พึงจบมาหมาดๆเมื่อเมษาที่ผ่านมาค่ะ จบปุ๊บเราสอบได้ตำแหน่งลูกจ้างธนาคารสีชมพูได้ลงสาขาใกล้บ้านเลย
อันนี้ขอเล่าถึงงานที่ต้องทำใน1วันก่อนค่ะ เราเริ่มจับหลักได้คร่าวๆ ดังนี้
งานเช้า 8.00-8.30
1.ลงcash count + proof ของสาขาปริ้งลงa4 ให้ครบทุกสกุลเงินที่สาขามี(ด้วยการ์ดผู้ช่วย
2.ทันที่ที่รับเงินจากเซฟสาขา เช็คเงินแอทจำนวนเงินลงเครื่องตัวเอง ปริ้นcash count ทำรายการรับเงินเช้า
งานระหว่างวัน 8.30-15.30
1.ฝาก/ถอน
2.รับชำระค่าบริการต่างๆของธนาคาร
3.ทำATM/ATM ทดแทน
4.เปิดบัญชี
5.ลงทะเบียนแอปธนาคาร
6.แลกเปลี่ยนเงินต่างชาต
7.รับ/ส่งmoney gram
8.รับ/จ่ายเงินสงเคราะห์ชีวิต
9.นำส่งเงินกองทุนออมแห่งชาติ
10. ทำรายการรับ/จ่ายสินเชื่อ
11.ออกstate ment
12.ถอน/ขายสลาก
13.เปลี่ยนกล่องATM มีพี่เลี้ยงสอน2-3ครั้งแล้วจากนั้นปล่อยให้ทำคนเดียวเราทำรายการผิดต้องแก้กันใหญ่โตเลยโดนเบรคไว้ก่อน เลยให้แค่เราปริ้นรายงานATMแทน
ซึ่งแต่ละอย่างก็จำมีรายละเอียดปลีกย่อยและเอกสารอีกมากมาย
งานเย็น15.30-กลับบ้านซึ่งตอนนี้ตั้งแต่ทำงานมาเฉลี่ยคือ3ทุ่ม ซึ่งก็มีทั้งวันได้กลับก่อน3ทุ่ม และวันที่กลับหลัง3ทุ่ม เคยเจอมากสุดตอนนี้5 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งจากการที่เราเข้าไปคุยกับพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงเราคือยังมีดึกกว่านั้นอีกแต่เรายังไม่เคยเจอ
1.ทำตัง จัดเรียงนับเงิน ใส่แหนบให้สวยงาม
2.คีย์ยอดที่เราได้ในเครื่องแล้วไปเช็คยอดว่าเงินขาด/เงินเกินรึป่าว
3.ถ้าขาดรึเกินก็ต้องมาเช็คสลิบทุกใบเพื่อเช็คว่าเกิดจากอะไรตอนนี้เคยเจอแต่ขาดไม่เคยเจอเกิน มักเป็นพวกค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างจังหวัดซึ่งบางที่เราพลาดลืมดูไปวันแรกๆโดนไปวันละ2-3 ใบ เฉลี่ยตกรายการละ30บาทแต่หลังๆไม่โดนแล้วพยามเช็คตลอด ของอาทิตแรกชดจนแทบไม่มีเงินจะใช้ พี่เค้าเตอร์ข้างๆเราเข้ามาพร้อมกันก็มีทุกวันเหมือนกัน
4.ถ้าลงตัวทำรายการส่งเงินออกจากเครื่อง เอาเงินออกจากเครื่องไปคืนเซฟต้องรีบส่งเพราะจะมีผู้จดการ/ผู้ช่วยผู้จัดการรอเช็คเงินอยู่อีกที
5.ส่งเงินต่างชาติ
6.เช็คสลิบ ต้องแยก เรียง และลงจำนวนยอดและจำนวนใบไปให้สวยงาม ยอดต้องตรงกับในรายงานเครื่องไม่งันบัญชีที่คอยเช็คอีกรอบจะกินหัวเอาได้ ซึ่งของเราถ้าถูกเร่งเราจะใช้วิธีนับใบถ้าตรงกับในรายงาน ก็ลอกยอดเงินมาจากรายงาน ที่จริงต้องบวกสลิบเช็คด้วย
7.ปริ้นรายงานสวเคราะห์ชีวิตให้บัญชี
8. ปริ้นสพูลเลอร์
9.เอกสารพวกใบคำขอต่างๆสาขาเราเน้นให้บริการเร็วหน้างานแต่ต้องให้ลูกค้าเซ็นให้ครบส่วนอื่นมาจัดการกันตอนปิดสาขา
ซึ่งงานทั้งหมดที่แจงมานี้ใช้ระบบพี่สอนน้องเริ่มจากวันแรกจะมีพี่เลี้ยงเครื่องละคนของเราคือ2คนเข้าพร้อมกันก็มีพี่เลี้ยง2คน คอยช่วยดูช่วยสอนลงเครื่องจริงตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เราไปรู้ที่สาขาในวันที่ทำงานวันแรกเลยว่าต้องทำอะไร สอนกันไปจดกันไปกดดันมาก เพราะลูกค้าจริงๆทำธุรกรรมทุกอย่างจริงหมด ซึ่งด้วยความที่ไปสอนกันหน้างานเลยทำให้ลูกค้าเสียเวลาไปค่อนข้างพอสมควรซึ่งเราโชคดีที่เจอแต่ลูกค้าน่ารักและเข้าใจ ทำไปมือสั่นไปหมด
เจอตู้ฝากเสียตั้งแต่วันแรกที่ทำงานเซิ้งกันกระจายตกเย็นมาก็ตามแก้งานต้องโทรตามลูกค้ากลับมาเซ็นเอกสารกันกระจายด้วยความที่เราเป็นเด็กในพื้นที่เราเลยใช้วิธีเอาไปให้ลูกค้าเซ็นที่บ้านเลยในวันเสาร์อาทิตย์ จบอาทิตย์แรกด้วยวงเวียนชีวิตเละเทะกลับ3ทุ่ม+ ทุกวัน พี่ที่เข้าพร้อมเรามาจากแบงค์ม่วง มาทำงาน1วันแล้วขอไปต่อใบอนุญาติขายประกันชีวิตมาอีกทีวันศุกร์ ส่วนเราอยู่สาขาครบทุกวัน เราไม่มีใบอนุญาติต้องสอบใหม่รอสอบรอบของธนาคารอยู่ ขับกลับบ้านพร้อมอาการแน่นหน้าอกทุกวัน เพราะเครียดมากเราได้แต่คิดว่าคงเป็นเพราะเราไม่เป็นงานเอง วันที่3เริ่มขับรถกลับบ้านไปร้องไห้ไป
อาทิตย์ที่สองก็เหมือนเดิมเราเริ่มพอจำได้บ้างแต่ก็ยังมีพลาดอยู่แต่พี่เลี้ยงเครื่องเราเริ่มวิ่งไปวิ่งมาแทนเพราะจะโดนย้ายไปทำสินเชื่อ กลับบ้านพร้อมด้วยอาการแน่นหน้าอกเหมือนเดิมร้องไห้ตอนขับรถกลับบ้านเหมือนเดิม แต่ที่สาขาเราไม่เป็นไรนะ มันเหนื่อย+ยุ่งมาก ไม่มีเวลาร้องไห้
เริ่มคุยกลับครอบครัวว่าถอยดีมั้ย ช่วงนั้นบ้านเรากำลังเตรียมงานทำบุญบ้าน บ้านเราทำรีสอร์ทเล็กๆสิบกว่าห้องตั้งแต่เปิดมาไม่เคยทำบุญแขกทีแรก30คน ไปๆมาๆเชิญไปเกือบ200 แม่เคยขายของในตลาดพึ่งมาเลิกขายตอนหมอวินิฉัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ แต่ไปเช็คมาใหม่แล้วว่าเป็นแค่ปลายประสาทอักเสบ รู้จักคนเยอะไม่บอกก็ไม่ได้ แต่แขกของแม่ถ้าไม่มาเค้าก็จะแจ้งเลยว่าไม่ได้มานะ
ส่วนของพ่อคือหว่านเชิญไปเลยจ้า เรารู้แค่เป็นไบโพลาร์กำลังรักษาแม่ให้ลูกทุกคนรู้แค่นี้ไปเอายาก็ไม่ให้ลูกเข้าไป บางอย่างพ่อเรากรองไม่ได้ แต่จากที่เราเคยเจอมาบางทีคนที่ฟังพ่อเราพูดเค้าไม่โอเคยหรอกเราก็ได้แต่ปรามๆพ่อเรา ก็เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง
แม่อยากให้เราทนไปก่อนแม่คิดว่าคงเป็นเพราะเราปรับตัวไม่ได้พอปรับได้เราคงดีขึ้น เพราะเราพึ่งเริมทำงาน ถ้าทำแปปๆออกแม่กลัวประวัติเราจะเสีย แต่อย่างน้อยแม่ก็บอกให้ทำไปก่อนได้งานใหม่ค่อยออก
ส่วนพ่อ เราเจอแต่ ให้เxี้ย ไx้xวย ไx้xัต และอีกมากคำด่าเท่าที่พอเราจะนึกออก คือก่อนหน้านี้ตอนสอบได้พ่อเรามีความสุขมาก เอาไปโม้ไปอวดไว้เยอะเลยไง เหมือนเราไปทำลายความสุขของพ่อ เรารู้นะว่าพ่อเราไม่สบาย แต่ที่เราเล่าเราก็ไม่โอเคเหมือนกันถึงได้เล่าเราหวังว่าจะเจอทางออกที่ดีขึ้น กลายเป็นดิ่งกว่าเดิมอีกทีนี้ แต่มาโชคดีตอนก่อนคืนทำบุญบ้านวันนี้เราเลิกงาน5ทุ่มกว่าฟังไม่ผิดหรอก เรื่องจริง คนทั้งสาขาเครียทั้งสาขางานเสร็จก็จะสี่ทุ่มแล้ว แล้วประชุมสาขาต่อ
วันนี้ญาติๆเรารอเราเต็มบ้านลูกพี่ลูกน้อง ป้าๆที่มาจากจังหวัดอื่น ทุกคนห่วงเราหมดว่าเกินไปแล้วเลิกขนาดนี้ พ่อคงโดนอะไรมาบ้างแหละเลยสงบลง แต่ก็ยังมีไม่พอใจ อยู่บ้าง แต่แม่ก็โอเคแล้วเรื่องที่เราจะลาออกให้เราตัดสินใจเองแต่ก็ยังพยามตล้อมอยู่บ้างให้โทรมาตอนเราไปกินข้าวกับแฟนขอคุยกับแฟนเราช่วยให้พูดกับเราบ้าง แต่ก็ไม่หนักเท่าก่อนหน้าแล้ว เราก็เลยตัดสินใจไปคุยกับพี่เลี้ยงให้เตรียมใบลาออกให้เราก็บอกเราไปตามตรงว่าเราเครียดเราทำไม่ได้เองเราไม่โอเค พ่อเราไม่สบายด้วยแต่ก็ไม่ได้บอกหมดเพราะเราแบกไว้หลายอย่างยิ่งต่างจังหวัดคนไม่เข้าใจโรคที่พ่อเป็นกลัวเอาไปพูดว่าพ่อเราบ้า ที่เราไม่ทำงานในบ้านแต่แรกก็เพราะพ่อเราเป็นแบบนี้ไม่อยากทะเลาะด้วยก็เลยเลี่ยงมาทำนอกบ้านแทน
ออกเราก็คงช่วยที่บ้านก่อนเพราะสงสารแม่ตั้งแต่พ่อหาหมอทุกคนอดทนพยามมองข้ามไม่ถือสาคำพูดของพ่อ แต่ก็เหมือนพ่อจะได้ใจเหลิงใหญ่ ตอนนี้แม่อยู่กับพ่อตลอดก็ต้องรับอารมพ่อตลอด วันดีคือดีพ่อก็ไล่แม่ออกจากบ้านบ้าง ตะคอกแม่ต่อหน้าคนบ้าง ปลุกแม่ขึ้นมาทะเลาะกลางดึกบ้าง แล้วยิ่งจะไฮน์ซีซันกลัวพ่อจะยุ่งแล้วไม่กินยากลัวพ่อจะไป ตะคอกใส่ลูกค้า ที่บ้านเราทำแบบครอบครัวมีพนักงานที่จ้างนอกแค่คนเดียว เราให้จ้างมาเพิ่มพ่อก็ไม่ยอมจ้าง พ่อเราไม่เคยไว้ใจใครเลยทุกอย่างพ่อจะไปตามรีเช็คอีกรอบตลอด อายุงานเฉลี่ยของพนักงานบ้านเราถ้าไม่นับคนที่อยู่มา7ปีที่อยู่ตอนนี้คือ 3เดือน
ทำงานแล้วตัวเรารู้สึกไม่โอเคสภาพจิตใจแย่จะยื่นใบลาออก แต่ครอบครัวยังอยากให้ทำไปก่อน เราถอดใจเร็วไปจริงเหรอ?
อันนี้ขอเล่าถึงงานที่ต้องทำใน1วันก่อนค่ะ เราเริ่มจับหลักได้คร่าวๆ ดังนี้
งานเช้า 8.00-8.30
1.ลงcash count + proof ของสาขาปริ้งลงa4 ให้ครบทุกสกุลเงินที่สาขามี(ด้วยการ์ดผู้ช่วย
2.ทันที่ที่รับเงินจากเซฟสาขา เช็คเงินแอทจำนวนเงินลงเครื่องตัวเอง ปริ้นcash count ทำรายการรับเงินเช้า
งานระหว่างวัน 8.30-15.30
1.ฝาก/ถอน
2.รับชำระค่าบริการต่างๆของธนาคาร
3.ทำATM/ATM ทดแทน
4.เปิดบัญชี
5.ลงทะเบียนแอปธนาคาร
6.แลกเปลี่ยนเงินต่างชาต
7.รับ/ส่งmoney gram
8.รับ/จ่ายเงินสงเคราะห์ชีวิต
9.นำส่งเงินกองทุนออมแห่งชาติ
10. ทำรายการรับ/จ่ายสินเชื่อ
11.ออกstate ment
12.ถอน/ขายสลาก
13.เปลี่ยนกล่องATM มีพี่เลี้ยงสอน2-3ครั้งแล้วจากนั้นปล่อยให้ทำคนเดียวเราทำรายการผิดต้องแก้กันใหญ่โตเลยโดนเบรคไว้ก่อน เลยให้แค่เราปริ้นรายงานATMแทน
ซึ่งแต่ละอย่างก็จำมีรายละเอียดปลีกย่อยและเอกสารอีกมากมาย
งานเย็น15.30-กลับบ้านซึ่งตอนนี้ตั้งแต่ทำงานมาเฉลี่ยคือ3ทุ่ม ซึ่งก็มีทั้งวันได้กลับก่อน3ทุ่ม และวันที่กลับหลัง3ทุ่ม เคยเจอมากสุดตอนนี้5 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งจากการที่เราเข้าไปคุยกับพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงเราคือยังมีดึกกว่านั้นอีกแต่เรายังไม่เคยเจอ
1.ทำตัง จัดเรียงนับเงิน ใส่แหนบให้สวยงาม
2.คีย์ยอดที่เราได้ในเครื่องแล้วไปเช็คยอดว่าเงินขาด/เงินเกินรึป่าว
3.ถ้าขาดรึเกินก็ต้องมาเช็คสลิบทุกใบเพื่อเช็คว่าเกิดจากอะไรตอนนี้เคยเจอแต่ขาดไม่เคยเจอเกิน มักเป็นพวกค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างจังหวัดซึ่งบางที่เราพลาดลืมดูไปวันแรกๆโดนไปวันละ2-3 ใบ เฉลี่ยตกรายการละ30บาทแต่หลังๆไม่โดนแล้วพยามเช็คตลอด ของอาทิตแรกชดจนแทบไม่มีเงินจะใช้ พี่เค้าเตอร์ข้างๆเราเข้ามาพร้อมกันก็มีทุกวันเหมือนกัน
4.ถ้าลงตัวทำรายการส่งเงินออกจากเครื่อง เอาเงินออกจากเครื่องไปคืนเซฟต้องรีบส่งเพราะจะมีผู้จดการ/ผู้ช่วยผู้จัดการรอเช็คเงินอยู่อีกที
5.ส่งเงินต่างชาติ
6.เช็คสลิบ ต้องแยก เรียง และลงจำนวนยอดและจำนวนใบไปให้สวยงาม ยอดต้องตรงกับในรายงานเครื่องไม่งันบัญชีที่คอยเช็คอีกรอบจะกินหัวเอาได้ ซึ่งของเราถ้าถูกเร่งเราจะใช้วิธีนับใบถ้าตรงกับในรายงาน ก็ลอกยอดเงินมาจากรายงาน ที่จริงต้องบวกสลิบเช็คด้วย
7.ปริ้นรายงานสวเคราะห์ชีวิตให้บัญชี
8. ปริ้นสพูลเลอร์
9.เอกสารพวกใบคำขอต่างๆสาขาเราเน้นให้บริการเร็วหน้างานแต่ต้องให้ลูกค้าเซ็นให้ครบส่วนอื่นมาจัดการกันตอนปิดสาขา
ซึ่งงานทั้งหมดที่แจงมานี้ใช้ระบบพี่สอนน้องเริ่มจากวันแรกจะมีพี่เลี้ยงเครื่องละคนของเราคือ2คนเข้าพร้อมกันก็มีพี่เลี้ยง2คน คอยช่วยดูช่วยสอนลงเครื่องจริงตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เราไปรู้ที่สาขาในวันที่ทำงานวันแรกเลยว่าต้องทำอะไร สอนกันไปจดกันไปกดดันมาก เพราะลูกค้าจริงๆทำธุรกรรมทุกอย่างจริงหมด ซึ่งด้วยความที่ไปสอนกันหน้างานเลยทำให้ลูกค้าเสียเวลาไปค่อนข้างพอสมควรซึ่งเราโชคดีที่เจอแต่ลูกค้าน่ารักและเข้าใจ ทำไปมือสั่นไปหมด
เจอตู้ฝากเสียตั้งแต่วันแรกที่ทำงานเซิ้งกันกระจายตกเย็นมาก็ตามแก้งานต้องโทรตามลูกค้ากลับมาเซ็นเอกสารกันกระจายด้วยความที่เราเป็นเด็กในพื้นที่เราเลยใช้วิธีเอาไปให้ลูกค้าเซ็นที่บ้านเลยในวันเสาร์อาทิตย์ จบอาทิตย์แรกด้วยวงเวียนชีวิตเละเทะกลับ3ทุ่ม+ ทุกวัน พี่ที่เข้าพร้อมเรามาจากแบงค์ม่วง มาทำงาน1วันแล้วขอไปต่อใบอนุญาติขายประกันชีวิตมาอีกทีวันศุกร์ ส่วนเราอยู่สาขาครบทุกวัน เราไม่มีใบอนุญาติต้องสอบใหม่รอสอบรอบของธนาคารอยู่ ขับกลับบ้านพร้อมอาการแน่นหน้าอกทุกวัน เพราะเครียดมากเราได้แต่คิดว่าคงเป็นเพราะเราไม่เป็นงานเอง วันที่3เริ่มขับรถกลับบ้านไปร้องไห้ไป
อาทิตย์ที่สองก็เหมือนเดิมเราเริ่มพอจำได้บ้างแต่ก็ยังมีพลาดอยู่แต่พี่เลี้ยงเครื่องเราเริ่มวิ่งไปวิ่งมาแทนเพราะจะโดนย้ายไปทำสินเชื่อ กลับบ้านพร้อมด้วยอาการแน่นหน้าอกเหมือนเดิมร้องไห้ตอนขับรถกลับบ้านเหมือนเดิม แต่ที่สาขาเราไม่เป็นไรนะ มันเหนื่อย+ยุ่งมาก ไม่มีเวลาร้องไห้
เริ่มคุยกลับครอบครัวว่าถอยดีมั้ย ช่วงนั้นบ้านเรากำลังเตรียมงานทำบุญบ้าน บ้านเราทำรีสอร์ทเล็กๆสิบกว่าห้องตั้งแต่เปิดมาไม่เคยทำบุญแขกทีแรก30คน ไปๆมาๆเชิญไปเกือบ200 แม่เคยขายของในตลาดพึ่งมาเลิกขายตอนหมอวินิฉัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ แต่ไปเช็คมาใหม่แล้วว่าเป็นแค่ปลายประสาทอักเสบ รู้จักคนเยอะไม่บอกก็ไม่ได้ แต่แขกของแม่ถ้าไม่มาเค้าก็จะแจ้งเลยว่าไม่ได้มานะ
ส่วนของพ่อคือหว่านเชิญไปเลยจ้า เรารู้แค่เป็นไบโพลาร์กำลังรักษาแม่ให้ลูกทุกคนรู้แค่นี้ไปเอายาก็ไม่ให้ลูกเข้าไป บางอย่างพ่อเรากรองไม่ได้ แต่จากที่เราเคยเจอมาบางทีคนที่ฟังพ่อเราพูดเค้าไม่โอเคยหรอกเราก็ได้แต่ปรามๆพ่อเรา ก็เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง
แม่อยากให้เราทนไปก่อนแม่คิดว่าคงเป็นเพราะเราปรับตัวไม่ได้พอปรับได้เราคงดีขึ้น เพราะเราพึ่งเริมทำงาน ถ้าทำแปปๆออกแม่กลัวประวัติเราจะเสีย แต่อย่างน้อยแม่ก็บอกให้ทำไปก่อนได้งานใหม่ค่อยออก
ส่วนพ่อ เราเจอแต่ ให้เxี้ย ไx้xวย ไx้xัต และอีกมากคำด่าเท่าที่พอเราจะนึกออก คือก่อนหน้านี้ตอนสอบได้พ่อเรามีความสุขมาก เอาไปโม้ไปอวดไว้เยอะเลยไง เหมือนเราไปทำลายความสุขของพ่อ เรารู้นะว่าพ่อเราไม่สบาย แต่ที่เราเล่าเราก็ไม่โอเคเหมือนกันถึงได้เล่าเราหวังว่าจะเจอทางออกที่ดีขึ้น กลายเป็นดิ่งกว่าเดิมอีกทีนี้ แต่มาโชคดีตอนก่อนคืนทำบุญบ้านวันนี้เราเลิกงาน5ทุ่มกว่าฟังไม่ผิดหรอก เรื่องจริง คนทั้งสาขาเครียทั้งสาขางานเสร็จก็จะสี่ทุ่มแล้ว แล้วประชุมสาขาต่อ
วันนี้ญาติๆเรารอเราเต็มบ้านลูกพี่ลูกน้อง ป้าๆที่มาจากจังหวัดอื่น ทุกคนห่วงเราหมดว่าเกินไปแล้วเลิกขนาดนี้ พ่อคงโดนอะไรมาบ้างแหละเลยสงบลง แต่ก็ยังมีไม่พอใจ อยู่บ้าง แต่แม่ก็โอเคแล้วเรื่องที่เราจะลาออกให้เราตัดสินใจเองแต่ก็ยังพยามตล้อมอยู่บ้างให้โทรมาตอนเราไปกินข้าวกับแฟนขอคุยกับแฟนเราช่วยให้พูดกับเราบ้าง แต่ก็ไม่หนักเท่าก่อนหน้าแล้ว เราก็เลยตัดสินใจไปคุยกับพี่เลี้ยงให้เตรียมใบลาออกให้เราก็บอกเราไปตามตรงว่าเราเครียดเราทำไม่ได้เองเราไม่โอเค พ่อเราไม่สบายด้วยแต่ก็ไม่ได้บอกหมดเพราะเราแบกไว้หลายอย่างยิ่งต่างจังหวัดคนไม่เข้าใจโรคที่พ่อเป็นกลัวเอาไปพูดว่าพ่อเราบ้า ที่เราไม่ทำงานในบ้านแต่แรกก็เพราะพ่อเราเป็นแบบนี้ไม่อยากทะเลาะด้วยก็เลยเลี่ยงมาทำนอกบ้านแทน
ออกเราก็คงช่วยที่บ้านก่อนเพราะสงสารแม่ตั้งแต่พ่อหาหมอทุกคนอดทนพยามมองข้ามไม่ถือสาคำพูดของพ่อ แต่ก็เหมือนพ่อจะได้ใจเหลิงใหญ่ ตอนนี้แม่อยู่กับพ่อตลอดก็ต้องรับอารมพ่อตลอด วันดีคือดีพ่อก็ไล่แม่ออกจากบ้านบ้าง ตะคอกแม่ต่อหน้าคนบ้าง ปลุกแม่ขึ้นมาทะเลาะกลางดึกบ้าง แล้วยิ่งจะไฮน์ซีซันกลัวพ่อจะยุ่งแล้วไม่กินยากลัวพ่อจะไป ตะคอกใส่ลูกค้า ที่บ้านเราทำแบบครอบครัวมีพนักงานที่จ้างนอกแค่คนเดียว เราให้จ้างมาเพิ่มพ่อก็ไม่ยอมจ้าง พ่อเราไม่เคยไว้ใจใครเลยทุกอย่างพ่อจะไปตามรีเช็คอีกรอบตลอด อายุงานเฉลี่ยของพนักงานบ้านเราถ้าไม่นับคนที่อยู่มา7ปีที่อยู่ตอนนี้คือ 3เดือน