คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ผมเคยนะ มีทั้งพูดตรงๆ และทางอ้อม ที่ทำสำเร็จครั้งล่าสุด ก็เมื่อ 10 ปีที่แล้วครับ จากคนนั้นมาจนถึงตอนนี้ ยังคงนกอยุครับ 5555 เรียกผมว่าราชาสิ!
ส่วนความรู้สึกตอนที่บอกรักก็.. ใจเต้นตึกตักๆๆ เลยล่ะครับ อารมณ์เหมือนคนรอลุ้นว่าจะโดนเรียกขึ้นไปพูดบนโพเดียมที่มีสายตานับล้านจ้องอยู่มั้ยน่ะครับ 5555 ส่วนจะได้ล่องลอย รึหล่นตุ้บ ก็อยุที่คำตอบของเจ้าหล่อนแล้วล่ะครับ ความรุสึกตอนที่ล่องลอยนั้น.. ผมลืมไปแล้วล่ะ แต่ตอนที่หล่นตุ้บนั้น.. ผมยังจำได้ดี เพราะผมอยู่กับมันมา 7 ปี หล่นยังไงก็ยังคงหล่นอยู่อย่างงั้น 55555 (เป็นนก ปีกก็มี แต่ไหงบินไม่ขึ้นก็ไม่รู้ มันจุกๆ หนักๆ กระพือปีกไม่ไหว 5555) ตอนที่เจ้าหล่อนตอบมาทีแรก มันจะยังชาๆ ครับ อย่างว่าล่ะ แผลสดใหม่ เส้นประสาทที่ฉีกขาดออกไป ต้องการเวลาฟื้นฟูความรู้สึกสักแปป ขอเรียกช่วงเวลานั้นว่า "ระยะกลางอากาศ" พอพ้นจากช่วงนั้นแล้ว ก็จะถึงช่วงที่หล่นตุ้บ ดัง พลั่ก!! ตรงนี้ผมขอเรียกว่า "ระยะ Landing" คือช่วงที่เส้นประสาททุกเส้นของเรากลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ รับรู้ได้แล้วถึงเส้นประสาททุกเส้นที่ฉีกขาดเสียหายไป ทุกเสี้ยววินาทีตั้งแต่ปลายขนอ่อนของเราสัมผัสพื้น กระทั่งขนงอตัว ต่อไปความรู้สึกก็จะ X2 เมื่อพื้นผิวนอกสุดสัมผัสกับพื้น X2อีกที เมื่อผิวหนังถูกกดทับ X2 อีกทีเมื่อแรงกด กลายเป็นแรงกระแทก สะเทือนไปจนถึงอวัยวะภายใน เมื่อเนื้อเยื่อภายในร่างกายเรายืดหยุ่นรองรับแรงกระแทกนั้นไม่ไหว ก็จะเกิดการปริแตก ฉีกออกจนอาจทำให้อวัยวะภายในของเราแตก และทะลักออกมาตามรอยแตกนั้น จังหวะนี้ ความรู้สึกมันจะ x10 ครับ แล้วความรู้สึกนี้ ก็จะวิ่งเข้าสู่หัวใจ และบาดลึกลงไปถึงระดับจิตใจ อันนี้คือสิ่งที่เราได้รับจากพื้นอย่างเดียว หรือก็คือ แรงจากคำพูด ที่ส่งคลื่นเสียงให้สั่นสะเทือนเข้ามาทางเดียว
ต่อไปจะเป็นช่วงรับผลกรรมของสิ่งที่ได้ทำลงไปครับ ขอเรียกมันว่า "ระยะ Reflection" หรือก็คือ ผลสะท้อนของความหวัง ความกล้า และความมั่นใจ ยิ่งมี 3 สิ่งนี้มากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับมาก็จะมีมากเท่านั้น ในที่นี้คือ น้ำหนักตัวของเรา ช่วงที่หล่นตุ้บ! ลงไปเนี่ย นอกจากเราจะถูกกระแทกจากพื้นแล้ว เรายังต้องรับแรงจากน้ำหนักตัวเราที่ทิ้งลงไป ซึ่งเมื่อมันไปกระทบกับสิ่งที่แข็งเกร็งกว่า แล้วไม่สามารถทำลายได้ มันก็จะเกิดการกระดอนขึ้นมาครับ ถ้าให้น้ำหนังตัวเราคือ 3 สิ่งปัจจัยข้างต้นในการสารภาพรัก เป็น 100 หน่วย เมื่อถูก Reflect กลับมาแล้ว ปกติมันก็จะเต็มที่ไม่เกิน 100 หน่วย แต่เมื่อมันสะท้อนกลับมาพร้อมกับไอ้แรงกระแทกข้างบนนั่น มันจะไม่ใช่ 100 หน่วย แต่จะช่วยเสริมกำลังให้แรงกระแทกนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นค่า X100 ทันทีครับ
ถ้าคิดรวมๆ แล้วก็ เราจะถูกผลสะท้อนกลับมาเมื่อถูกปฏิเสธด้วยกำลังประมาณ 800 เท่าของน้ำหนักของความหวัง+ความกล้า+ความมั่นใจ ซึ่งก็สามารถทำให้เราม่องท่องไปได้ในทันที หรือก็คือ เราจะตายไปชั่วขณะ หลังจากที่ถูกปฏิเสธไปราวๆ เสี้ยววินาที ถึง ไม่กี่วินาที แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะหลังจากนี้ เราจะมีหน่วยกู้ชีพ ที่เรียกว่า "การเตรียมใจ" ผมขอเรียกระยะนี้ว่า "ระยะ Rescue" การเตรียมใจที่เรากลัว+วิธีการรับมือ กระบวนการกู้ชีพทุกอย่าง จะเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเองในช่วงนี้ ซึ่งก็แล้วแต่คนครับว่าการแสดงออกของสัญญาณเตือน ไซเรน ของหน่อยกู้ชีพนี้จะเป็นไปในลักษณะไหน เพื่อที่จะส่งสัญญาณเตือนว่าขณะนี้เกิดเหตุฉุกเฉินอยู่นะ ขอให้หลบทางโดยด่วน อาจจะแสดงออกมาผ่านทาง "น้ำตา" บ้างก็แสดงออกมาผ่านทาง "รอยยิ้มแก้เก้อ" บ้างก็แสดงออกผ่านคำพูดว่า "ไม่เป็นไร" หรือบางคน อาจเอาทุกอย่างมาผสมปนเปกันจนสับสน ทำตัวไม่ถูก จนสุดท้ายก็แสดงผลรวมของอาการทั้งหมดออกมาเป็น "วิ่งหนีไป" ครับ
ก็ ประมาณนี้ล่ะน้าา 5555555555 ผมนี่ก็รู้จักมันดีเหมือนกันนะเนี่ย.. ไม่เสียแรงที่อยู่กับมันมาตั้ง 7 ปี แล้วก็คงจะต้องอยู่กับมันต่อไป ครั้งแล้ว ครั้งเล่าล่ะนะ 55555
ปล.แต่ถึงยังไง ผมก็สนับสนุนให้ จขกท. บอกเค้าออกไปนะครับ เพราะตราบใดที่โอกาสยังไม่ใช่ 0 มันก็ยังเรียกว่า
"มีโอกาสเป็นไปได้" เสมอครับ สู้ๆ!
ส่วนความรู้สึกตอนที่บอกรักก็.. ใจเต้นตึกตักๆๆ เลยล่ะครับ อารมณ์เหมือนคนรอลุ้นว่าจะโดนเรียกขึ้นไปพูดบนโพเดียมที่มีสายตานับล้านจ้องอยู่มั้ยน่ะครับ 5555 ส่วนจะได้ล่องลอย รึหล่นตุ้บ ก็อยุที่คำตอบของเจ้าหล่อนแล้วล่ะครับ ความรุสึกตอนที่ล่องลอยนั้น.. ผมลืมไปแล้วล่ะ แต่ตอนที่หล่นตุ้บนั้น.. ผมยังจำได้ดี เพราะผมอยู่กับมันมา 7 ปี หล่นยังไงก็ยังคงหล่นอยู่อย่างงั้น 55555 (เป็นนก ปีกก็มี แต่ไหงบินไม่ขึ้นก็ไม่รู้ มันจุกๆ หนักๆ กระพือปีกไม่ไหว 5555) ตอนที่เจ้าหล่อนตอบมาทีแรก มันจะยังชาๆ ครับ อย่างว่าล่ะ แผลสดใหม่ เส้นประสาทที่ฉีกขาดออกไป ต้องการเวลาฟื้นฟูความรู้สึกสักแปป ขอเรียกช่วงเวลานั้นว่า "ระยะกลางอากาศ" พอพ้นจากช่วงนั้นแล้ว ก็จะถึงช่วงที่หล่นตุ้บ ดัง พลั่ก!! ตรงนี้ผมขอเรียกว่า "ระยะ Landing" คือช่วงที่เส้นประสาททุกเส้นของเรากลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ รับรู้ได้แล้วถึงเส้นประสาททุกเส้นที่ฉีกขาดเสียหายไป ทุกเสี้ยววินาทีตั้งแต่ปลายขนอ่อนของเราสัมผัสพื้น กระทั่งขนงอตัว ต่อไปความรู้สึกก็จะ X2 เมื่อพื้นผิวนอกสุดสัมผัสกับพื้น X2อีกที เมื่อผิวหนังถูกกดทับ X2 อีกทีเมื่อแรงกด กลายเป็นแรงกระแทก สะเทือนไปจนถึงอวัยวะภายใน เมื่อเนื้อเยื่อภายในร่างกายเรายืดหยุ่นรองรับแรงกระแทกนั้นไม่ไหว ก็จะเกิดการปริแตก ฉีกออกจนอาจทำให้อวัยวะภายในของเราแตก และทะลักออกมาตามรอยแตกนั้น จังหวะนี้ ความรู้สึกมันจะ x10 ครับ แล้วความรู้สึกนี้ ก็จะวิ่งเข้าสู่หัวใจ และบาดลึกลงไปถึงระดับจิตใจ อันนี้คือสิ่งที่เราได้รับจากพื้นอย่างเดียว หรือก็คือ แรงจากคำพูด ที่ส่งคลื่นเสียงให้สั่นสะเทือนเข้ามาทางเดียว
ต่อไปจะเป็นช่วงรับผลกรรมของสิ่งที่ได้ทำลงไปครับ ขอเรียกมันว่า "ระยะ Reflection" หรือก็คือ ผลสะท้อนของความหวัง ความกล้า และความมั่นใจ ยิ่งมี 3 สิ่งนี้มากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับมาก็จะมีมากเท่านั้น ในที่นี้คือ น้ำหนักตัวของเรา ช่วงที่หล่นตุ้บ! ลงไปเนี่ย นอกจากเราจะถูกกระแทกจากพื้นแล้ว เรายังต้องรับแรงจากน้ำหนักตัวเราที่ทิ้งลงไป ซึ่งเมื่อมันไปกระทบกับสิ่งที่แข็งเกร็งกว่า แล้วไม่สามารถทำลายได้ มันก็จะเกิดการกระดอนขึ้นมาครับ ถ้าให้น้ำหนังตัวเราคือ 3 สิ่งปัจจัยข้างต้นในการสารภาพรัก เป็น 100 หน่วย เมื่อถูก Reflect กลับมาแล้ว ปกติมันก็จะเต็มที่ไม่เกิน 100 หน่วย แต่เมื่อมันสะท้อนกลับมาพร้อมกับไอ้แรงกระแทกข้างบนนั่น มันจะไม่ใช่ 100 หน่วย แต่จะช่วยเสริมกำลังให้แรงกระแทกนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นค่า X100 ทันทีครับ
ถ้าคิดรวมๆ แล้วก็ เราจะถูกผลสะท้อนกลับมาเมื่อถูกปฏิเสธด้วยกำลังประมาณ 800 เท่าของน้ำหนักของความหวัง+ความกล้า+ความมั่นใจ ซึ่งก็สามารถทำให้เราม่องท่องไปได้ในทันที หรือก็คือ เราจะตายไปชั่วขณะ หลังจากที่ถูกปฏิเสธไปราวๆ เสี้ยววินาที ถึง ไม่กี่วินาที แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะหลังจากนี้ เราจะมีหน่วยกู้ชีพ ที่เรียกว่า "การเตรียมใจ" ผมขอเรียกระยะนี้ว่า "ระยะ Rescue" การเตรียมใจที่เรากลัว+วิธีการรับมือ กระบวนการกู้ชีพทุกอย่าง จะเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเองในช่วงนี้ ซึ่งก็แล้วแต่คนครับว่าการแสดงออกของสัญญาณเตือน ไซเรน ของหน่อยกู้ชีพนี้จะเป็นไปในลักษณะไหน เพื่อที่จะส่งสัญญาณเตือนว่าขณะนี้เกิดเหตุฉุกเฉินอยู่นะ ขอให้หลบทางโดยด่วน อาจจะแสดงออกมาผ่านทาง "น้ำตา" บ้างก็แสดงออกมาผ่านทาง "รอยยิ้มแก้เก้อ" บ้างก็แสดงออกผ่านคำพูดว่า "ไม่เป็นไร" หรือบางคน อาจเอาทุกอย่างมาผสมปนเปกันจนสับสน ทำตัวไม่ถูก จนสุดท้ายก็แสดงผลรวมของอาการทั้งหมดออกมาเป็น "วิ่งหนีไป" ครับ
ก็ ประมาณนี้ล่ะน้าา 5555555555 ผมนี่ก็รู้จักมันดีเหมือนกันนะเนี่ย.. ไม่เสียแรงที่อยู่กับมันมาตั้ง 7 ปี แล้วก็คงจะต้องอยู่กับมันต่อไป ครั้งแล้ว ครั้งเล่าล่ะนะ 55555
ปล.แต่ถึงยังไง ผมก็สนับสนุนให้ จขกท. บอกเค้าออกไปนะครับ เพราะตราบใดที่โอกาสยังไม่ใช่ 0 มันก็ยังเรียกว่า
"มีโอกาสเป็นไปได้" เสมอครับ สู้ๆ!
แสดงความคิดเห็น
โดนบอกรักหรือเคยบอกรักใครด้วยวิธีไหน มาแชร์กันหน่อยครับ
อยากทราบว่า ทุกคนมีประสบการณ์แบบไหนบ้างครับ
แล้วรู้สึกยังไงหลังจากโดนบอกรัก หรือหลังจากบอกรักคนที่ชอบแล้วครับ