สวัสดีครับ คือช่วงนี้ใกล้เทศกาลสำคัญ ทางโบสถ์จะให้ผมขึ้นแสดงโดยการเต้น ที่จริงผมชอบเต้นนะครับ ปกติก็ชอบเต้น cover อยู่แล้วแต่ทำไมครั้งนี้ผมกลับรู้สึกว่าไม่อยากทำ ผมก็ งง ตัวเองเหมือนกัน แบบไม่อยากทำเอามากๆเลย ถ้าให้ช่วยเตรียมงานจะดีกว่า ผมบอกทางโน่นไปแล้วนะครับว่าไม่อยากเต้น เขาตอบกลับมาว่า "ต้องทำเพราะเป็นการถวายเกียรติแก่พระเจ้า" ทำให้ผมเกิดคำถาม
- ถ้าเป็นการถวายเกียรติแก่เพราะเจ้าและเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ ผมต้องอยากทำด้วยความเต็มใจสิ แต่นี้ผมไม่อยากเต้น ไม่อยากเอามากๆเลย แล้วถ้าให้ผมทำอย่างไม่เต็มใจผมก็จะเต้นออกมาแบบไม่เต็มใจ แล้วพระเจ้าจะอวยพระพรผมหรือ
- หรือมีมารเกิดขึ้นในใจผมหรือขัดขว้างให้ผมไม่อยากเต้นรึเปล่า ตอนนี้ งง มากเลยครับ
ไปๆมาๆ ผมทำสิ่งต่างๆที่โบสถ์ผมกลับรู้สึกว่าตัวผมเองทำเพื่อเป็นที่ยอมรับของคนในโบสถ์มากกว่าเป็นน้ำพระทัยข้องพระเจ้า แต่ด้วยพวกเขาเป็นผู้ใหญ่ทำให้ผมพูดอะไรได้ยาก
มีประโยคนึงที่อาจารย์พูดกับผมทำเอาผมจุกมาถึงทุกวันนี้ "มีเงินซื้อโทรศัพท์ได้แต่กลับซื้อพระคำภีร์ไม่ได้" พูดแบบหน้ายิ้มๆนะครับ แต่คำพูดเนี้ยบาดใจเหลือเกิด โทรศัพท์เครื่อง 5000 ที่จริงผมมีพระคำภีร์แล้วครับ แต่ผมก็หน้าชาเลยไม่ได้ตอบอะไรไป
มีอาจารย์ท่านนึงสอนว่า ถ้าอยากรับใช้พระเจ้า พระองค์จะทรงเรียกเราเอง ถ้าเราจะทำเพื่อพระองค์ด้วยกำลังของเราเองเราจะท้อแท้ แต่ถ้าเรารับใช้พระองค์ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์เราจะเต็มใจทำในสิ่งนั้นๆแล้วเราจะไม่ท้อแท้ อะไรประมาณนี้ผมจำได้คร่าวๆ
ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ
แล้วก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกผมว่า ผมยังเป็นเด็กสำหรับพระเจ้า เหมือนยังเป็นเด็กทารถอยู่ค่อยเรียนรู้ไปกับพระองค์ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบร้อนบางครั้งมากไปก็เป็นการฝืนตัวเองทำให้ตัวเองอึดอัด แต่อย่าขาดการพูดคุยกับพระเจ้า อธิฐานถามท่านทุกวัน นึกถึงท่านเสมอ แล้วอย่าลืมฟังเสียงตัวเองเพราะพระองค์อยู่กับเราเสมอ ผมชอบท่านมากครับแต่ท่านมีงานเยอะไปต่างประเทศบ่อยมาก ปีนึ่งเจอซัก 2 ครั้ง
ตอนนี้ผมไม่อยากคุยกับอาจารย์ที่โบสถ์เลยครับ ผมรู้สึกอึดอัดมาก ผมไม่อยากไปโบสถ์ด้วย ผมรู้สึกว่าเขาบังคับผมให้ทำโน่นนี้นั้น ผมไม่รู้จะคุยกับใคร ผมไม่อยากหันหลังให้พระเจ้า ผมอยากเดินไปกับพระองค์
ปล. ผมรูจักพระเจ้ามาประมาณ 1 ปี 5 เดือนโดยประมาณครับ ผมอธิฐาน-อ่านพระคำภีร์ ทุกวันครับ เช้า-ก่อนนอน
มีเรื่องสงสัยครับเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า
- ถ้าเป็นการถวายเกียรติแก่เพราะเจ้าและเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ ผมต้องอยากทำด้วยความเต็มใจสิ แต่นี้ผมไม่อยากเต้น ไม่อยากเอามากๆเลย แล้วถ้าให้ผมทำอย่างไม่เต็มใจผมก็จะเต้นออกมาแบบไม่เต็มใจ แล้วพระเจ้าจะอวยพระพรผมหรือ
- หรือมีมารเกิดขึ้นในใจผมหรือขัดขว้างให้ผมไม่อยากเต้นรึเปล่า ตอนนี้ งง มากเลยครับ
ไปๆมาๆ ผมทำสิ่งต่างๆที่โบสถ์ผมกลับรู้สึกว่าตัวผมเองทำเพื่อเป็นที่ยอมรับของคนในโบสถ์มากกว่าเป็นน้ำพระทัยข้องพระเจ้า แต่ด้วยพวกเขาเป็นผู้ใหญ่ทำให้ผมพูดอะไรได้ยาก
มีประโยคนึงที่อาจารย์พูดกับผมทำเอาผมจุกมาถึงทุกวันนี้ "มีเงินซื้อโทรศัพท์ได้แต่กลับซื้อพระคำภีร์ไม่ได้" พูดแบบหน้ายิ้มๆนะครับ แต่คำพูดเนี้ยบาดใจเหลือเกิด โทรศัพท์เครื่อง 5000 ที่จริงผมมีพระคำภีร์แล้วครับ แต่ผมก็หน้าชาเลยไม่ได้ตอบอะไรไป
มีอาจารย์ท่านนึงสอนว่า ถ้าอยากรับใช้พระเจ้า พระองค์จะทรงเรียกเราเอง ถ้าเราจะทำเพื่อพระองค์ด้วยกำลังของเราเองเราจะท้อแท้ แต่ถ้าเรารับใช้พระองค์ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์เราจะเต็มใจทำในสิ่งนั้นๆแล้วเราจะไม่ท้อแท้ อะไรประมาณนี้ผมจำได้คร่าวๆ ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ
แล้วก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกผมว่า ผมยังเป็นเด็กสำหรับพระเจ้า เหมือนยังเป็นเด็กทารถอยู่ค่อยเรียนรู้ไปกับพระองค์ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบร้อนบางครั้งมากไปก็เป็นการฝืนตัวเองทำให้ตัวเองอึดอัด แต่อย่าขาดการพูดคุยกับพระเจ้า อธิฐานถามท่านทุกวัน นึกถึงท่านเสมอ แล้วอย่าลืมฟังเสียงตัวเองเพราะพระองค์อยู่กับเราเสมอ ผมชอบท่านมากครับแต่ท่านมีงานเยอะไปต่างประเทศบ่อยมาก ปีนึ่งเจอซัก 2 ครั้ง
ตอนนี้ผมไม่อยากคุยกับอาจารย์ที่โบสถ์เลยครับ ผมรู้สึกอึดอัดมาก ผมไม่อยากไปโบสถ์ด้วย ผมรู้สึกว่าเขาบังคับผมให้ทำโน่นนี้นั้น ผมไม่รู้จะคุยกับใคร ผมไม่อยากหันหลังให้พระเจ้า ผมอยากเดินไปกับพระองค์
ปล. ผมรูจักพระเจ้ามาประมาณ 1 ปี 5 เดือนโดยประมาณครับ ผมอธิฐาน-อ่านพระคำภีร์ ทุกวันครับ เช้า-ก่อนนอน