เรามีข้อกฎหมายอยากสอบถามค่ะ
คุณพ่อเราตอนนี้อายุ 65 ปีแล้ว มีธุรกิจเล็กๆแบบทำเองที่บ้าน ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้วและมีปัญหาสุขภาพ เมื่อปี 2560 คุณพ่อได้เอารถเข้าไฟแนนซ์ได้เงินมาก้อนนึง ก็ผ่อนมาตรงตลอดส่งมาแล้ว 16 งวด และมีหนี้บัตรกดเงินสดอีกใบนึง แบงค์เดียวกันกับรถ ก็ส่งตรงตลอด เครดิตดี
ช่วงปี 59 สามีเราได้เงินมาก้อนนึงจากการขายที่ของครอบครัวเขา ตอนนั้นเห็นพ่อมีหนี้จากบัตรเครดิตหลายใบ จึงให้เงินคุณพ่อยืมไปจำนวน 500,000 บาท เพื่อไปปิดบัตรไม่มีสัญญากู้ยืม ตอนหลังคุณพ่อจึงโอนบ้านเอื้ออาทรมาให้หนึ่งหลัง เพราะไม่มีเงินคืนให้ แต่โอนมาให้เราแบบพ่อโอนให้ลูกเมื่อกลางปี 2559 ก่อนที่จะเอารถเข้าไฟแนนซ์ แต่หลังจากทำบัตรกดเงินสดแล้ว แต่ตอนนั้นยังผ่อนชำระบัตรตรงตลอด
ตอนนี้คุณพ่อจะคืนรถให้ไฟแนนซ์แล้วเพราะไม่มีเงินผ่อน กับหยุดจ่ายบัตรกดเงินสดด้วย และจะเลิกทำธุกิจ เพราะทำไม่ไหวอายุมากแล้ว โดยที่ลูกๆส่งเงินให้กิน และไปอยู่บ้านน้องสาว
ตามที่เราหาข้อมูลมาถ้าคืนรถไฟแนนซ์จะมีส่วนต่าง แล้วเขาจะมาฟ้องกับเราอีกที แต่ถ้าหาขายรถเองก็ไม่พอค่าหนี้รถ เพราะตอนทำเรื่องกู้กับไฟแนนซ์นั้นทางไฟแนนซ์เห็นคุณพ่อ เครดิตดีจึงลงรุ่นรถที่ใหม่กว่ารถจริง โดยให้คุณพ่อบอกกับแบงค์ที่มีการโทรมาสอบถามด้วย ให้บอกรุ่นรถตรงกัน (อันนี้เรามารู้ทีหลังจากคุณพ่อเมื่อไม่กี่วันมานี้)แต่มีการถ่ายรูปรถไปตามขั้นตอนนะคะ เงินที่ได้จึงสูงกว่าราคารถมาก ถึงขายอย่างไรก็ต้องหาเงินส่วนต่างมาอีกประมาณแสนกว่าบาท หาคนมาผ่อนต่อก็ไม่มีแน่นอน ลูกๆก็ไม่มีเงินผ่อนต่อมีภาระครอบครัวกัน
ต่อไปจะมีขั้นตอนอย่างไรต่อจากนี้ หลังหยุดจ่ายหนี้ทั้งหมดทั้งรถและบัตร
ถ้าทางธนาคารฟ้องศาล คุณพ่อควรไปศาลไหม เพราะไม่มีรายได้และกำลังที่จะจ่ายแล้ว เพราะแก่และมีปัญหาสุขภาพ จะมีกระบวนการอย่างไรต่อไป ตอนนี้คุณพ่อไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย เพราะช่วงทำธุรกิจที่เป็นหนี้เพราะโดนโกงจากลูกค้า จึงเป็นหนี้บัตรแต่จ่ายไปหมดแล้ว เหลือหนี้เท่านี้ และบ้านเราที่โอนให้ก่อนเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ แต่หลังจากมีบัตรกดเงินสดแล้ว (แต่ตอนที่โอนยังจ่ายตรงตลอด) บ้านเราจะโดนยึดไปด้วยไหม ถ้าแบงค์บังคับคดี พ่อโอนให้ลูก (รับรองบุตร) โอนให้เมื่อกลางปี 2559 สองปีกว่าแล้ว
รบกวนผู้รู้กฎหมายตอบเราหน่อยร้อนใจมาก เหลือสมบัติอยู่ชิ้นเดียวถ้าไม่มีบ้านอยู่คงลำบาก แฟนหาเงินคนเดียวลูกเรายังเล็ก
อยากสอบถามเรื่องข้อกฎหมายคดีแพ่ง
คุณพ่อเราตอนนี้อายุ 65 ปีแล้ว มีธุรกิจเล็กๆแบบทำเองที่บ้าน ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้วและมีปัญหาสุขภาพ เมื่อปี 2560 คุณพ่อได้เอารถเข้าไฟแนนซ์ได้เงินมาก้อนนึง ก็ผ่อนมาตรงตลอดส่งมาแล้ว 16 งวด และมีหนี้บัตรกดเงินสดอีกใบนึง แบงค์เดียวกันกับรถ ก็ส่งตรงตลอด เครดิตดี
ช่วงปี 59 สามีเราได้เงินมาก้อนนึงจากการขายที่ของครอบครัวเขา ตอนนั้นเห็นพ่อมีหนี้จากบัตรเครดิตหลายใบ จึงให้เงินคุณพ่อยืมไปจำนวน 500,000 บาท เพื่อไปปิดบัตรไม่มีสัญญากู้ยืม ตอนหลังคุณพ่อจึงโอนบ้านเอื้ออาทรมาให้หนึ่งหลัง เพราะไม่มีเงินคืนให้ แต่โอนมาให้เราแบบพ่อโอนให้ลูกเมื่อกลางปี 2559 ก่อนที่จะเอารถเข้าไฟแนนซ์ แต่หลังจากทำบัตรกดเงินสดแล้ว แต่ตอนนั้นยังผ่อนชำระบัตรตรงตลอด
ตอนนี้คุณพ่อจะคืนรถให้ไฟแนนซ์แล้วเพราะไม่มีเงินผ่อน กับหยุดจ่ายบัตรกดเงินสดด้วย และจะเลิกทำธุกิจ เพราะทำไม่ไหวอายุมากแล้ว โดยที่ลูกๆส่งเงินให้กิน และไปอยู่บ้านน้องสาว
ตามที่เราหาข้อมูลมาถ้าคืนรถไฟแนนซ์จะมีส่วนต่าง แล้วเขาจะมาฟ้องกับเราอีกที แต่ถ้าหาขายรถเองก็ไม่พอค่าหนี้รถ เพราะตอนทำเรื่องกู้กับไฟแนนซ์นั้นทางไฟแนนซ์เห็นคุณพ่อ เครดิตดีจึงลงรุ่นรถที่ใหม่กว่ารถจริง โดยให้คุณพ่อบอกกับแบงค์ที่มีการโทรมาสอบถามด้วย ให้บอกรุ่นรถตรงกัน (อันนี้เรามารู้ทีหลังจากคุณพ่อเมื่อไม่กี่วันมานี้)แต่มีการถ่ายรูปรถไปตามขั้นตอนนะคะ เงินที่ได้จึงสูงกว่าราคารถมาก ถึงขายอย่างไรก็ต้องหาเงินส่วนต่างมาอีกประมาณแสนกว่าบาท หาคนมาผ่อนต่อก็ไม่มีแน่นอน ลูกๆก็ไม่มีเงินผ่อนต่อมีภาระครอบครัวกัน
ต่อไปจะมีขั้นตอนอย่างไรต่อจากนี้ หลังหยุดจ่ายหนี้ทั้งหมดทั้งรถและบัตร
ถ้าทางธนาคารฟ้องศาล คุณพ่อควรไปศาลไหม เพราะไม่มีรายได้และกำลังที่จะจ่ายแล้ว เพราะแก่และมีปัญหาสุขภาพ จะมีกระบวนการอย่างไรต่อไป ตอนนี้คุณพ่อไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย เพราะช่วงทำธุรกิจที่เป็นหนี้เพราะโดนโกงจากลูกค้า จึงเป็นหนี้บัตรแต่จ่ายไปหมดแล้ว เหลือหนี้เท่านี้ และบ้านเราที่โอนให้ก่อนเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ แต่หลังจากมีบัตรกดเงินสดแล้ว (แต่ตอนที่โอนยังจ่ายตรงตลอด) บ้านเราจะโดนยึดไปด้วยไหม ถ้าแบงค์บังคับคดี พ่อโอนให้ลูก (รับรองบุตร) โอนให้เมื่อกลางปี 2559 สองปีกว่าแล้ว
รบกวนผู้รู้กฎหมายตอบเราหน่อยร้อนใจมาก เหลือสมบัติอยู่ชิ้นเดียวถ้าไม่มีบ้านอยู่คงลำบาก แฟนหาเงินคนเดียวลูกเรายังเล็ก