ทำยังไงถึงจะเจอเค้าอีกครั้งคะ

คือเรื่องมันอยู่ว่า เราพยายามตามหาผู้ชายคนนึงที่เราเคยเจอเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้วค่ะ คือเราเจอเค้าบนรถไฟ
เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ค่ะ
เราได้ขึ้นรถไฟที่สถานีบางซื่อเรากำลังจะกลับมาสงขลา เราขึ้นประมาณ 5 ทุ่มค่ะ เราขึ้นคนเดียวเพราะกำลังจะกลับบ้านที่สงขลาเรามากรุงเทพฯมาอยู่กับอาช่วงปิดเทอม(เราเรียนไฮสคูลต่างประเทศมันเลยปิดเทอมช่วงธันวาคม)แล้วเมื่อเราขึ้นบนรถไฟ ตั๋วที่นั่งเรามันนั่งริมหน้าต่างค่ะ แล้วที่นั่งข้างๆเราเลยว่าง หลังจากจัดข้าวของสำภาระเราก็นั่งปกติค่ะ ฟังเพลง แชทกับเพื่อน พอถึงสถานีศาลายาก็มีผู้ชายคนนึงขึ้นมาเขาใส่กางเกงสามส่วน เสือยืด สวมเสื้อแจ็คเก็ต(น่าจะเป็นทีมฟุตบอลนึงค่ะสีแดงๆ) และ ใส่แม็ซปิดหน้า เหมือนเค้าเป็นหวัดค่ะ และท่าทางเค้าจะน่าแก่กว่าเราประมาณสองสามปี (ตอนนั้นเราอายุ 15-16 นี่แหละค่ะ) แล้วพี่เค้าก็เก็บกระเป๋าสะพายไว้ข้างบนที่วางสำภาระ แล้วเอากระเป๋าโน้ตบุ๊คมาคั่นระหว่างเรากับเค้า เหมือนเค้าจะให้เกียติเราอ่ะค่ะ พอนั่งนั่งไปสักพัก เราก็เผลอหลับไปเพราะตอนนั้นก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้วด้วย ประมาณ ตี 1 กว่าๆ เราเผลอตื่นมาเพราะหนาว (อ้อ ลืมบอกไป เรานั่งรถไฟสปินเตอร์ แบบความเร็วสูง มีแอร์ และ บริการผ้าห่ม กับอาหาร 1 มื้อด้วย) เมื่อเราลืมตาขึ้นมา เราตกใจและค่อนข้างจะโกรธพี่เค้า เพราะพี่เค้ากำลังนอนเอาหัวพิงไหล่เราอยู่ ที่เราบอกว่าค่อนข้างจะโกรธเพราะเราตอนนั้นมีความคิดแบบว่า 'เพศตรงข้ามห้ามแตะต้องตัวชั้นมันจะบาป 555 ดูแปลกๆเน้อะ' แต่แล้วเราก็ปล่อยๆไปเพราะเราง่วงมาก เลยนอนต่อ แต่ประมาณ ตี 2 กว่าๆ เราก็เผลอตื่นอีกที เพราะรถไฟนี้แอร์มันเย็นมากจริงๆ แต่เมื่อเราตื่นเราก็สะดุ้งนิดนึง เพราะเรากำลังนอนพิงไหล่พี่เค้า เราเลยคิดในใจว่า 'เออ หายกันก็ได้ แฟร์ๆพิงคนครั้ง' เราเลยดึงผ้าห่มมาห่มให้มิดชิดอีกแล้วนอนต่อ แต่เมื่อประมาณตี4 ครึ่ง เราเผลอตื่นอีกแล้ว(บอกตรงๆนะเราไม่ค่อยชอบที่หนาวมากๆ มันหายใจไม่สะดวก) แต่การตื่นรอบนี้คือช็อคกว่าเดิม เพราะ ตอนนี้ เรานอนพิงไหล่พี่เค้าแล้วพี่เค้าเอาหัวมาเอนทับหัวเราทำให้เราขยับหัวออกได้ลำบากมาก แต่มันยิ่งตกใจเพราะโน้ตบุ๊กที่พี่เค้าคั่นกลางระหว่างเรามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เหมือนพี่เค้าเอาไปไว้ที่ว่างสำภาระข้างบนไปแล้ว แต่ สิ่งที่ทำให้เราอึ้งกว่านั้นคือ เรากับพี่เค้าอยู่ใต้ผ้าห่มอันเดียวกัน เราเหมือนจะกลัวๆกลัวพี่เค้าทำอะไรเรารึเปล่า แต่พอเราขยับๆ เราถึงรู้ว่า ผ้าห่มเรามันตก มันห่มแต่บริเวณตักเราจนถึงขา แล้วเหมือนพี่เค้าใจดี เลยเอาผ้าห่มที่เค้าห่มอยู่มาคลุมให้ส่วนด้านบนเราเลยทำให้เราสองคนต้องอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน (สงสัยพี่เค้าเห็นเราหนาวมั้ง) แล้วหลังจากนั้นเรานอนยาวเลย (เอาตรงๆนั้น ณ เวลานั้นมันอบอุ่นดีมาก) พอรุ่งเช้าพี่เค้าตื่นก่อน พี่เค้าไปห้องน้ำ ล้างหน้า อะไรแบบนี้มั้ง แล้วเราก็ลืมตื่น พอพี่เค้ากลับมา เราก็แกล้งทำเป็นเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม แล้วพนักงานบนรถไฟก็มาเสิร์ฟอาหารเช้าให้ พี่เค้าก็ถามเราจะดื่มน้ำส้มหรือไมโลกร้อน พี่เค้าหยิบข้าวหยิบน้ำตั้งให้เรา บริการให้ทุกอย่าง เราก็นั่งกินไป จนเสร็จ ตอนนั้นพี่เค้าก็เริ่มถามเราแล้วว่า มาจากไหน? ไปกรุงเทพฯทำไม? บ้านอยู่ไหน? เราก็ตอบไปตามพี่เค้าถาม แต่เราก็กลัวเสียมารยาท เลยถามกลับไป ด้วยคำถามที่พี่เค้าถามเรา สรุปคือ เรารู้แค่ว่าพี่เค้าเป็นคนจังหวัดยะลา น่าจะมาเรียน  เราก็สนทนากันแค่นั้น จนใกล้ถึงสถานีที่เราจะลง พี่เค้าเห็นว่าของเราเยอะมากมั้ง พอใกล้ถึงเราเลยทยอยขนข้าวของเราไปไว้ใกล้ประตูทางออก เมื่อถึงสถานีที่ต้องลงเราจะได้ยกให้พ่อสะดวก เมื่อพี่เค้าเห็นว่าเราเริ่มขนของพี่เค้าเลยถามว่าใกล้ถึงแล้วใช่ม่ะ? เดี๋ยวพี่ช่วยขนของให้ แล้วพี่เค้าช่วยขนหมด และรอเมื่อถึงสถานีก็ยกของทั้งหมดยื่นให้พ่อเรา แล้วก่อนรถไฟจะเคลื่อนออก เค้าก็ส่งยิ้มให้ เราก็ได้แค่ยิ้มเจื่อนๆให้พี่เค้า.
เรื่องมันก็จะประมาณนี้แหละค่ะ แต่ทำไมเราถึงมาตั้งกระทู้หรอ เพราะเราพยายามตามหาพี่เค้ามาตลอด 3-4 ปีนี้ แต่ทุกคนรู้มั้ย ชื่อเค้าเรายังไม่รู้ และ หน้าเค้า เรายังจำไม่ได้เลย เราแค่รู้สึกดีมากกกกถึงมากที่สุด กับเหตุการณ์วันนั้น มันเหมือนนิยาย แต่เฮ้ย มันเรื่องจริงเว้ยเราคอยบอกตัวเอง ทุกวันนี้ ภาวนา รอคอยให้พรหมลิขิตพาเราสองคนมาเจอกันอีกที เราอยากขอบคุณพี่เค้า อยากบอกว่าพี่เค้าคือรักแรกของเราไปแล้ว ไม่รู้ว่าทุกวันนี้พี่เป็นยังไง อยู่ไหน ถ้าข้อความนี้พี่ได้อ่าน น้องจะบอกพี่ว่า 'น้องรอพี่อยู่เสมอนะ'

ปล.เราเขียนเรื่องนี้ลงในกระทู้เด็กดีแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แวว ยังไงก็ขอให้กระทู้นี้ช่วยเราในการตามหาพี่เค้าอีกแรงนะคะ
🙏🙏🙏 ขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาอ่าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่