หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] จะ “กินเพื่ออยู่” หรือว่า “อยู่เพื่อกิน” มาที่ร้านนี้แล้วจึงได้รู้
กระทู้รีวิว
ร้านอาหาร
อาหารไทย
เครื่องดื่ม
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ
ของหวาน
ตามที่เรา ๆ เคยได้ยินกันมาหละค่ะว่าคนเรานั้นกินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกในการกินอาหารไทย อาหารสไตล์ชาววัง ที่เราไม่สามารถหากินได้ตามร้านทั่วไป ไปตามห้างก็ไม่มีนะคะร้านแบบนี้ ต้องมาที่นี่เท่านั้น ที่ “ร้านบ้านหมอมี”
พอจะคุ้น ๆ ชื่อใช่ไหมคะ เราก็คุ้นนะ ที่นึกขึ้นมาได้ทันทีก็คือน้ำยาอุทัยหมอมี นึกออกแค่นี้จริง ๆ แต่พอเรามาถึงที่ร้าน ก็จะได้รับ welcome drink เป็นน้ำเปล่าใส่น้ำยาอุทัยหมอมี สีสันสดใส ดื่มแล้วสดชื่น ต่อจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดไทย สวยงาม ดูสง่า เข้ากับบรรยากาศร้านสุด ๆ มาเป็นผู้บรรยายและพาเราชมร้าน ซึ่งร้านนี้คือบ้านสุวรรณเวศม (อ่านว่า สุ-วัน-เวด) ที่หน้าตัวร้านมีหลุมหลบภัยตั้งโชว์อยู่ด้วย ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยเชียว (เกิดไม่ทันจริง ๆ) เจ้าหน้าที่ให้ความรู้มากมายจนเราจำไม่หมด เพราะเราเองก็มัวแต่ซึมซับบรรยากาศร้านและรอบ ๆ ตัวร้าน (มีด้านนึงติดกับคลองแสนแสบ) ก็ใครจะอดตื่นเต้นได้ ที่ได้มาเห็นบ้านโบราณแบบตัวเป็น ๆ อย่างนี้ คือสวย คือดี สร้างโดยใช้ไม้สักทอง ซึ่งมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมาก ตัวบ้านเองก็ไม่ได้ดูโบราณตามอายุ กลับดูสวย คลาสสิค อบอุ่น น่าค้นหา (ขนาดนั้นเลยเรา) ด้วยเป็นสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย ใช้โทนสีสะอาดตา แต่ ๆๆ ในร้านมีโซฟาสีแดงตัวใหญ่ ดีไซน์แบบเข้ามุม เป็น item ที่โดดเด่นมาก สีแดงตัดกับสีขาวของตัวร้านและสีเขียวของไม้ประดับ โซฟาตัวนี้คือตัวเดิมตัวเดียวกับที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “เล็บครุฑ” เมื่อปี พ.ศ.2500
ด้านในร้านดูดียิ่งกว่าด้านนอก และยังเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย มีของใช้ยุคโบราณหลายชิ้น แม้กระทั่ง item เล็ก ๆ อย่างขวดบรรจุยาในสมัยก่อน ก็ยังมีให้คนในรุ่นเรา ๆ ได้เห็นเป็นบุญตา นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่น ๆ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ซึ่งควรต้องมาศึกษาด้วยตนเอง
ก่อนที่จะได้สั่งอาหารมาแก้หิว เจ้าหน้าที่ก็ได้พาให้เราไปรู้จักห้องต่าง ๆ ของร้าน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นบน ชื่อเรียกของแต่ละห้องจะใช้ชื่อของดอกไม้ มีห้องสำหรับจัดประชุมด้วย (เขาว่ามีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เสร็จสรรพเลย) มีห้องรูปตัว L ซึ่งเหมาะสำหรับจัดเลี้ยง จุคนได้จำนวนมาก หรือใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว ที่นี่ก็มีห้อง VIP ไว้รับรองด้วยนะคะ (อาจต้องโทรจองล่วงหน้า) แล้วเราก็ได้มาถึงโต๊ะของเราละ อยู่ในห้องมะลิลา
อาหารที่เราเลือกในวันนี้ เป็นการอยู่เพื่อกินอย่างแท้ทรู เพราะเมนูส่วนใหญ่ที่เราสั่ง เป็นเมนูที่ดูมีอายุ (อาหารโบราณ) ซึ่งเราไม่เคยกินมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นม้าฮ่อ, ยำดอกขจร, วุ้นเส้นแกงร้อน, แกงรัญจวน และต้มจิ๋ว (ชื่อแปลก ๆ ทั้งนั้นเลย) ส่วนเครื่องดื่ม เราไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี เจ้าหน้าที่ก็แนะนำ MOH MEE THAI COOLING ซึ่งพอเราได้ลิ้มรสเท่านั้นแหละ รู้สึกดีเลย แก้วนี้เป็นเครื่องดื่มที่เด็ดจริง ๆ ทั้งรสชาติเปรี้ยว หวาน ซ่า และ decoration ที่น่าถ่ายรูปสุด ๆ
ทุกเมนูที่เราสั่งมาจะได้รับการบอกเล่าเรื่องราวในขณะที่เสิร์ฟ ทำให้เราได้ซึมซับที่มาของเมนูนั้น ๆ ก่อนที่จะได้ลงมือกินอย่างจริงจัง อาหารรสชาติดีทุกเมนู มีที่เราประทับใจมากสุดคือแกงรัญจวน เพราะเราเป็นคนที่ชอบกินน้ำพริกกะปิเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว และร้านนี้เขาเสิร์ฟมาแบบตั้งเตาตั้งไฟกันเลย เปิดฝาหม้อมานี่ อื้อหือ…หอม (รัญจวนใจ สมชื่อแกงรัญจวน) แกงนี้มีส่วนผสมของน้ำพริกกะปิ เพราะสมัยก่อน อาหารหลักก็คือจำพวกน้ำพริกกับผักต้ม ดังนั้น พอมีน้ำพริกกะปิเหลือ เขาก็จะนำมาดัดแปลงทำเป็นแกงรัญจวน นับเป็นไอเดียที่เริ่ด ส่วนขนมหวานปิดท้าย เราสั่งข้าวต้มน้ำวุ้น กินง่าย ๆ สบายกระเป๋า
สำหรับเมนูอื่น ๆ มีที่มาหรือรสชาติเป็นอย่างไรนั้น ถ้ามีโอกาส เราก็อยากให้ทุกคนได้ไปลองลิ้มชิมรสเอง เพราะรสชาติที่ชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สำหรับเราเอง ถ้ารู้สึกว่าไม่อร่อยก็จะเลิกกินทันทีเลย เราสรุปให้ตัวเองว่า “อยู่เพื่อกิน” เพราะถ้า “กินเพื่ออยู่” เราคงจะไม่เลือกมาก และพร้อมที่จะกินอาหารทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีรสชาติยังไง
การเดินทางมาร้านบ้านหมอมี มาง่ายมากค่ะ เพราะเรามารถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จากนั้นเดินเข้าซอยเกษมสันต์ 3 ไปประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ ถ้าใครมาทางรถยนต์ ก็สะดวกเช่นกันค่ะ ที่ร้านมีที่สำหรับจอดรถเยอะอยู่
แล้วมาเปิดประสบการณ์กับร้านอาหารกึ่งพิพิธภัณฑ์กันนะคะ
(มีเพื่อน ๆ ถามราคากันเยอะ ขอแจ้งเป็นค่าเฉลี่ยนะคะ จำได้ว่าจ่ายคนละ 3xx บาท วันนั้นไปด้วยกันทั้งหมด 4 คนค่ะ บางคนไม่ได้กินของหวาน บางคนไม่ได้สั่งเครื่องดื่ม)
ชื่อสินค้า:
ร้านบ้านหมอมี
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
คาเฟ่น่านั่งและบรรยากาศดีดี๊ใน ม.ธรรมศาสตร์รังสิต
สวัสดีค่ะ ชื่อหลิว นะคะ (ขอแนะนำตัวนีดนึง) เพราะว่านี่เป็นการเขียนรีวิวบน Pantip ครั้งแรกของหลิวเลย (แม้ว่าจะมี user มานานแล้วก็ตาม) วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักคาเ
สมาชิกหมายเลข 2918588
หลงกลมนต์เสน่ห์ แห่ง,,,ตลาดหัวตะเข้ 🐊🐊🐊
หากเสาร์ – อาทิตย์ไหนใครเหงาๆ เราอยากจะแนะนำให้ได้รู้จักกับ " ตลาดหัวตะเข้ " ตลาดหัวตะเข้ เป็นชุมชนเล็ก ๆอยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง เป็นตลาดโบราณริมน้ำ
ลิตเติ้ลแบร์แบร์
วั ด เ ล่ ง เ น่ ย ยี่ 2 : ชวนเที่ยวชมสถาปัตยกรรมแบบพระราชวังจีนโบราณใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียว
สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้ที่ 2 ของเรานะคะ กระทู้แรกพาไปกินของกินอร่อย ๆ ที่ภูเก็ต https://pantip.com/topic/37430135 แต่กระทู้นี้ขอพักเรื่องกิน พาไปฟินกับสถาปัตยกร
สมาชิกหมายเลข 2729984
ตำนานหอยกะทะร้อน กว่า 50 ปี ห้าแยกพลับพลาไชย
ตำนานหอยทอดที่เสิร์พมาบนกระทะร้อนที่ห้าแยกพลับพลาไชย ที่มีมายาวนานถึง 50 กว่าปี คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก "หอยกะทะนายโซว" ร้านอาหารจีนที่มีหลากหลายเมนูเด
อาหมวยลงพุง
เทรนด์ใหม่ รีวิวให้ 2/10 กำลังฮิตใน Gen Z เพราะไม่อยากให้ ร้านที่ชอบแมส
เทรนด์ใหม่ รีวิวให้ 2/10 กำลังฮิตใน Gen Z เพราะไม่อยากให้ ร้านที่ชอบแมส - ช่วงหลัง ๆ มานี้ หลายคนน่าจะเคยเห็นเทรนด์การรีวิวอะไรก็ตามของคน Gen Z แล้วให้คะแนน 2/1
Magpies
<<< Memories pink >>>::::::เก็บตกหลวงพระบาง ชมวัดเชียงทองอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว และวัดสวยๆในตัวเมืองอีกหลายแห่ง:::::
วันสุดท้ายของทริปนี้ ซึ่งเดินทางระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2569 ช่วงเช้าเราจะเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังเหลืออยู่ในตัวเมืองหลวงพระบาง นั่นก็คือวัดสวยๆ
Memories pink
บุฟเฟ่ต์ all you can eat ไกลบ้านแต่ราคาถูก ก็เลยไปลอง
พบว่า ชอบนะคะ คือ อาหารอร่อยเลย ออกใหม่ตลอด และมีหลากหลายให้เลือก ทั้งจีน ทั้งฝรั่ง ทั้งเม็กซิกัน และญี่ปุ่น รวมถึงต้มยำของไทย ส่วนอาหารปรุงสดก็มีวัตถุดิบให้เลื
พุดซ้อนในแก้วกาแฟ
🥗ดีกว่าสลัดแพงๆ! ผักกำละไม่กี่บาท แต่ได้ฉายา "ไม้กวาดไขมัน" ชั้นเลิศ ดีท็อกซ์ลำไส้-พุงยุบข้ามคืน
🥗ดีกว่าสลัดแพงๆ! ผักกำละไม่กี่บาท แต่ได้ฉายา "ไม้กวาดไขมัน" ชั้นเลิศ ดีท็อกซ์ลำไส้-พุงยุบข้ามคืน 💥ลืมสลัดราคาแพงไปได้เลย เผย "ผักพื้นบ้าน"
สมาชิกหมายเลข 1183951
🐟ชวนทำ"แกงคั่วปลาช่อนใบยอ" เมนูอร่อย พุงไข่ตู้มๆ!! อร่อยเข้มข้น จัดจ้าน พร้อมเทคนิคลวกใบยอไม่ขม 🌶️🌿
สวัสดีค่ะทุกคน 😁😁 🌧️ เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ทั้งผักเขียวๆ ทั้งปลาสดๆ อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เป็นฤดูที่จขกท.ชอบมากที่สุดเลยค่ะ 🌿ใบยอข้างบ้าน กำลังแตกใบงามๆ
เที่ยวสบายสบาย
รีวิวร้านอาหารสวนผักโอ้กะจู๋ สาขาสยามสแควร์
เทรนด์เฮลตี้กำลังมาแรง เพราะฉะนั้นจะพลาดไม่ได้เลยกับร้านสลัดโอ้กะจู๋ จริงๆอยากกินร้านนี้มานานแล้ว ชอบกินสลัดมากๆ ส่วนตัวก็จะชอบไปตามล่าร้านเฮลตี้ๆ นี่คิดว่าซักว
สมาชิกหมายเลข 1069199
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ร้านอาหาร
อาหารไทย
เครื่องดื่ม
สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ
ของหวาน
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] จะ “กินเพื่ออยู่” หรือว่า “อยู่เพื่อกิน” มาที่ร้านนี้แล้วจึงได้รู้
ตามที่เรา ๆ เคยได้ยินกันมาหละค่ะว่าคนเรานั้นกินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกในการกินอาหารไทย อาหารสไตล์ชาววัง ที่เราไม่สามารถหากินได้ตามร้านทั่วไป ไปตามห้างก็ไม่มีนะคะร้านแบบนี้ ต้องมาที่นี่เท่านั้น ที่ “ร้านบ้านหมอมี”
พอจะคุ้น ๆ ชื่อใช่ไหมคะ เราก็คุ้นนะ ที่นึกขึ้นมาได้ทันทีก็คือน้ำยาอุทัยหมอมี นึกออกแค่นี้จริง ๆ แต่พอเรามาถึงที่ร้าน ก็จะได้รับ welcome drink เป็นน้ำเปล่าใส่น้ำยาอุทัยหมอมี สีสันสดใส ดื่มแล้วสดชื่น ต่อจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดไทย สวยงาม ดูสง่า เข้ากับบรรยากาศร้านสุด ๆ มาเป็นผู้บรรยายและพาเราชมร้าน ซึ่งร้านนี้คือบ้านสุวรรณเวศม (อ่านว่า สุ-วัน-เวด) ที่หน้าตัวร้านมีหลุมหลบภัยตั้งโชว์อยู่ด้วย ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยเชียว (เกิดไม่ทันจริง ๆ) เจ้าหน้าที่ให้ความรู้มากมายจนเราจำไม่หมด เพราะเราเองก็มัวแต่ซึมซับบรรยากาศร้านและรอบ ๆ ตัวร้าน (มีด้านนึงติดกับคลองแสนแสบ) ก็ใครจะอดตื่นเต้นได้ ที่ได้มาเห็นบ้านโบราณแบบตัวเป็น ๆ อย่างนี้ คือสวย คือดี สร้างโดยใช้ไม้สักทอง ซึ่งมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมาก ตัวบ้านเองก็ไม่ได้ดูโบราณตามอายุ กลับดูสวย คลาสสิค อบอุ่น น่าค้นหา (ขนาดนั้นเลยเรา) ด้วยเป็นสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย ใช้โทนสีสะอาดตา แต่ ๆๆ ในร้านมีโซฟาสีแดงตัวใหญ่ ดีไซน์แบบเข้ามุม เป็น item ที่โดดเด่นมาก สีแดงตัดกับสีขาวของตัวร้านและสีเขียวของไม้ประดับ โซฟาตัวนี้คือตัวเดิมตัวเดียวกับที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “เล็บครุฑ” เมื่อปี พ.ศ.2500
ด้านในร้านดูดียิ่งกว่าด้านนอก และยังเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย มีของใช้ยุคโบราณหลายชิ้น แม้กระทั่ง item เล็ก ๆ อย่างขวดบรรจุยาในสมัยก่อน ก็ยังมีให้คนในรุ่นเรา ๆ ได้เห็นเป็นบุญตา นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่น ๆ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ซึ่งควรต้องมาศึกษาด้วยตนเอง
ก่อนที่จะได้สั่งอาหารมาแก้หิว เจ้าหน้าที่ก็ได้พาให้เราไปรู้จักห้องต่าง ๆ ของร้าน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นบน ชื่อเรียกของแต่ละห้องจะใช้ชื่อของดอกไม้ มีห้องสำหรับจัดประชุมด้วย (เขาว่ามีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เสร็จสรรพเลย) มีห้องรูปตัว L ซึ่งเหมาะสำหรับจัดเลี้ยง จุคนได้จำนวนมาก หรือใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว ที่นี่ก็มีห้อง VIP ไว้รับรองด้วยนะคะ (อาจต้องโทรจองล่วงหน้า) แล้วเราก็ได้มาถึงโต๊ะของเราละ อยู่ในห้องมะลิลา
อาหารที่เราเลือกในวันนี้ เป็นการอยู่เพื่อกินอย่างแท้ทรู เพราะเมนูส่วนใหญ่ที่เราสั่ง เป็นเมนูที่ดูมีอายุ (อาหารโบราณ) ซึ่งเราไม่เคยกินมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นม้าฮ่อ, ยำดอกขจร, วุ้นเส้นแกงร้อน, แกงรัญจวน และต้มจิ๋ว (ชื่อแปลก ๆ ทั้งนั้นเลย) ส่วนเครื่องดื่ม เราไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี เจ้าหน้าที่ก็แนะนำ MOH MEE THAI COOLING ซึ่งพอเราได้ลิ้มรสเท่านั้นแหละ รู้สึกดีเลย แก้วนี้เป็นเครื่องดื่มที่เด็ดจริง ๆ ทั้งรสชาติเปรี้ยว หวาน ซ่า และ decoration ที่น่าถ่ายรูปสุด ๆ
ทุกเมนูที่เราสั่งมาจะได้รับการบอกเล่าเรื่องราวในขณะที่เสิร์ฟ ทำให้เราได้ซึมซับที่มาของเมนูนั้น ๆ ก่อนที่จะได้ลงมือกินอย่างจริงจัง อาหารรสชาติดีทุกเมนู มีที่เราประทับใจมากสุดคือแกงรัญจวน เพราะเราเป็นคนที่ชอบกินน้ำพริกกะปิเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว และร้านนี้เขาเสิร์ฟมาแบบตั้งเตาตั้งไฟกันเลย เปิดฝาหม้อมานี่ อื้อหือ…หอม (รัญจวนใจ สมชื่อแกงรัญจวน) แกงนี้มีส่วนผสมของน้ำพริกกะปิ เพราะสมัยก่อน อาหารหลักก็คือจำพวกน้ำพริกกับผักต้ม ดังนั้น พอมีน้ำพริกกะปิเหลือ เขาก็จะนำมาดัดแปลงทำเป็นแกงรัญจวน นับเป็นไอเดียที่เริ่ด ส่วนขนมหวานปิดท้าย เราสั่งข้าวต้มน้ำวุ้น กินง่าย ๆ สบายกระเป๋า
สำหรับเมนูอื่น ๆ มีที่มาหรือรสชาติเป็นอย่างไรนั้น ถ้ามีโอกาส เราก็อยากให้ทุกคนได้ไปลองลิ้มชิมรสเอง เพราะรสชาติที่ชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สำหรับเราเอง ถ้ารู้สึกว่าไม่อร่อยก็จะเลิกกินทันทีเลย เราสรุปให้ตัวเองว่า “อยู่เพื่อกิน” เพราะถ้า “กินเพื่ออยู่” เราคงจะไม่เลือกมาก และพร้อมที่จะกินอาหารทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีรสชาติยังไง
การเดินทางมาร้านบ้านหมอมี มาง่ายมากค่ะ เพราะเรามารถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จากนั้นเดินเข้าซอยเกษมสันต์ 3 ไปประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ ถ้าใครมาทางรถยนต์ ก็สะดวกเช่นกันค่ะ ที่ร้านมีที่สำหรับจอดรถเยอะอยู่
แล้วมาเปิดประสบการณ์กับร้านอาหารกึ่งพิพิธภัณฑ์กันนะคะ
(มีเพื่อน ๆ ถามราคากันเยอะ ขอแจ้งเป็นค่าเฉลี่ยนะคะ จำได้ว่าจ่ายคนละ 3xx บาท วันนั้นไปด้วยกันทั้งหมด 4 คนค่ะ บางคนไม่ได้กินของหวาน บางคนไม่ได้สั่งเครื่องดื่ม)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้