เรื่องราวอาจจะยาวหน่อยนะคะ
ขอเกริ่นก่อนนะคะ คือแฟนเรามีพี่น้อง 3 คน เป็นชายทั้ง 3 คนค่ะ เเฟนเราเป็นคนสุดท้อง
เรากับแฟนคบกันได้ 2 ปีค่ะ เราเป็นลูกกำพร้าอาศัยอยู่กับปู่ย่าตั้งแต่เด็ก ทางบ้านเราสอนให้เราเป็นคนรักนวลสงวนตัวตั้งแต่เด็กค่ะ ซึ่งตลอดเวลาที่คบกันเรากับแฟนไม่เคยมีอะไรกันเลยค่ะ ส่วนตัวเขาเองก็เหมือนจะให้เกียรติเรา แต่ก็มีแอบจับมือหรือแอบหอมแก้มเราบ้าง เราก็พยายามบอกพยายามเตือนว่ามันยังไม่ถึงเวลา ซึ่งมีอยู่วันนึงญาติผู้ใหญ่ของแฟนเสียค่ะ แฟนเลยอ้างว่าจะพาเราเข้าไปไหว้ญาติที่เสีย ซึ่งแฟนเราเองก็เข้ามาขออนุญาตปู่ย่าเราก่อนจะพาเราไปงานศพค่ะ ซึ่งท่านก็อนุญาตให้ไป แต่พอออกจากบ้านมาปุ๊บ แฟนเราขับรถไปอีกเส้นทางหนึ่งที่ไม่ใช่บ้านของเขาซึ่งตอนนั้นเขาพาเราเข้าโรงแรมค่ะ แล้วก็เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น (เขาข่มขืนเรา) 😰😰 (พิมพ์ไปร้องไห้ไป)
วันนั้นเราเสียใจมากเลยค่ะ เราไม่พูดไม่จากับเเฟนไปไหนอาทิตย์เลย ส่วนแฟนเราก็เข้ามาขอโทษเรา เข้ามาขอขมาปู่กับย่าเราที่บ้าน หลวงปู่กับย่าเราทราบเรื่อง ก็ให้แฟนไปบอกพ่อแม่เขาให้เขามาเจรจากับเราที่บ้าน ซึ่งแฟนเราก็ทำตามที่ปู่กับย่าเราบอก แต่แม่เเฟนเขาไม่ยอมมา เขาโวยวายใหญ่เลยค่ะ ส่วนปู่กับย่าเราเขาก็บอกว่าถ้าไม่มาคุยกันที่บ้านของเรา ปู่กับย่าก็จะเข้าไปคุยที่บ้านของเขา แต่เขาไม่ฟังอะไรเลยเอาแต่โวยวาย แฟนเลยให้เราคุยโทรศัพท์กับแม่ของเขา ซึ่งมันทำให้เราตกใจมาก เมื่อได้ยินคำพูดของแม่แฟน เขาบอกเราว่าเป็นผู้หญิงยังไง ทำไมไร้ยางอายแบบนี้ ไม่อายเขาหรอจะมาบ้านผู้ชาย
ไม่อายชาวบ้านเหรอวิ่งไล่จับผู้ชายเนี่ย คำนี้มันทำให้เราเจ็บมากเลยค่ะ
เราฝั่งใจมากกับคำนี้ เราเสียใจที่ทำให้ครอบครัวเราอับอายชาวบ้าน เราคิดมาโดยตลอดว่าเราเป็นผู้หญิงแบบนั้นจริงไหม
พอเขารู้คำว่าเราฐานะยากจน เขาก็ดูถูกเราใหญ่เลยค่ะ จนเวลาผ่านไป 2 ปี แม่แฟนก็ยังไม่เข้ามาคุยมาเจรจากับเราเลยค่ะ แต่เรากับแฟนยังคบกันอยู่นะคะ ที่เรายังคบกันเพราะว่าเรารักแฟนค่ะ จะบอกว่าเรารักเขามากก็ได้ค่ะ เหมือนว่าตอนนั้นเราขาดเขาไม่ได้
เราพยายามลืมคำพูดของแม่แฟนให้หมด แต่เราก็ทำไม่ได้ค่ะ ทุกคำพูดที่เขาเคยดูถูกเรามันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เราเลยเลือกเอาคำพูดพวกนี้มาเป็นแรงผลักดันสร้างเนื้อสร้างตัวให้ดีขึ้นค่ะ ผ่านไปสองปีเราเริ่มขายออนไลน์และดีขึ้นเก็บก้อนนึง ก็ถือว่าไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน ฐานะทางบ้านของเราเริ่มดีขึ้น อยู่ๆแม่เเฟนก็เริ่มพูดดีกับเรา เริ่มเข้ามาทำดีกับเราค่ะ เราเองก็แปลกใจมากค่ะ แต่เราก็ยังคงรู้สึกตะหงิดๆอยู่ เรารู้สึกว่าที่เขามาพูดดีกับเรา เหมือนหวังอะไรสักอย่าง จนเวลาผ่านไปเกือบปี
แฟนเลยลองไปคุยกับแม่ของเขาอีกครั้ง เพื่อให้แม่เขาเข้ามาสู่ขอเรา ถึงแม้เขาก็เข้ามาสู่ขอเราอย่างง่ายดายเลยค่ะ แต่แม่เขาก็ยังคงมีข้อต่อรองว่าเขาจะไม่ยอมเสียเงินแต่งสักบาท ถ้าเกิดอยากแต่งก็ไปหาแต่เราเองแต่แม่ก็จะมาส่งของให้แค่นั้น เราก็ ok ไม่ได้ว่าอะไร เราเลยตกลงกับแฟนว่าจะหาเงินแต่งตัวเองค่ะ เราก็โอเคใจชื้นขึ้นมาหน่อย เมื่อแม่แฟนเขาทำดีกับเรา เราก็ควรจะให้อภัยและทำดีกับเขาตอบ จนตอนนี้เราคบกับแฟนได้ 5 ปีแล้วค่ะ
จนมีอยู่วันหนึ่งเเฟนสมัครทหารค่ะ ซึ่งก่อนไปเข้ากรมก็จะมีการผูกข้อไม้ข้อมือกันก่อนไปค่ะ พอผูกข้อมือเสร็จ เงินที่ได้แม่เเฟนริบไว้คนเดียวหมดเลยค่ะ พอเราถามหาเงินเขาก็โวยวาย ซึ่งเราได้ให้เหตุผลว่าจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เป็นค่าสินสอด (แต่เราก็คิดตลอดว่าเมื่อเราแต่งงานเสร็จ เราก็จะให้เงินคืนเเม่เเฟนค่ะ ก็เหมือนเป็นการตอบแทนที่เขาเลี้ยงดูเเฟนเรามานั่นแหละค่ะ)
เเต่เเม่เเฟนเขาก็ตอกกลับเรามาว่า เลี้ยงแฟนมาจนโตยังไม่ได้เงินคืนจากมันเลยสักบาท มันออกไปทำงานก็ไม่เห็นจะให้เงินคืนเลย ที่แฟนยังไม่ให้เงินคืนก็เพราะว่ากำลังช่วยกันเก็บเงินแต่งงานอยู่ค่ะ แต่แม่แฟนไม่เข้าใจเลย จนมีคำหนึ่งที่เราจุกมากค่ะ ซึ่งในเฟสเขาบอกเราว่าถ้าแค่นี้ให้กันไม่ได้ก็คงไปกันไม่รอดหรอก เราเลยตัดสินใจถามแม่เเฟนไปตรงๆ ว่ายังอยากให้เราคบกับลูกชายเขาอยู่หรือเปล่า แต่คำตอบที่ได้ก็คือแม่แฟนเขาบอกว่าก็แล้วแต่ ไปคิดกันเอาเอง อยากคบต่อหรือไม่อยากคบต่อไปตัดสินใจกันเอง แต่การกระทำของแม่แฟนเหมือนไม่อยากให้เราคบกับแฟนเลย เราควรทำยังไงดีคะ พอพี่ชายคนโตของแฟนรู้ข่าวเขาก็มาด่าเราใหญ่เลย เขาด่าเขาดูถูกเราสารพัด ชุดเรามีคำพูดอะไรที่มันเข้ามาฝังใจเราอีกค่ะ อย่าลืมคำด่าของเขาแต่เราก็ทำไม่ได้ เราเก็บคำด่าเพื่อนเมียมานอนร้องไห้ทุกวันเลยค่ะ เราไม่กล้าบอกใคร แม้เเต่ปู่กับย่าเรา เรากลัวท่านเครียด!
พอพี่ชายของเขาด่าเราเสร็จเขาก็ไปยกเลิกเป็นเพื่อนในเฟสเลยค่ะเขาก็เข้ามาขอโทษเราในแชท แต่เราอยู่กรุงเทพฯเราเลยตัดสินใจที่จะไม่ตอบอะไรกลับไปค่ะ
หลังจากวันนั้นเราก็ตัดสินใจกัดฟันอดทนคบกับแฟนต่อ เลิกกับเขาไม่ได้ จะว่าไปเราก็รักเขามากนั่นแหลค่ะ จนเวลาผ่านไป 1 ปี เรากับแฟนคบกันได้ 6 ปี จะเข้าปีที่ 7 แล้วค่ะ ซึ่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราก็ไม่ข่าวดีค่ะ เราท้องได้ 2-3เดือนแล้ว แฟนเราดีใจมากค่ะ เราเองก็ดีใจมากที่กำลังจะมีตัวน้อย เรากับแฟนก็อยู่กินกันมาเรื่อยๆ จนแฟนพูดขึ้นว่า ถ้าลูกคลอดเมื่อไหร่จะเอาไปให้แม่เขาเลี้ยง ซึ่งแม่เเฟนก็เหมือนอยากจะได้ลูกของเรามากเลยค่ะ เขาไปตกลงอะไรกันเรียบร้อยเเล้ว เมื่อเราได้ยินคำนี้เราเจ็บมากเลยค่ะ เราไม่อยากให้ใครเลี้ยงลูกเราทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่แฟน รู้สึกว่าเราไม่อยากให้ลูกเกิดมามีเลือดไหลเขา เราไม่อยากให้ครอบครัวเขาแตะต้องลูกของเราเลย เหมือนว่าเรายังลืมอดีตไม่ได้เรายังคงฝังใจกับคำพูดที่เคยดูถูกเราอยู่ เพราะเรื่องนี้จะทำให้เราทะเลาะกับแฟนค่ะ เราเครียดมาก มีปากเสียงกันยกใหญ่เลย จนแฟนพูดขึ้นว่าเราเลิกกันดีไหม เราก็ตอบตกลงค่ะ เราไม่อยากให้ลูกของเราตกไปอยู่ในครอบครัวของเขา เลยตัดสินใจที่จะเลี้ยงเอง
คือที่ดิฉันทำแบบนี้ทำถูกแล้วใช่ไหมคะ หรือฉันควรกัดฟันอดทนแล้วยังมีคำว่าครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่
เพิ่งเขียนกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ
เขียนผิดเขียนถูกบ้านต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และให้คำแนะนำนะคะ
ครอบครัวเเม่สามีไม่ชอบเรา แต่พอเราท้องก็อยากได้ลูกเราไปเลี้ยง
ขอเกริ่นก่อนนะคะ คือแฟนเรามีพี่น้อง 3 คน เป็นชายทั้ง 3 คนค่ะ เเฟนเราเป็นคนสุดท้อง
เรากับแฟนคบกันได้ 2 ปีค่ะ เราเป็นลูกกำพร้าอาศัยอยู่กับปู่ย่าตั้งแต่เด็ก ทางบ้านเราสอนให้เราเป็นคนรักนวลสงวนตัวตั้งแต่เด็กค่ะ ซึ่งตลอดเวลาที่คบกันเรากับแฟนไม่เคยมีอะไรกันเลยค่ะ ส่วนตัวเขาเองก็เหมือนจะให้เกียรติเรา แต่ก็มีแอบจับมือหรือแอบหอมแก้มเราบ้าง เราก็พยายามบอกพยายามเตือนว่ามันยังไม่ถึงเวลา ซึ่งมีอยู่วันนึงญาติผู้ใหญ่ของแฟนเสียค่ะ แฟนเลยอ้างว่าจะพาเราเข้าไปไหว้ญาติที่เสีย ซึ่งแฟนเราเองก็เข้ามาขออนุญาตปู่ย่าเราก่อนจะพาเราไปงานศพค่ะ ซึ่งท่านก็อนุญาตให้ไป แต่พอออกจากบ้านมาปุ๊บ แฟนเราขับรถไปอีกเส้นทางหนึ่งที่ไม่ใช่บ้านของเขาซึ่งตอนนั้นเขาพาเราเข้าโรงแรมค่ะ แล้วก็เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น (เขาข่มขืนเรา) 😰😰 (พิมพ์ไปร้องไห้ไป)
วันนั้นเราเสียใจมากเลยค่ะ เราไม่พูดไม่จากับเเฟนไปไหนอาทิตย์เลย ส่วนแฟนเราก็เข้ามาขอโทษเรา เข้ามาขอขมาปู่กับย่าเราที่บ้าน หลวงปู่กับย่าเราทราบเรื่อง ก็ให้แฟนไปบอกพ่อแม่เขาให้เขามาเจรจากับเราที่บ้าน ซึ่งแฟนเราก็ทำตามที่ปู่กับย่าเราบอก แต่แม่เเฟนเขาไม่ยอมมา เขาโวยวายใหญ่เลยค่ะ ส่วนปู่กับย่าเราเขาก็บอกว่าถ้าไม่มาคุยกันที่บ้านของเรา ปู่กับย่าก็จะเข้าไปคุยที่บ้านของเขา แต่เขาไม่ฟังอะไรเลยเอาแต่โวยวาย แฟนเลยให้เราคุยโทรศัพท์กับแม่ของเขา ซึ่งมันทำให้เราตกใจมาก เมื่อได้ยินคำพูดของแม่แฟน เขาบอกเราว่าเป็นผู้หญิงยังไง ทำไมไร้ยางอายแบบนี้ ไม่อายเขาหรอจะมาบ้านผู้ชาย
ไม่อายชาวบ้านเหรอวิ่งไล่จับผู้ชายเนี่ย คำนี้มันทำให้เราเจ็บมากเลยค่ะ
เราฝั่งใจมากกับคำนี้ เราเสียใจที่ทำให้ครอบครัวเราอับอายชาวบ้าน เราคิดมาโดยตลอดว่าเราเป็นผู้หญิงแบบนั้นจริงไหม
พอเขารู้คำว่าเราฐานะยากจน เขาก็ดูถูกเราใหญ่เลยค่ะ จนเวลาผ่านไป 2 ปี แม่แฟนก็ยังไม่เข้ามาคุยมาเจรจากับเราเลยค่ะ แต่เรากับแฟนยังคบกันอยู่นะคะ ที่เรายังคบกันเพราะว่าเรารักแฟนค่ะ จะบอกว่าเรารักเขามากก็ได้ค่ะ เหมือนว่าตอนนั้นเราขาดเขาไม่ได้
เราพยายามลืมคำพูดของแม่แฟนให้หมด แต่เราก็ทำไม่ได้ค่ะ ทุกคำพูดที่เขาเคยดูถูกเรามันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เราเลยเลือกเอาคำพูดพวกนี้มาเป็นแรงผลักดันสร้างเนื้อสร้างตัวให้ดีขึ้นค่ะ ผ่านไปสองปีเราเริ่มขายออนไลน์และดีขึ้นเก็บก้อนนึง ก็ถือว่าไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน ฐานะทางบ้านของเราเริ่มดีขึ้น อยู่ๆแม่เเฟนก็เริ่มพูดดีกับเรา เริ่มเข้ามาทำดีกับเราค่ะ เราเองก็แปลกใจมากค่ะ แต่เราก็ยังคงรู้สึกตะหงิดๆอยู่ เรารู้สึกว่าที่เขามาพูดดีกับเรา เหมือนหวังอะไรสักอย่าง จนเวลาผ่านไปเกือบปี
แฟนเลยลองไปคุยกับแม่ของเขาอีกครั้ง เพื่อให้แม่เขาเข้ามาสู่ขอเรา ถึงแม้เขาก็เข้ามาสู่ขอเราอย่างง่ายดายเลยค่ะ แต่แม่เขาก็ยังคงมีข้อต่อรองว่าเขาจะไม่ยอมเสียเงินแต่งสักบาท ถ้าเกิดอยากแต่งก็ไปหาแต่เราเองแต่แม่ก็จะมาส่งของให้แค่นั้น เราก็ ok ไม่ได้ว่าอะไร เราเลยตกลงกับแฟนว่าจะหาเงินแต่งตัวเองค่ะ เราก็โอเคใจชื้นขึ้นมาหน่อย เมื่อแม่แฟนเขาทำดีกับเรา เราก็ควรจะให้อภัยและทำดีกับเขาตอบ จนตอนนี้เราคบกับแฟนได้ 5 ปีแล้วค่ะ
จนมีอยู่วันหนึ่งเเฟนสมัครทหารค่ะ ซึ่งก่อนไปเข้ากรมก็จะมีการผูกข้อไม้ข้อมือกันก่อนไปค่ะ พอผูกข้อมือเสร็จ เงินที่ได้แม่เเฟนริบไว้คนเดียวหมดเลยค่ะ พอเราถามหาเงินเขาก็โวยวาย ซึ่งเราได้ให้เหตุผลว่าจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เป็นค่าสินสอด (แต่เราก็คิดตลอดว่าเมื่อเราแต่งงานเสร็จ เราก็จะให้เงินคืนเเม่เเฟนค่ะ ก็เหมือนเป็นการตอบแทนที่เขาเลี้ยงดูเเฟนเรามานั่นแหละค่ะ)
เเต่เเม่เเฟนเขาก็ตอกกลับเรามาว่า เลี้ยงแฟนมาจนโตยังไม่ได้เงินคืนจากมันเลยสักบาท มันออกไปทำงานก็ไม่เห็นจะให้เงินคืนเลย ที่แฟนยังไม่ให้เงินคืนก็เพราะว่ากำลังช่วยกันเก็บเงินแต่งงานอยู่ค่ะ แต่แม่แฟนไม่เข้าใจเลย จนมีคำหนึ่งที่เราจุกมากค่ะ ซึ่งในเฟสเขาบอกเราว่าถ้าแค่นี้ให้กันไม่ได้ก็คงไปกันไม่รอดหรอก เราเลยตัดสินใจถามแม่เเฟนไปตรงๆ ว่ายังอยากให้เราคบกับลูกชายเขาอยู่หรือเปล่า แต่คำตอบที่ได้ก็คือแม่แฟนเขาบอกว่าก็แล้วแต่ ไปคิดกันเอาเอง อยากคบต่อหรือไม่อยากคบต่อไปตัดสินใจกันเอง แต่การกระทำของแม่แฟนเหมือนไม่อยากให้เราคบกับแฟนเลย เราควรทำยังไงดีคะ พอพี่ชายคนโตของแฟนรู้ข่าวเขาก็มาด่าเราใหญ่เลย เขาด่าเขาดูถูกเราสารพัด ชุดเรามีคำพูดอะไรที่มันเข้ามาฝังใจเราอีกค่ะ อย่าลืมคำด่าของเขาแต่เราก็ทำไม่ได้ เราเก็บคำด่าเพื่อนเมียมานอนร้องไห้ทุกวันเลยค่ะ เราไม่กล้าบอกใคร แม้เเต่ปู่กับย่าเรา เรากลัวท่านเครียด!
พอพี่ชายของเขาด่าเราเสร็จเขาก็ไปยกเลิกเป็นเพื่อนในเฟสเลยค่ะเขาก็เข้ามาขอโทษเราในแชท แต่เราอยู่กรุงเทพฯเราเลยตัดสินใจที่จะไม่ตอบอะไรกลับไปค่ะ
หลังจากวันนั้นเราก็ตัดสินใจกัดฟันอดทนคบกับแฟนต่อ เลิกกับเขาไม่ได้ จะว่าไปเราก็รักเขามากนั่นแหลค่ะ จนเวลาผ่านไป 1 ปี เรากับแฟนคบกันได้ 6 ปี จะเข้าปีที่ 7 แล้วค่ะ ซึ่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราก็ไม่ข่าวดีค่ะ เราท้องได้ 2-3เดือนแล้ว แฟนเราดีใจมากค่ะ เราเองก็ดีใจมากที่กำลังจะมีตัวน้อย เรากับแฟนก็อยู่กินกันมาเรื่อยๆ จนแฟนพูดขึ้นว่า ถ้าลูกคลอดเมื่อไหร่จะเอาไปให้แม่เขาเลี้ยง ซึ่งแม่เเฟนก็เหมือนอยากจะได้ลูกของเรามากเลยค่ะ เขาไปตกลงอะไรกันเรียบร้อยเเล้ว เมื่อเราได้ยินคำนี้เราเจ็บมากเลยค่ะ เราไม่อยากให้ใครเลี้ยงลูกเราทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่แฟน รู้สึกว่าเราไม่อยากให้ลูกเกิดมามีเลือดไหลเขา เราไม่อยากให้ครอบครัวเขาแตะต้องลูกของเราเลย เหมือนว่าเรายังลืมอดีตไม่ได้เรายังคงฝังใจกับคำพูดที่เคยดูถูกเราอยู่ เพราะเรื่องนี้จะทำให้เราทะเลาะกับแฟนค่ะ เราเครียดมาก มีปากเสียงกันยกใหญ่เลย จนแฟนพูดขึ้นว่าเราเลิกกันดีไหม เราก็ตอบตกลงค่ะ เราไม่อยากให้ลูกของเราตกไปอยู่ในครอบครัวของเขา เลยตัดสินใจที่จะเลี้ยงเอง
คือที่ดิฉันทำแบบนี้ทำถูกแล้วใช่ไหมคะ หรือฉันควรกัดฟันอดทนแล้วยังมีคำว่าครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่
เพิ่งเขียนกระทู้เป็นครั้งแรกค่ะ
เขียนผิดเขียนถูกบ้านต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และให้คำแนะนำนะคะ