คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10
ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราเองครับ ชีวิตมีเรื่องให้ปรับตัวเสมอ ไม่มีอะไรที่ถาวรมั่นคง ยิ่งยึดติดน้อย ยิ่งทุกข์น้อย สุข ทุกข์ รวย จน เป็นสิ่งที่แยกกัน
งานใน ตจว บางงานก็มีรายได้พอๆกับที่ทำใน กทม. ครับ(แต่ในอนาคตควรจะต้องหาอาชีพเสริมทำร่วม) แต่ถึงจุดๆหนึ่งแล้วบางทีรายได้มันก็ไม่ได้จำเป็นเสมอไปเท่ากับเวลาหรือสุขภาพครับ
บ้าน และพ่อแม่ที่อยู่ ตจว.เป้็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องจัดการนะครับ ผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งท่านและหรือหาเพิ่ม ที่ดินไร่นาถึงเวลาให้ญาติพี่น้องจัดการ(ทำนาให้แบ่งข้าว ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้อยู่ครับ) สวนผลไม้ที่ทำไว้คงเก็บผลกินในครอบครัวแจกจ่ายญาติ
ผมก็เคยอยู่ กทม. ตั้งแต่เรียน(เป็นคน ตจว. กาฬสินธ์ุ) และคิดว่าจะทำงานแล้วจะซื้อบ้านอยู่ที่ กทม. ระหว่างเรียนก็ลองทำงานใน กทม. ก็พบว่าการมีที่พักห่างจากที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องที่น่ารันทดมาก(ซื้อคอนโดอยู่) ชีวิตขาดความสุขเพราะต้องใช้ชีวิตเร่งรีบไปทำงาน รีบกิน รอกิน รอเวลาเลิกงานให้พ้นช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดถึงจะกลับบ้านได้อย่างไม่เครียด จะกลับบ้าน ตจว ก็ต้องรอ ปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งค่าตั๊วเครื่องบินแพงมาก นั่งรถกลับก็ 20ชม.
ระหว่านั้นก็หางานที่ ตจว. ไปด้วยครับจนได้งานที่ นครพนม ตอนลาออกมีทั้งคนที่ไมอยากให้เราออก กลัวเราจะลำบาก ที่เดิมก็ดีและมั่นคงอยู่แล้ว(ตอนออกให้เหตุผลว่ากลับมาดูแลพ่อแม่) เมื่อผมมาทำงานที่นครพนม ก็พบว่าตัวเองมีความสุขมาก ผมก็ได้แต่คิดว่าจริงๆแล้วอยู่ กทม.แล้วสบายกว่าอยู่ ตจว. นั้นมันจริงดังที่เค้าพูดหรือป่าว ตัวผมเองนั้นได้คำตอบว่า ความสุขสบายตอนที่อยู่ กทม.นั้น เทียบกับอยู่นครพนมไม่ได้เลยสักนิด คงต้องรอให้ท่านอื่นมาพิสูจน์ว่าเป็นจริงดังที่ผมว่าหรือป่าว ที่ผมกล่าวแบบนี้เพราะตอนนี้ก็ยังต้อง ไป-มา ระหว่าง กทม.-นครพนมทุกเดือน ระหว่างนั้นผมก็พบความแแตกต่างกันชัดเจน จริงๆแล้วชีวิตผมไม่ได้ต้องการความศรีวิไล ความสะดวกสบายมากมายขนาดนั้น ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ คนไม่เยอะ มีเวลาออกกำลังกาย มีอากาศปลอดโปร่ง ได้เลือกทานอาหารแบบอยากกินอะไรที่ตัวเองชอบต้องได้กิน ไม่ต้องรอ และมีรายได้จากงานประจำที่เพียงพอ นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข
เราเลยอยากแนะนำว่าถ้าจะกลับก็ควรจะหางานเป็นหลักแหล่งไว้ก่อนแล้วออกมาเลยครับ ส่วนสังคมหรือแฟนมาหาเอาข้างหน้าได้ อย่างน้อยๆก็กลับมาดูแลพ่อแม่ ทานข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าทานข้าวกับพ่อแม่เรานะครับ ยิ่งเราอายุเยอะขึ้นจะรู้สึกว่าแต่ละปีละปีมันผ่านไปเร็วจริงๆ นี้เดือนหน้าจะธันวาละ แปรบๆปีใหม่อีกละ
งานใน ตจว บางงานก็มีรายได้พอๆกับที่ทำใน กทม. ครับ(แต่ในอนาคตควรจะต้องหาอาชีพเสริมทำร่วม) แต่ถึงจุดๆหนึ่งแล้วบางทีรายได้มันก็ไม่ได้จำเป็นเสมอไปเท่ากับเวลาหรือสุขภาพครับ
บ้าน และพ่อแม่ที่อยู่ ตจว.เป้็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องจัดการนะครับ ผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งท่านและหรือหาเพิ่ม ที่ดินไร่นาถึงเวลาให้ญาติพี่น้องจัดการ(ทำนาให้แบ่งข้าว ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้อยู่ครับ) สวนผลไม้ที่ทำไว้คงเก็บผลกินในครอบครัวแจกจ่ายญาติ
ผมก็เคยอยู่ กทม. ตั้งแต่เรียน(เป็นคน ตจว. กาฬสินธ์ุ) และคิดว่าจะทำงานแล้วจะซื้อบ้านอยู่ที่ กทม. ระหว่างเรียนก็ลองทำงานใน กทม. ก็พบว่าการมีที่พักห่างจากที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องที่น่ารันทดมาก(ซื้อคอนโดอยู่) ชีวิตขาดความสุขเพราะต้องใช้ชีวิตเร่งรีบไปทำงาน รีบกิน รอกิน รอเวลาเลิกงานให้พ้นช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดถึงจะกลับบ้านได้อย่างไม่เครียด จะกลับบ้าน ตจว ก็ต้องรอ ปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งค่าตั๊วเครื่องบินแพงมาก นั่งรถกลับก็ 20ชม.
ระหว่านั้นก็หางานที่ ตจว. ไปด้วยครับจนได้งานที่ นครพนม ตอนลาออกมีทั้งคนที่ไมอยากให้เราออก กลัวเราจะลำบาก ที่เดิมก็ดีและมั่นคงอยู่แล้ว(ตอนออกให้เหตุผลว่ากลับมาดูแลพ่อแม่) เมื่อผมมาทำงานที่นครพนม ก็พบว่าตัวเองมีความสุขมาก ผมก็ได้แต่คิดว่าจริงๆแล้วอยู่ กทม.แล้วสบายกว่าอยู่ ตจว. นั้นมันจริงดังที่เค้าพูดหรือป่าว ตัวผมเองนั้นได้คำตอบว่า ความสุขสบายตอนที่อยู่ กทม.นั้น เทียบกับอยู่นครพนมไม่ได้เลยสักนิด คงต้องรอให้ท่านอื่นมาพิสูจน์ว่าเป็นจริงดังที่ผมว่าหรือป่าว ที่ผมกล่าวแบบนี้เพราะตอนนี้ก็ยังต้อง ไป-มา ระหว่าง กทม.-นครพนมทุกเดือน ระหว่างนั้นผมก็พบความแแตกต่างกันชัดเจน จริงๆแล้วชีวิตผมไม่ได้ต้องการความศรีวิไล ความสะดวกสบายมากมายขนาดนั้น ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ คนไม่เยอะ มีเวลาออกกำลังกาย มีอากาศปลอดโปร่ง ได้เลือกทานอาหารแบบอยากกินอะไรที่ตัวเองชอบต้องได้กิน ไม่ต้องรอ และมีรายได้จากงานประจำที่เพียงพอ นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข
เราเลยอยากแนะนำว่าถ้าจะกลับก็ควรจะหางานเป็นหลักแหล่งไว้ก่อนแล้วออกมาเลยครับ ส่วนสังคมหรือแฟนมาหาเอาข้างหน้าได้ อย่างน้อยๆก็กลับมาดูแลพ่อแม่ ทานข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าทานข้าวกับพ่อแม่เรานะครับ ยิ่งเราอายุเยอะขึ้นจะรู้สึกว่าแต่ละปีละปีมันผ่านไปเร็วจริงๆ นี้เดือนหน้าจะธันวาละ แปรบๆปีใหม่อีกละ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เรียน ทำงานในกทม.จนพอแล้ว อยากหาแรงบันดาลใจในการกลับบ้าน ตจว.(อุดร) เช่นคู่ชีวิตค่ะ
แต่ด้วยความที่ อยู่ กทม.นาน 10 ปีและ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ที่จ.อุดร ทำให้สังคมไม่ค่อยมี
จริงๆมีความคิดนานแล้วว่า จะอยุ่ในกทม.ต่อเพื่ออะไร?
ใช่อยู่ว่า ในกทม. มีงานเยอะกว่า มีเงินแยะกว่า แต่ความสุกลดน้อยลงเรื่อยๆ
ด้วยความที่ใช้ชีวิตคนเดียวในกทม. (โสด) มาก็ 5 ปี คิดว่า หากมีแฟนในกทม. คงจะได้ใช้ชีวิตยาวที่นี้
แล้วพ่อ แม่ ที่ตจว. ละ?
บ้าน ที่ตจว. ละ? ถ้าเราไม่อยู่ไม่ดูแลใครจะอยู่
ที่ดิน ที่นา สวน ไร่ ที่ตจว.ละ ? ถ้าเราไม่กลับบ้านไปดูแล ใครจะทำ
เคยคิดว่า หากหมดบุญพ่อแม่ ก็ขายๆไปแล้วใช้ชีวิตในกทม. สะดวกสบาย
แต่เมื่อเรามีสติ คิดดีๆ ความสุขจริงๆ ไม่ใช่การใช้ชีวิตในกทม.
เราอยากกลับบ้าน
กลับไปสร้างครอบครัว
ดูแลอะไรๆที่คือบ้านเรา
เรากลับบ้านแน่ๆค่ะ แต่ที่มาตั้งกระทู้เพราะ เราเองก็โสดนาน อยากศึกษาดูใจกับผู้ชายในจังหวัด เพื่อเริ่มต้นชีวิตที่นั้นค่ะ ^^