JJNY : 5in1 พท.ลั่นหาคนลงแทนได้/ทษช.ดักคอกกต./ป.ป.ช.นัดถกปรับปรุงยื่น/SMEsไทยยังไปไม่ถึง 4.0/TMBมองไทยปี62โต3.8%

กระทู้คำถาม
เพื่อไทย เมินถูกทิ้งกลางทาง ลั่น หาคนลงแทนได้ทุกเขต
https://www.matichon.co.th/politics/news_1244685

พท. บอก ใครที่ย้ายพรรคไป ขอให้โชคดี ลั่น พท.สามารถหาคนลงแทนได้ทุกเขต

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่อดีต ส.ส.พรรค พท.ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ในพรรค พท.ไม่มีความขัดแย้ง และเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ก็ขอให้ท่านโชคดี พรรคสามารถหาคนไปลงแทนในทุกเขตที่ย้ายออก เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเข้มแข็ง ส่วนกรณีคนย้ายพรรคสัมภาษณ์ว่าที่ออกจากพรรค พท.ไปร่วมกับพรรค พปชร.เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งนั้น ตนขอเรียนว่าพรรค พท.มีจุดยืนและแนวทางที่ชัดเจนว่าเราต้องการเห็นความปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นในชาติและทุกฝ่ายต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศเดินหน้า และขอเชิญทุกพรรคให้ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่เอาเปรียบพรรคอื่น แข่งกันนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติต่อไป




ทษช.ดักคอกกต.จัดเลือกตั้งบริสุทธิ์ อย่าให้เสียของ!(ตลิป)
https://www.dailynews.co.th/politics/679248

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่พรรคไทยรักษาชาติ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย 12 สมาคม และภาคีเครือข่ายอีก 6 สมาคม เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ โดยมีร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรค และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการบริหารพรรคให้การต้อนรับ

ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ดีใจและเป็นเกียรติที่สมาชิกของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยไว้วางใจสมัครเป็นสมาชิกของพรรค อย่างไรก็ตาม เรื่องของการขนส่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเพิ่มขีดศักยภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่ง การที่สมาชิกของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมาเป็นสมาชิกพรรคนั้น จากนี้เราคงจะได้หารือกันและระดมปัญหาในเรื่องของการขนส่งเพื่อนำไปหาทางออกและเสนอเป็นนโยบายไปสู่พี่น้องประชาชน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และด้วยความร่วมมือของเราทุกคน เราจะก้าวไปด้วยกัน ก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ขณะที่นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบก กล่าวว่า ขอบคุณพรรคที่ให้โอกาสพวกตน เรามีความเห็นตรงกันว่า แนวทางและนโยบายของพรรคนั้นจะตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิก และแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากในฐานะผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางถนนและโลจิสติก ซึ่งปัญหาทางกฎหมายเหล่านั้นสร้างภาระ และความเดือดร้อนให้แก่พวกเราอย่างมาก ที่ผ่านมาเราไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีกระบอกเสียงเพื่อบอกให้พี่น้องประชาชนรับรู้ว่าเราซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมที่ผ่านมาภาครัฐไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับพวกเรา วันนี้เราจึงมีมติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยกำหนดนโนบายร่วมกับพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ (26 พ.ย.) เป็นวันสุดท้ายตามกรอบกฎหมายของการสังกัดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ในส่วนของพรรคเรียบร้อยดีหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า วันสุดท้ายคือถึงเที่ยงคืน เราก็เปิดถึงเที่ยงคืน ทั้งนี้ มีคนเดินทางมาสมัครจำนวนมาก ซึ่งเราก็คงจะได้มาคัดแยกและให้ทางคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้สมัครส.ส.กทม.นั้นก็มีเดินทางมาสมัครบางส่วนแล้ว และเราก็มีจำนวนมากพอสมควรแล้วในส่วนของผู้ที่แจ้งความประสงค์จะลงสมัครในพื้นที่กทม.

ส่วนจะมีปัญหาหรือไม่หากการแบ่งเขตการเลือกตั้งของกกต.ออกมาแล้วเป็นการแบ่งเขตการเลือกตั้งรูปแบบใหม่ คนที่เข้ามาสมัครอาจจะต้องการอยู่ในพื้นที่ที่ตนทำพื้นที่ไว้ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า คงต้องพูดคุยกัน เพราะแต่ละท่านก็แสดงเจตจำนงว่าต้องการที่จะเป็นผู้สมัคร แต่เรื่องของการแบ่งเขตนั้นเหนือการควบคุมของพรรค ดังนั้นอยากให้กกต.ทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับพรรคการเมือง และพี่น้องประชาชน เพราะเรารอคอยการเลือกตั้งมาหลายปี อย่าให้เสียของ จัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เริ่มต้นจากการแบ่งเขตที่เป็นธรรม

สำหรับกรณีที่รัฐบาลระบุว่า จะมีความชัดเจนเรื่องการปลดล็อกให้พรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นั้น  ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า การเลือกตั้งประกาศมาตั้งนานแล้วว่าจะเป็นวันที่ 24 ก.พ. 62 ล็อกจึงควรจะปลดก่อนปีหนึ่งด้วยซ้ำ ดังนั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่ ให้พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่ ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการเป็นพรรคการเมืองคือการเดินไปพบกับพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา จะปลดล็อกวันที่ 7 ธ.ค.หรือจะปลดล็อกวันไหนก็รีบๆ ปลดก็แล้วกัน สำคัญที่สุดคือ อย่าไปก้าวก่ายการทำงานของกกต. ซึ่งสังคมกังวลที่สุด

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีแกนนำคนเสื้อแดงทยอยเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า ทราบมาว่าจะมีอดีตส.ส. อดีตนักการเมือง หรืออดีตนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่เคยร่วมอุดมการณ์ต่อสู้กับคนเสื้อแดง ตัดสินใจที่จะสมัครเข้าร่วมกับพรรคการเมืองบางพรรคที่มีแนวทางสืบทอดอำนาจ[เผล่ะจัง]อย่างชัดเจน จึงอยากพูดให้ชัดอีกครั้งในวันนี้ว่า เพื่อนฝูงหรือพี่น้องที่เคยต่อสู้ร่วมอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตยกันมา ถ้าท่านตัดสินใจด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยไปยืนอยู่กับพรรคการเมืองที่มีแนวทางสืบทอดอำนาจ[เผล่ะจัง] ก็ขอให้ท่านไปดี ไม่มีการด่าทอหรือโกรธเคืองใดๆ เพียงแต่อยากให้นึกถึงหัวใจของประชาชนที่ต่อสู้มาด้วยกัน

อยากให้ท่านเคารพในความรู้สึกของพลังบริสุทธิ์ที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน การเดินไปยืนอยู่ตรงนั้นเป็นสิทธิโดยชอบของทุกคน แต่ขอความกรุณาว่าอย่าใช้สถานะของการเป็นแกนนำนปช.หรือการเป็นแกนนำคนเสื้อแดง หรืออย่าได้เอ่ยอ้างการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวันที่ท่านไปยืนเคียงข้าง[เผล่ะจัง] ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า พลังของผู้รักประชาธิปไตยยังคงมีอยู่ และอนาคตของชาติบ้านเมืองยังต้องอาศัยพลังของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้ท่านเชื่อมั่นในสิ่งนี้ เพราะพรรคไทยรักษาชาติเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน จะพ่ายแพ้หรือชนะในการเลือกตั้งนั้นตนไม่ทราบ แต่ยืนยันได้ว่า ที่นี่มีความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยจนลมหายใจสุดท้าย เพื่อปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ[เผล่ะจัง]ไม่ว่ากรณีใดๆ.

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ





ป.ป.ช.นัดถกพรุ่งนี้ จ่อพิจารณาใหม่ ปรับปรุงทุกตำแหน่ง ที่ต้องยื่นทรัพย์สิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_1244447

“เลขาฯป.ป.ช.” เผย ถก ปรับปรุงทุกตำแหน่ง ที่ต้องยื่นทรัพย์สิน เคาะพรุ่งนี้

วันนี้ (26 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถ.พิษณุโลก นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีการพิจารณาถึงการปรับปรุง แก้ไข ประกาศ ป.ป.ช.ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากที่ประธาน ป.ป.ช. ได้ หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งได้ข้อยุติในระดับหนึ่ง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะนำมาพิจารณาก่อนมีมติอีกครั้ง โดยจะมีการพิจารณาทุกตำแหน่งที่ต้องยื่นใหม่ ไม่ใช่เฉพาะ 5 ตำแหน่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ ผ่อนปรนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการประชุมวันที่ 27 พฤศจิกายน จะมีความชัดเจนเรื่องทางออก รวมถึงจะขยายเวลาไปถึงวันไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าอาจจะให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดเดิมไม่ต้องยื่น แต่จะบังคับใช้กับกรรมการสภา มหาวิทยาลัยในชุดหน้าแทน นายวรวิทย์ กล่าวว่า ทั้งหมดจะมีความชัดเจนในวันที่ 27 พฤศจิกายน ไม่อยากพูดตอนนี้เพราะอาจไม่ตรง โดยจะมีการแถลงให้ทราบต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่