ดูจากการที่แบงก์ชาติมองว่า จำเป็นต้องขึ้นดอกหลังจากที่ gdp q3 ลดลง
แสดงว่า เราอยู่ในจุดที่เงินเฟ้ออาจจะไม่ใช่เหตุหลักที่ไว้ตัดสินการขึ้นดอกแล้ว
ซึ่งก็อย่างที่ว่า เรื่องของดอกเบี้ย มันก็เหมือนคอมโมตัวอื่นๆ เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดในระดับโลก เราเป็นแค่ผู้ตาม
หลายคนอาจจะมองแบงก์ชาติไม่ดีจะขึ้นทำไมเศรษฐกิจยังไม่ดี ปชช.ส่วนใหญ่ยังลำบาก
แต่ผมบอกเลยว่า มันไม่มีทางเลือก มันเป็นเรื่องของ fundflow ค่าเงิน ที่เกิดจากการขึ้นดอกของพี่กัน
ทางสหรัฐเองผมว่า เฟดเอง ก็คงไม่ได้สนใจเป้าเงินเฟ้อแล้วเหมือนกัน
การขึ้นดอกของสหรัฐจะยังคงมีต่อไป แม้จะทำให้ตลาดหุ้น ตลาดทุน ค่าเงิน หรือแม้แต่เศรษฐกิจมีปัญหาก็ตาม
เหตุเป็นเพราะถ้าเรายังปล่อยให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติต่อไปอีก จะยิ่งเกิด inequality หนักมากขึ้น
ซึ่งอันที่จริงผมว่า มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก
เพราะผมเชื่อว่า รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหุ้นตอนนี้คงถือเงินสด ออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แล้วก็เตรียมลัลล้ากับดอกเบี้ยขาขึ้น
กลายเป็นว่า ในภาวะนี้ cash is king. แล้วฮะ
การขึ้นดอกเบี้ยมาถึงจุดที่ไม่แคร์เป้าเงินเฟ้อแล้ว?
แสดงว่า เราอยู่ในจุดที่เงินเฟ้ออาจจะไม่ใช่เหตุหลักที่ไว้ตัดสินการขึ้นดอกแล้ว
ซึ่งก็อย่างที่ว่า เรื่องของดอกเบี้ย มันก็เหมือนคอมโมตัวอื่นๆ เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดในระดับโลก เราเป็นแค่ผู้ตาม
หลายคนอาจจะมองแบงก์ชาติไม่ดีจะขึ้นทำไมเศรษฐกิจยังไม่ดี ปชช.ส่วนใหญ่ยังลำบาก
แต่ผมบอกเลยว่า มันไม่มีทางเลือก มันเป็นเรื่องของ fundflow ค่าเงิน ที่เกิดจากการขึ้นดอกของพี่กัน
ทางสหรัฐเองผมว่า เฟดเอง ก็คงไม่ได้สนใจเป้าเงินเฟ้อแล้วเหมือนกัน
การขึ้นดอกของสหรัฐจะยังคงมีต่อไป แม้จะทำให้ตลาดหุ้น ตลาดทุน ค่าเงิน หรือแม้แต่เศรษฐกิจมีปัญหาก็ตาม
เหตุเป็นเพราะถ้าเรายังปล่อยให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติต่อไปอีก จะยิ่งเกิด inequality หนักมากขึ้น
ซึ่งอันที่จริงผมว่า มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก
เพราะผมเชื่อว่า รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหุ้นตอนนี้คงถือเงินสด ออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แล้วก็เตรียมลัลล้ากับดอกเบี้ยขาขึ้น
กลายเป็นว่า ในภาวะนี้ cash is king. แล้วฮะ