Hokkaido โตแล้วไปได้!! #ด้วยงบน้อยๆ




Hi Hi Hi everyone, กลับมาพบกันอีกครั้ง กลับมาคราวนี้เรามีทริปไฟไหม้มาฝาก 🤣 ไฟไหม้ยังไงนะหรอ ก็แค่จองตั๋วก่อนไป 1 เดือน เป็นทริปใจง่ายของ 2 สาว เราและเพื่อน ครั้งนี้เราพาไปกันที่ ฮอกไกโด โด โด ด้วยทริปประหยัด สโลแกน “งบหลักหมื่น วิวหลักแสน”

เราเดินทางวันที่ 14-18 November 2018
แผนเที่ยวคือ
วันที่ 1 ซัปโปโร
วันที่ 2 โอตารุ
วันที่ 3 บิเอะ ฟุราโน่
วันที่ 4 บินกลับ

งบประมาณเราจะสรุปให้ตอนท้ายนะจ๊ะ

วันที่ 14/11/18 ณ เวลา 11.55 pm เราบินตรงสู่ฮอกไกโด ด้วยเที่ยวบินของแอร์เอเชีย บินไปกลับ  6,800 บาท!!! บินถูกขนาดนี้ให้ติดเครื่องไปฟรีเถอะ 🤣


วันที่ 15/11/18 ณ เวลา 08:30 am เราแลนดิ้งถึง สนามบิน ชิโตเซะ กับตันประกาศว่าอุณหภูมิภาคพื้นดิน = 0 องศา 🥶 ช๊อคไปเลย เพราะเช็คอากาศมาประมาน 8 องศา

หลังจากผ่านการสบตากับตม.เรียบร้อยเเล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าเมือง โดยใช้รถไฟ JR ใช้เวลาประมาน 40 นาที เราก็มาถึง สถานีซัปโปโร!!

เราไม่รอช้ารีบเดินไปสถานที่แรกที่ตั้งใจไป นั้นก็คือที่นี่ Hokkaido University เราอยู่ที่นี่เกือบ 2 ชม เพราะถอนตัวจากใบไม้แดงไม่ได้ 🤣 เเละนี่ก็คือบรรยากาศรวมๆที่ทำให้เรา หลงอยู่นาน












หลังจากได้สติจากการเมาใบไม้แดงอยู่นานเพื่อนเริ่มสะกิดว่าไปที่อื่นเถอะก่อนจะมืด เราก็เดินชมวิวมาเรื่อยๆจนถึง ที่ว่าการหลังเก่าฮอกไกโด
จริงๆตอนเราไปสวนของที่นี่กำลังพีคมากเป็นสีเหลืองเต็มสวน แต่เราพอแล้วกับใบไม้แดง เราจะอินกับสถาปัตกรรมบ้าง และนี่ก็คือความน่ารักของตึกนี้


ถัดจากที่ว่าการฮอกไกโดไปอีกนิดเราก็เดินมาพบกับ หอนาฬิกา ฮอกไกโดนั้นเอง


เดินเล่นได้สักพักเราก็ถูกโกงเวลา เพราะเที่ยวหน้าหนาว 4 มงเย็นก็มืดจนหาทางกลับบ้านไม่เจอแล้ว!! เห้อ ทำไงหละ ก็กลับที่พักสิ เราก็เลือกพักย่านดัง susukino


หมดไป 1 วัน เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อ

วันที่ 2 16/11/18 โอตารุ
เช้าแล้วววว จุดมุ่งหมายแรกของวันนี้เราจะไปกันที่ตลาดปลานิโจ ไปกินปูทาราบะ เราออกเดินทางด้วยการเดิน ก่อนจะถึงตลาดปลาเราจะเจอกับ สิ่งนี้ก่อน Sapporo TV Tower




ด้วยความหิวเราจึงหยุดอยู่ตรงนี้ไม่นานเดินไปต่อ ปูรออยู่🤣 และแล้วเราก็เจอปู ปู ไม่รอช้าชี้บอกลุงเอาไปนึ่งมาให้กินด่วนๆ






ส่วนเพื่อนสาวก็ชี้หอยมาซดน้ำซดเนื่อตัวนึง เพื่อนบอกว่าหวานอร่อย ครีมมี่ๆ ประทับใจกันไป
จะบอกว่าหอยถูกมากและตัวใหญ่ด้วย ส่วนปูนั้นเรากินแค่ขาก็อิ่มมากแล้ว กินไปตกคนละ 500 กว่าบาท

เมื่อท้องอิ่มแล้วเราก็ไปตามแผนได้สักที เราจะไปต่อกันที่เมืองโอตารุ เมืองในใจของใครหลายๆคน เราขึ้นรถไฟจากสถานีซัปโปโร ใช้เวลาประมาน 30 นาที ก็มาถึงแล้ว ง่ายและไว


จุดแลนด์มาร์คที่แรกคือ คลองในตำนานคลองโอตารุ เมื่อมาถึงก็รู้สึกเลยว่ามันเป็นสถานที่น่ารักๆโรแมนติกหน่อยๆ โอ้ยถ้าใครมากับคนรู้ใจรับลองว่าความรักจะอัพเลเวลขึ้นทันที🥰




เนื่องจากเรามากับเพื่อนเราจึงอินไม่มากนัก555 ขอตัวไปที่อื่นต่อ ที่ๆควรไปอีกที่คือ music box museum ระหว่างทางก่อนถึง music box museum บอกเลยว่า แม่เจ้าเว้ยย ของกินทั้งนั้น!!! เราแวะกินตลอดทางเลยก็ว่าได้






เงยหน้าขึ้นมาจากการกินเวลาก็โพล้เพล้แล้ว เราจึงรีบจ้ำเดินไปให้ถึง music box museum
อยู่สุดทางเดินพอดีเลย






สำหรับเราที่นี่เราอยู่ไม่นานมากนักเพราะเราไม่ค่อยมุ้งมิ้งเท่าไหร่🤣 แต่คงเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบกล่องดนตรีแน่นอน!! ปะ ถ้าไม่อินก็กลับซัปโปโรกันดีกว่า

วันที่ 3 17/11/18
เดินทางสู่เมือง บิเอะ  
เราได้เช่ารถไว้ แถวสถานีซัปโปโร เรารับรถเสร็จประมาณ 9 มง เราก็ไม่รอช้าเหยียบไปกันที่เมืองบิเอะ เพื่อตามหาบ่อน้ำสีฟ้า Blue pond ขับๆแวะๆมา 2 ชม ประมาณเที่ยงๆเราก็มาถึงสักที [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ระหว่างทางต้องบอกเลยว่าหิมะลง


พอมาถึงเราก็กรี๊ดกราดกันอยู่พักนึงเพราะมันสวยมากอะเทอ หิมะตกมาปรอยๆ โอ้ยคือดีเวอร์






แค่ที่นี่ที่เดียวกดชัดเตอร์มาเป็นร้อย555 ก่อนที่เมมจะเต็ม เราก็ขับไปอีกนิดดดนึงแวะไปดูน้ำตก
และมันก็สวยตามคาดเหมือนเดิม






แถมรูปหิมะอีกนิด




เราอยู่ที่เมืองบิเอะจนถึง 3 มงเราก็ยังมีอีกจุดมุ่งหมายคือ Furano Cheese Factory เราไปถึงก็เกือบมืดๆเเล้ว จึงได้แค่แวะซื้อนมสด และขนมที่โคดอร่อย ไว้กินบนรถ


ขากลับเราเลือกกลับเส้นทาง Furano แอบตกใจเล็กน้อยเพราะเป็นทางเขาขดเคี้ยวและเลนสวนทาง หิมะลงอีกต่างหาก ดังนั้นหากใครจะขับรถหน้าหนาวอาจจะต้องเผื่อเวลาขากลับด้วยนะ กลับสว่างๆน่าจะปลอดภัยกว่า เพราะเรากลับกัน 4 มงก็มืดมากๆเเล้ว

นี่คือเส้นทางการขับรถของเรา ขาไปและกลับ




และนี่คืองบประมาณของทริป



หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่จะไปเที่ยวฮอกไกโดน้า 🥳
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่