ทะเลาะกับแม่ค่ะทำไงดี
..........................
เพิ่มเนื้อหา
เริ่มตรงนี้นะคะ
สวัสดีค่ะ
วันนี้เรามีเรื่องอยากจะเข้ามาระบาย+ปรึกษาหน่อยอ่ะค่ะ มันเป็นเรื่องที่เรานึกถึงกี่ครั้งก็ร้องไห้แทบทุกครั้งเลยจริงๆ
จะเริ่มยังไงดี....
เราเองตอนนี้อายุ30ต้นๆ แต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีลูกที่น่ารัก2คนค่ะ คนโตเพิ่งป.1 คนเล็กเพิ่งคลอด
พ่อกับแม่เราเป็นข้าราชการทั้งคู่ค่ะ
ตอนที่เรียนจบใหม่ๆเราก็ทำงานแถวๆบ้าน ได้เงินเดือนๆละ8,000กว่าบาท ในปีที่2ของการทำงาน พ่อเราเออลี่และได้เงินมาก้อนนึง พ่อก็ใช้ไปเรื่อยๆจนเงินใกล้หมด แม่เราจึงพูดกับเราว่าให้ช่วยกันพูดให้พ่อซื้อรถ คือที่บ้านมีอยู่แล้ว1คัน แต่ให้พ่อซื้อใหม่อีก1คัน คือเอาเงินพ่อที่เหลือมาดาวน์รถคันใหม่ ไม่งั้นเงินพ่อก็จะหมดโดยไม่ได้อะไรเลย ด้วยความที่ตอนนั้นเราก็ยังเด็ก เราก็เออ ออ เห็นด้วยกับแม่ สรุปพ่อตกลงซื้อรถ โดยพ่อกับแม่ออกเงินดาวน์คนละ100,000บาท เราออก60,000บาท พ่อบอกว่าจะให้รถเป็นชื่อเรา แม่บอกว่าถ้าเป็นชื่อเราแม่จะช่วยผ่อนรถ
พอถึงวันออกรถต้องไปเอารถที่กรุงเทพ เราไม่สะดวกไปด้วย พ่อเลยไปเอาคนเดียว แล้วชื่อเจ้าของรถก็คือชื่อพ่อเรา ความวิบัติมันเริ่มจากตรงนี้
หลังจากได้รถมาแม่ก็ไม่ยอมช่วยผ่อนรถเลย ก่อนอื่นต้องบอกว่า เราเองในตอนนั้นทำงานได้เงินเดือนๆละ8,000กว่าบาท พ่อเราหลังจากออกจากราชการเหลือเงินเดือนเกือบๆสองหมื่น ส่วนแม่เราเป็นครูคส.3มีเงินเดือนสี่หมื่นกว่าบาท (ตอนนี้น่าจะห้าหมื่นกว่าบาทแล้ว)
เราต้องช่วยที่บ้านผ่อนรถกับพ่อสองคน โดยที่เราขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน แต่แม่เราขับรถที่เรากับพ่อช่วยกันดาวน์ไปทำงานทุกวัน ช่วงนั้นเราก็นอยมากๆ คือเงินเดือนเราก็น้อยนิด แต่ต้องมาช่วยผ่อนรถซึ่งเราก็ไม่เคยได้ขับเลย ส่วนแม่เราที่มิเงินเดือนเยอะกว่าเรามากๆไม่ช่วยผ่อนรถแม้แต่นิดเดียว
เสริมนิดนึงคือแม่เคยจับได้ว่าพ่อแอบคุยกับผู้หญิงคนนึง แม่เลยโกรธพ่อมาจนทุกวันนี้ พูดกับพ่อไม่ค่อยดี แต่พูดกับคนอื่นคือดีมาก แม่เราชอบด่าพ่อ อาจเพราะแบบนี้ที่พ่อแอบคุยกับสาว แต่ตอนนี้ก็ไม่มีแล้วหล่ะ เรื่องมันนานมากแล้ว
มูลค่าของรถรวมผ่อนแล้วก็ราวๆล้านต้นๆเราก็ช่วยผ่อนมาเรื่อยๆโดยที่เราเองรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมตรงนีมาตลอด คิดทีไรเราก็ร้องไห้ทุกครั้ง เงินเก็บเราแทบไม่มีเลย เพราะครึ่งนึงคือเอาไปผ่อนรถ มันทำให้ช่วงนั้นเราทะเลาะกับแม่บ่อยๆ
บางเดือนพอเราไม่อยากผ่อนเราก็บอกแม่ให้ช่วยผ่อน แม่ก็ไปบอกให้พ่อโอนเป็นชื่อเราก่อนแล้วจะช่วย อาจเพราะแม่รู้ว่ายังไงพ่อเราก็ไม่โอนอยู่แล้ว เลยตั้งกฎข้อนี้มาเพื่อไม่ช่วยเรา เราก็ไม่กล้าบอกพ่อให้โอนเป็นชื่อเรา พ่อเราก็เร่งๆทวงเงิน สุดท้ายเราก็ต้องเอาเงินให้อยู่ดี
ผ่อนมาจนเข้าปีสุดท้ายเราก็แต่งงาน ก็ย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังที่แม่สร้างให้
เสริมอีกนิด... แม่เราสร้างบ้านให้เรากับพี่ชายคนละหลัง เวลาเราขอเงินแม่มาผ่อนรถแม่ก็จะอ้างว่าก็แม่สร้างบ้านให้แล้ว แต่เราก็จะคิดในใจว่าแล้วทำไมพี่ชายถึงไม่มาช่วยผ่อนรถบ้างในเมื่อสร้างให้ทั้งสองคน
ปีสุดท้ายนี้เป็นปีที่ทรมานมากเพราะพอแยกออกมาค่าใช้จ่ายในบ้านค่ากินก็ต้องช่วยแฟนออก แม่บอกจะช่วยเดือนละ2,000บาท แต่เอาเข้าจริงก็ช่วยแค่2เดือน ที่เหลือก็ไม่ช่วย จำไม่ได้แล้วว่าเราไปทำอะไรขัดใจแก
จนสุดท้ายผ่อนรถหมด เราก็เป็นอิสระ แต่พอแยกมาอยู่บ้านเองแล้วมีแต่มอเตอร์ไซต์เวลาจะไปไหนก็ลำบาก หรือพอช่วงหน้าฝนก็ไปทำงานหรือไปส่งลูกลำบาก แม่เลยถามว่าจะเอารถใหม่มั้ย แม่จะช่วยค่าดาวน์รถคนละแสนกับพ่อ ซึ่งพ่อก็ออกตัวว่าจะไม่ช่วยผ่อนนะ คือเหมือนเพิ่งหลุดพ้นการผ่อนรถแล้วต้องมาผ่อนอีกแกคงเหนื่อย เราเองก็ไม่ได้อยากมี เพราะเงินเดือนเราตอนนี้หมื่นต้นๆ แต่มีบ้านเองไม่ต้องเช่า ก็คิดว่าคงผ่อนไหว
มีต่อค่ะ
ทะเลาะกับแม่ค่ะ
..........................
เพิ่มเนื้อหา
เริ่มตรงนี้นะคะ
สวัสดีค่ะ
วันนี้เรามีเรื่องอยากจะเข้ามาระบาย+ปรึกษาหน่อยอ่ะค่ะ มันเป็นเรื่องที่เรานึกถึงกี่ครั้งก็ร้องไห้แทบทุกครั้งเลยจริงๆ
จะเริ่มยังไงดี....
เราเองตอนนี้อายุ30ต้นๆ แต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีลูกที่น่ารัก2คนค่ะ คนโตเพิ่งป.1 คนเล็กเพิ่งคลอด
พ่อกับแม่เราเป็นข้าราชการทั้งคู่ค่ะ
ตอนที่เรียนจบใหม่ๆเราก็ทำงานแถวๆบ้าน ได้เงินเดือนๆละ8,000กว่าบาท ในปีที่2ของการทำงาน พ่อเราเออลี่และได้เงินมาก้อนนึง พ่อก็ใช้ไปเรื่อยๆจนเงินใกล้หมด แม่เราจึงพูดกับเราว่าให้ช่วยกันพูดให้พ่อซื้อรถ คือที่บ้านมีอยู่แล้ว1คัน แต่ให้พ่อซื้อใหม่อีก1คัน คือเอาเงินพ่อที่เหลือมาดาวน์รถคันใหม่ ไม่งั้นเงินพ่อก็จะหมดโดยไม่ได้อะไรเลย ด้วยความที่ตอนนั้นเราก็ยังเด็ก เราก็เออ ออ เห็นด้วยกับแม่ สรุปพ่อตกลงซื้อรถ โดยพ่อกับแม่ออกเงินดาวน์คนละ100,000บาท เราออก60,000บาท พ่อบอกว่าจะให้รถเป็นชื่อเรา แม่บอกว่าถ้าเป็นชื่อเราแม่จะช่วยผ่อนรถ
พอถึงวันออกรถต้องไปเอารถที่กรุงเทพ เราไม่สะดวกไปด้วย พ่อเลยไปเอาคนเดียว แล้วชื่อเจ้าของรถก็คือชื่อพ่อเรา ความวิบัติมันเริ่มจากตรงนี้
หลังจากได้รถมาแม่ก็ไม่ยอมช่วยผ่อนรถเลย ก่อนอื่นต้องบอกว่า เราเองในตอนนั้นทำงานได้เงินเดือนๆละ8,000กว่าบาท พ่อเราหลังจากออกจากราชการเหลือเงินเดือนเกือบๆสองหมื่น ส่วนแม่เราเป็นครูคส.3มีเงินเดือนสี่หมื่นกว่าบาท (ตอนนี้น่าจะห้าหมื่นกว่าบาทแล้ว)
เราต้องช่วยที่บ้านผ่อนรถกับพ่อสองคน โดยที่เราขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน แต่แม่เราขับรถที่เรากับพ่อช่วยกันดาวน์ไปทำงานทุกวัน ช่วงนั้นเราก็นอยมากๆ คือเงินเดือนเราก็น้อยนิด แต่ต้องมาช่วยผ่อนรถซึ่งเราก็ไม่เคยได้ขับเลย ส่วนแม่เราที่มิเงินเดือนเยอะกว่าเรามากๆไม่ช่วยผ่อนรถแม้แต่นิดเดียว
เสริมนิดนึงคือแม่เคยจับได้ว่าพ่อแอบคุยกับผู้หญิงคนนึง แม่เลยโกรธพ่อมาจนทุกวันนี้ พูดกับพ่อไม่ค่อยดี แต่พูดกับคนอื่นคือดีมาก แม่เราชอบด่าพ่อ อาจเพราะแบบนี้ที่พ่อแอบคุยกับสาว แต่ตอนนี้ก็ไม่มีแล้วหล่ะ เรื่องมันนานมากแล้ว
มูลค่าของรถรวมผ่อนแล้วก็ราวๆล้านต้นๆเราก็ช่วยผ่อนมาเรื่อยๆโดยที่เราเองรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมตรงนีมาตลอด คิดทีไรเราก็ร้องไห้ทุกครั้ง เงินเก็บเราแทบไม่มีเลย เพราะครึ่งนึงคือเอาไปผ่อนรถ มันทำให้ช่วงนั้นเราทะเลาะกับแม่บ่อยๆ
บางเดือนพอเราไม่อยากผ่อนเราก็บอกแม่ให้ช่วยผ่อน แม่ก็ไปบอกให้พ่อโอนเป็นชื่อเราก่อนแล้วจะช่วย อาจเพราะแม่รู้ว่ายังไงพ่อเราก็ไม่โอนอยู่แล้ว เลยตั้งกฎข้อนี้มาเพื่อไม่ช่วยเรา เราก็ไม่กล้าบอกพ่อให้โอนเป็นชื่อเรา พ่อเราก็เร่งๆทวงเงิน สุดท้ายเราก็ต้องเอาเงินให้อยู่ดี
ผ่อนมาจนเข้าปีสุดท้ายเราก็แต่งงาน ก็ย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังที่แม่สร้างให้
เสริมอีกนิด... แม่เราสร้างบ้านให้เรากับพี่ชายคนละหลัง เวลาเราขอเงินแม่มาผ่อนรถแม่ก็จะอ้างว่าก็แม่สร้างบ้านให้แล้ว แต่เราก็จะคิดในใจว่าแล้วทำไมพี่ชายถึงไม่มาช่วยผ่อนรถบ้างในเมื่อสร้างให้ทั้งสองคน
ปีสุดท้ายนี้เป็นปีที่ทรมานมากเพราะพอแยกออกมาค่าใช้จ่ายในบ้านค่ากินก็ต้องช่วยแฟนออก แม่บอกจะช่วยเดือนละ2,000บาท แต่เอาเข้าจริงก็ช่วยแค่2เดือน ที่เหลือก็ไม่ช่วย จำไม่ได้แล้วว่าเราไปทำอะไรขัดใจแก
จนสุดท้ายผ่อนรถหมด เราก็เป็นอิสระ แต่พอแยกมาอยู่บ้านเองแล้วมีแต่มอเตอร์ไซต์เวลาจะไปไหนก็ลำบาก หรือพอช่วงหน้าฝนก็ไปทำงานหรือไปส่งลูกลำบาก แม่เลยถามว่าจะเอารถใหม่มั้ย แม่จะช่วยค่าดาวน์รถคนละแสนกับพ่อ ซึ่งพ่อก็ออกตัวว่าจะไม่ช่วยผ่อนนะ คือเหมือนเพิ่งหลุดพ้นการผ่อนรถแล้วต้องมาผ่อนอีกแกคงเหนื่อย เราเองก็ไม่ได้อยากมี เพราะเงินเดือนเราตอนนี้หมื่นต้นๆ แต่มีบ้านเองไม่ต้องเช่า ก็คิดว่าคงผ่อนไหว
มีต่อค่ะ