่าง ก็กลับเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
เมฆหมอกบางๆ ไร้รูปทรงห่อหุ้มหินกลมลูกหนึ่งเอาไว้ จนกระทั่งทุกอย่างลงตัวเหมาะสม ของเหลวหยดแรกก็ร่วงหล่นลงกระทบพื้นผิวหินก้อนนั้นด้วยสิ่งที่เรียกว่าแรงดึงดูด
ละอองละเอียดพร่างพรม มอบสีสัน ความมีชีวิตชีวา และการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้แกมัน นานแสนนานจนกระทั่งบางสิ่งที่เริ่มขยับได้ และเพิ่มจำนวนได้ ถือกำเนิดขึ้น
มันคือสิ่งมีชีวิต
ชีวิตที่ผ่านการเคี่ยวเข็ญมาอย่างยาวนาน เริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง ขนาด เพื่อทำให้ตนเองอยู่รอดได้ แตกแขนงออกเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ หลายหลายสายพันธุ์
นั่นคือวิวัฒนาการ
อา...ข้าช่างหลงใหลมันยิ่งนัก มันทำให้ข้ารู้สึกถึงพลังแห่งการดิ้นรน การพยายามที่จะดำรงอยู่ ข้าเห็นไฟในดวงตาของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
จนในที่สุดพวกเจ้าก็ถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์เหล่านั้น สิ่งมีชีวิตที่น่าภาคภูมิใจและเป็นที่รักยิ่งของข้า
พวกเจ้าฉลาด โลดโผน กระหายใคร่รู้ พร้อมจะปรับเปลี่ยน รับมือ กับสิ่งที่เกิดขึ้น และปรารถนาการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
พวกเจ้าใช้ประโยชน์จากอุปสรรค จากสิ่งรอบกาย เพื่อช่วยผลักดันให้ตนเองเกิดวิวัฒนาการที่ยิ่งๆ ขึ้นไปได้อย่างชาญฉลาด
ข้าเฝ้าดู...วันแล้ววันเล่าที่พวกเจ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ฝึกฝน พัฒนา
พวกเจ้าจดบันทึก ถ่ายทอด และสืบต่อสิ่งที่ค้นพบให้กับรุ่นต่อไป ช่างน่าเหลือเชื่อและยอดเยี่ยมยิ่งนัก
ความซับซ้อนในหัวสมองของพวกเจ้าเริ่มโยงใย เชื่อมต่อ เกิดเป็นโครงข่ายแห่งภูมิปัญญา มันสร้างจินตนาการ มโนภาพ สร้างนรก สวรรค์ โลกหลังความตาย และความรัก
พวกเจ้ายิ้มเป็น หัวเราะเป็น และร้องไห้เป็น
วัฒนธรรมถือกำเนิดขึ้น
ข้ายิ้ม พอใจ ดีใจ ไปกับความสำเร็จของพวกเจ้า
อา...นี่คือการยิ้ม มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ข้าไม่เคยยิ้ม และไม่เคยคิดที่จะยิ้มมาก่อน แต่ข้ากลับได้เรียนรู้สิ่งนั้นจากพวกเจ้า เหล่าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยของข้า
ช่างน่าเพลิดเพลินยิ่งนักที่ได้เฝ้าดู ติดตาม เรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปกับพวกเจ้า ความว่างเปล่าในใจข้าค่อยๆ ถูกเติมเต็มทีละน้อย ข้าเรียนรู้ความสุข ความรัก ความเศร้า
ที่ผ่านมาชีวิตนิรันดร์ของข้าช่างไร้ความหมายเสียเหลือเกิน จนกระทั่งได้พบกับพวกเจ้า ข้าอยากเป็นอย่างพวกเจ้าเหลือเกิน
นานเท่าใดแล้ว...นานขนาดไหนที่ข้าเฝ้ามองพวกเจ้าอยู่อย่างนี้ อาจจะแค่พริบตาของข้า แต่สำหรับพวกเจ้า มันนานพอที่จะทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจนหมด
เมื่อสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่านวัฒกรรมถือกำเนิดขึ้น มันฉุดกระชากโลกทั้งใบให้สั่นคลอน รวดเร็วและรุนแรงจนแม้แต่ข้ายังไม่อาจทันตั้งตัวได้ทัน กว่าจะรู้ตัว กว่าที่ข้าจะเหลียวกลับมามอง โลกทั้งใบก็ไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นอีกแล้ว
แม้จักรวาลจะเปลี่ยนแปลงไป แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ข้าก็ยังคงอยู่อย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเฝ้ามองพวกเข้า เห็นการวนเวียน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ของพวกเจ้า
ไม่ว่าพวกเจ้าอีกกี่คนเกิดลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ และไม่ว่าจะอีกกี่คนที่ดับสูญไป แต่ข้าก็ยังอยู่
โลกบอบช้ำและทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าความร้ายกาจที่พวกเจ้าสร้างให้กับบ้านของพวกเจ้า ก็ไม่อาจทำให้ข้าดับสูญได้
แต่พวกเจ้าต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายจากไปด้วยการกระทำของตนเอง
ฟังข้า เหล่าผลิตผลอันเป็นที่รัก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ข้าคือทุกความเป็นจริง คือทุกความเป็นไปในโลกของพวกเจ้า
ข้าคือทุกผลสะท้อนของสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำ
ข้าคือพลังอำนาจแห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
จงรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้า จงยอมรับว่าพวกเจ้าคือเศษเสี้ยว คือส่วนหนึ่งของข้า
จงฟังเสียงข้า ฟังสิ่งที่ข้าพยายามบอกพวกเจ้า
ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องย้อนกลับไปสู่ความมืดมิดเวิ้งว้างอีกครั้ง
ถุงมือ "ผู้สร้าง"
รายชื่อให้เลือกตอบ (ผู้เข้าชิง 7 ท่าน "นักเขียน-ถุงมือรับเชิญ" อย่างน้อย 2 ท่าน อาจมีของกรรมการด้วย นอกนั้นเป็น "ตัวหลอก" ครับ
ฝ่ายชาย
1. จอมยุทธนักสืบ
2. ชายขอบคันนายาว ***ผู้เข้าชิง***
3. ลูนาติก
4. ส.สัตยา ***ผู้เข้าชิง***
5. B-thirteen
6. Chee River (ลำน้ำ C)
7. GTW ***ผู้เข้าชิง***
8. kasareev ***ผู้เข้าชิง***
9. KTHc ***ผู้เข้าชิง***
10. psycho_factory
11. สมาชิกหมายเลข 4563770 (TO SHARE)
12. WANG JIE (พฤษภเสารี)
ฝ่ายหญิง
1. นลินมณี
2. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
3. รัชต์สารินท์
4. ลายลิขิต
5. สมาชิกหมายเลข 817884 (โจอี้)
6. Lady Star 919 ***ผู้เข้าชิง***
7. สมาชิกหมายเลข 2326325 (ladylongleg) ***ผู้เข้าชิง***
*** จะวางภาพปริศนา วันที่ 11 ธันวาคม และ กวีชี้ทาง 12 ธันวาคม ***
*** เฉลยพร้อมกันหมด ทุกกระทู้ หลังจากตั้งกระทู้ถุงมือครบหมดแล้ว ***
*** สมาชิกสามารถรอตอบพร้อมกันในกระทู้รวม ซึ่งจะมีแบบฟอร์มให้ แต่ท่านสามารถตอบก่อนได้ในแต่ละกระทู้ และการตอบก่อนแล้วถูกจะได้คะแนนมากกว่าด้วย ทั้งเป็นการง่ายต่อกรรมการที่จะเก็บ TIMELINE ในการตอบของแต่ละคน ครับผม ***
ป.ล. ถุงมือนักเขียนเรื่องสั้น จะมี ประมาณ 10 กระทู้ ครับ