สืบเนื่องจากสมัยหนุ่ม ๆ ฐานะทางบ้านผมไม่ค่อยดี ทำให้การไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แทบไม่มีโอกาสเลย กว่าจะเที่ยวได้ ปาไป 40 แล้วครับ จะเอารถเก๋งไป มันก็ไม่ใช่แนว จึงได้ชวนน้องที่ทำงานด้วยกันไปแว๊นกันดีกว่า
ผม "นิ๊กกี้ ไปแว๊นกันดีกว่า"
นิ๊กกี้ "ไม่ไหวพี่ งานเยอะ ผมขี้เกียจขับรถ"
ห่าน พับเสื่อเลย นึกว่าจะไม่ได้ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ประมาณช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ผมแอบไปเที่ยวที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมาก่อนแล้วครับ ขากลับแวะ เมืองมัลลิกา ส่องสาว แล้วค่อยกลับบ้าน แต่ไปคนเดียว มันเหงาครับ ไม่ไหว ๆ สงสัยไม่ได้ไปเที่ยวแล้ว แต่แล้วโอกาสของผมก็มาถึง
27 ตุลาคม 2561
นิ๊กกี้ "พี่ ผมออกรถมาแล้ว พร้อมออกทริปแล้วเนี้ย จัดเลยป่าว"
ผม "เชรด ออกตัวไรมา"
นิ๊กกี้ "CB300"
ผม "ห่าน จะขับตามทันหรอวะเนี้ย"
นิ๊กกี้ "ไปเรื่อย ๆ พี่ 90-100"
ผม "จัดเด้ ไปเลย"
หลังจากคุยกันแล้ว สรุปว่า ไปเที่ยวบ้านอีต่อง กางเต๊นท์นอนชิล แล้วค่อยกลับ
นัดหมายและลางานกันเรียบร้อยครับ ฤกษ์ดีวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เจอกันจุดนัดพบ Lotus ศาลายา เวลา 05:00 AM
3 พฤศจิกายน 2561
นิ๊กกี้มาถึง 05:10 am
นิ๊กกี้ "โทษทีพี่ มัวแต่เสียเวลารัดของอยู่ รัดไม่ค่อยอยู่"
ผม "เออ ๆ เอาสายรัดมาให้พี่ยืมมั่งดิ ไม่อยู่เหมือนกัน"
สายรัดที่ผมใช้เป็นแบบเชือกครับ ด้วยความที่มือใหม่กันทั้งคู่ หารู้ไม่ความซวยกำลังมาเยือน (ดูรูปที่รัดได้ตอนจอดที่เขื่อนวชิราลงกรณ์นะครับ)
***** ลางแห่งหายนะ กำลังมาเยือนพวกผมแบบไม่รู้ตัว *****
ลืมไปครับ ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมาใส่ร้ายอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เหตุอันเกิดจากทริปนี้ เป็นความกากของพวกผมล้วน ๆ ครับ
เริ่มออกตัวครับ ถึงแยกแก่งเสื้ยน น่าจะซัก 7 โมงกว่า
นิ๊กกี้ "พี่สายรัดขาด"
ผม "

ล่ะ สงสัยไปโดนล้อ"
นิ๊กกี้ "รัดใหม่พี่"
ผม "เออ ๆ เอาดี ๆ คราวนี้เป๊ะ"
หลังจากรัดของใหม่ ก็อัดกันยาวครับ ไปจอดเติมน้ำมันกันแถว ๆ ปั๊ม ปตท เลี่ยงเมือง ซัดกาแฟ ขนมปัง ซื้อของนิดหน่อย พอเข้าช่วง อ.ไทรโยค อากาศดีมากครับ หมอกลงหนาวมาก ๆ สวยด้วยครับ สูดอากาศบริสุทธิ์แบบเต็ม ๆ ปอด แต่มือแข็งครับ เร่งไม่ค่อยขึ้น
และก็ถึงจุดจอดแรกของพวกผม
1. เขื่อนวชิราลงกรณ์ครับ (10:00 AM)

สายรัดที่พวกผมใช้กันครับ

ถ่ายรูปชมวิว กันซักพัก ก็ออกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ครับ เป้าหมายต่อไป อ. ทองผาภูมิครับ ไปแวะทานบะหมี่เกี๊ยวร้านคุณป้าข้างทาง จำร้านไม่ได้แล้วครับ แต่อร่อยดี (หรือหิวก็ไม่รู้)
เสียงมือถือผมดังขึ้น
เจ (ลูกน้องผม) "พี่ตู่ครับ internet เข้าไม่ได้ทั้ง office เลย"
ผม "เชรด นี่ถ้าขึ้นเขาแล้ว ไม่มีสัญญาณ จบเลยเนี้ย พี่มาเที่ยวเว้ย"
เจ "ให้ผมทำไงดีพี่"
ผม "ทำไรไม่ได้ ก็บอกเค้าไปว่า วันจันทร์พี่ก็กลับแล้ว พี่ไม่มีคอม ทำมาหากินไม่ได้" (จริง ๆ ใช้มือถือก็ได้ครับ แต่ขั้นตอนโคตรเยอะ กว่าจะ teamviewer เข้าคอมที่ office เพื่อ remote เข้า AD บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แต่ผมขี้เกียจครับ)
ซักพัก นึกขึ้นได้ โอว เรามีพันธมิตรที่ดี Network Engineer ผู้แสนดีของเรา "คุณสาทร" ไม่รอช้า ผมโทรหาทันที
ผม "คุณสาทรครับ internet ที่ office ร่วงครับ ฝาก remote เข้าไปเช็คให้ที"
คุณสาทร "ได้ครับผม ซักครู่ครับ"
ซักพักคุณสาทรก็โทรกลับมา
คุณสาทร "คุณตู่ ผม login เข้า AD ไม่ได้เลยครับ มันค้างหน้าจอดำ เอาไงดีครับ"
ผม "คุณสาทร shutdown เลยครับ reboot ใหม่"
หลังสิ้น process internet office กลับมาใช้งานได้ ผมกลายเป็นคนไร้ตัวตนอีกครั้ง จึงทานข้าวเสร็จ แล้วเตรียมขึ้นไปเช่าเต๊นท์ เป้าหมายอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ขึ้นไปช่วงแรก ๆ เอ ถนนก็ดีนี่นา ไหนเค้าว่าหลุมมันเยอะ (อ่านมาจากหลายแห่ง) มันก็ขึ้นได้ชิล ๆ นา พอขึ้นไปซักพัก อ่า ของจริงนี่หว่า แถมเจอรถบรรทุกท้าทาย skill การขับขี่อีกด้วย หากท่านใดจะมาขอแค่ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หากไม่เคยขึ้นเขา พยายามศึกษาข้อมูลมาก่อนครับ ฟันฟ่ามาซักพัก ก็ถึงกันครับ
2. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ (12:00 PM)
มาถึงก็ชำระค่าเข้าพัก เช่าเต๊นท์ ก็ไปกางเต็นท์เพื่อเก็บของและพักผ่อนซักครู่ จะได้ไปต่อตัวเบา ๆ ใช้เวลาไปประมาณ 45 นาทีครับ
ออกจากอุทยาน ไปเที่ยวต่อครับ
3. น้ำตกจ๊อกกระดิ่น (13:30 PM)
พอมาถึงน้ำตก ความเหนื่อยหายหมดสิ้นครับ รออะไร เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงเล่นน้ำสิครับ ไม่ผิดหวังครับมาไกลจากบ้าน 300 กว่ากิโล น้ำเย็นมาก ๆ ครับ ตอนผมมาถึงคนยังน้อยอยู่ เล่นน้ำกันซัก 30 นาที ทนความหนาวไม่ไหวครับ ไปเที่ยวหมู่บ้านอีต่องกันต่อ

4. หมุ่บ้านอีต่อง (14:30 PM)
หลังจากเดินทางมาไกล ขอหาของกินก่อนครับ ร้านแรกเลยครับ โรตีใส่ไข่ ราคามิตรภาพมาก ๆ ครับ 20 บาทไทย

ถ่ายกับเพื่อนซักรูป เห็นเค้านั่งตากแดดนานละ

แล้วก็ไปนั่งทานข้าวกันซักพัก ซดเบียร์ไป 1 กระป๋อง แล้วไปต่อครับ
5. ช่องมิตรภาพ (15:40 PM)
เจอเจ้าถิ่นครับ
6. เนินช้างศึก (16:00 PM)
ทางขึ้นมาไม่ง่ายซะทีเดียวนะครับ มีทั้งหลุมและเหล็กเส้น สภาพทางโหดกว่าทางขึ้นมาพอสมควร ผมตัดสินใจว่าจะรออยู่ที่นี่ดูพระอาทิตย์ตกดินครับ ระหว่างนั่งรอ เห็นว่ามีรถขึ้นมาเยอะมาก น่าจะเป็นรถของกลุ่มคนที่มาดูพระอาทิตย์ตกเหมือนกัน เลยกะว่าเก็บรูปมาซักนิดหน่อย แล้วรีบชิ่งลงดีกว่า เพราะเราไม่ชินทาง

เจ้าถิ่นครับ กำลังหลับสบาย เพราะอากาศเย็นมาก ๆ

เก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินมาพอสมควรครับ

รีบชิ่งกลับไปนอนที่อุทยานครับ (19:00 PM)
พอไปถึงก็อาบน้ำ กินขนมที่จัดเตรียมไว้ นอนพักครับ (20:30 PM)
4 พฤศจิกายน 2561
ตื่นนอน (06:00 AM)
นิ๊กกี้ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 5 ครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลยออกสายหน่อย เก็บของ เต็นท์ เจอพี่ที่มากางเต๊นท์ที่นี่เหมือนกัน ขับเจ้านี่มาครับ

หลังจากเห็นพี่เค้าใช้สายรัด พวกผมมองหน้ากันอย่างเข้าใจเลย
"แม่ม trip นี้เรา

พลาดอย่างเดียวคือ ไอ้สายรัดเนี้ย ใช้อย่างของพี่เค้าชัวร์สุด"
คือ พวกผมประสบปัญหากับสายรัดมาตลอดทาง รัดไม่ค่อยอยู่ แปป ๆ มันจะหล่น หรืออาจจะเป็นได้ว่าพวกผมกากเอง มันเลยไม่อยู่ มันไม่ค่อยมั่นใจครับ ตลอดทางขากลับต้องคอยจับตลอด 5555+
ออกจากอุทยานช่วง 09:00 AM ครับ เจอแจ๋วแหววด้วย มารับแขกช่วงเช้า

ขาลงมารู้สึกว่าใช้เวลาน้อยกว่าขาขึ้นเยอะเลย (ไม่เจอรถบรรทุกนิหว่า) แวะทานเข้าเช้าที่ อ. ทองผาภูมิ ร้านข้าวแกง บุฟเฟ่ครับ 40 บาทเติมได้ไม่อั้น แต่ถ้ากินไม่หมด น้องบอกว่า ไปล้างจานหลังร้าน (ขออภัยผมจำชื่อร้านไม่ได้) รู้แค่ว่าร้านแรกเลยจาก 7-11 ไปครับ
ระหว่างทางลงก็แวะเที่ยวมาเรื่อย น้ำพุร้อนหินดาด ปราสาทเมืองสิงห์ และแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท แถว ๆ กำแพงแสน โอ้วไม่น่าเชื่อ

เจอพี่เค้าอีกรอบครับ เลยนั่งคุยกันพักใหญ่ พี่เค้าเที่ยวทุกเดือน น่าอิจฉามากครับ สรุปค่าใช้กันจ่าย
พี่เค้าเติมน้ำมันไปทั้งหมด 80 บาท 4 รอบ = 320 บาทครับ โอว อยากจะออก เวฟซักคัน
ได้หลักฐานการไปเที่ยวมา 1 ชิ้นถ้วนครับ กะว่าอีกหน่อยจะห้อยให้เป็นพวงเลย

ส่วนพวกผมสรุปค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ดังนี้
ค่าน้ำมัน = 170+190+110+200 = 670 บาท
ค่าขนม = 300 บาท
ค่าอาหาร = 300 บาท
ค่าของฝาก = 100 บาท
ค่าเช่าเต็นท์+ค่าเข้าอุทยาน = 600 (คร่าว ๆ ครับ ผมจำไม่ได้)
ค่าเข้าน้ำพุร้อน+ปราสาทเมืองสิงห์ = 60 บาท
รวม = 2,030 บาทครับ
ผมถึงบ้านกันโดดสวัสดิภาพครับ ในเวลาประมาณ 16:00 PM
Remark
1. สำหรับคนที่มีคำถามว่า รถไม่แรงขึ้นได้ไหม ผมมีคำตอบให้แล้วครับ ไปเรื่อย ๆ ก็ถึงครับ
2. ประสบการณ์ในการขับรถสำคัญครับ แต่ถ้าใจสู้ ก็ไปไหวครับ ขอแค่ไม่ประมาทครับ
3. ความชันผมว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับสิงห์นักบิดนะครับ แต่ถนนลื่น และหลุม นี่สร้างปัญหาพอสมควร
4. คราวหน้าพวกผมจะใช้สายรัดแบบยางยืดแบบพี่ที่ที่เวฟใช้แล้วครับ
5. เงิน 2,000 บาท แลกกับการได้พักผ่อนแบบเต็ม ๆ อากาศดี ๆ ได้ประสบการณ์และได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ผมมองว่าคุ้มค่าครับ
6. รูปน้อยไปหน่อยครับ ช่วงทางขึ้นก็ไม่ได้ถ่ายครับ เสียว รอบหน้าจะจัดรูปมาเยอะ ๆ ครับ (ผู้ชายไปเที่ยว ถ่ายทำไรเยอะแยะ)
สำคัญ
1. ถึงคนที่รู้จักผมและภรรยาผม ถ้าเค้าถาม บอกว่าผมไม่เคยไปบ้านอีต่องนะครับ (ขอไปเที่ยวแค่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น) มีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ครับ
2. ถึงคนที่รู้จักพ่อกับแม่ของนิ๊กกี้ ห้ามบอกพ่อกับแม่เด็ดขาดว่าหนีเที่ยวครับ (แต่บอกแฟนมันได้ครับ)
EP02-คิดว่าจะไปภูทับเบิกกันครับผม
EP01-แก่แล้วเที่ยวได้-อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ-บ้านปิล๊อก
ผม "นิ๊กกี้ ไปแว๊นกันดีกว่า"
นิ๊กกี้ "ไม่ไหวพี่ งานเยอะ ผมขี้เกียจขับรถ"
ห่าน พับเสื่อเลย นึกว่าจะไม่ได้ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ประมาณช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ผมแอบไปเที่ยวที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมาก่อนแล้วครับ ขากลับแวะ เมืองมัลลิกา ส่องสาว แล้วค่อยกลับบ้าน แต่ไปคนเดียว มันเหงาครับ ไม่ไหว ๆ สงสัยไม่ได้ไปเที่ยวแล้ว แต่แล้วโอกาสของผมก็มาถึง
27 ตุลาคม 2561
นิ๊กกี้ "พี่ ผมออกรถมาแล้ว พร้อมออกทริปแล้วเนี้ย จัดเลยป่าว"
ผม "เชรด ออกตัวไรมา"
นิ๊กกี้ "CB300"
ผม "ห่าน จะขับตามทันหรอวะเนี้ย"
นิ๊กกี้ "ไปเรื่อย ๆ พี่ 90-100"
ผม "จัดเด้ ไปเลย"
หลังจากคุยกันแล้ว สรุปว่า ไปเที่ยวบ้านอีต่อง กางเต๊นท์นอนชิล แล้วค่อยกลับ
นัดหมายและลางานกันเรียบร้อยครับ ฤกษ์ดีวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เจอกันจุดนัดพบ Lotus ศาลายา เวลา 05:00 AM
3 พฤศจิกายน 2561
นิ๊กกี้มาถึง 05:10 am
นิ๊กกี้ "โทษทีพี่ มัวแต่เสียเวลารัดของอยู่ รัดไม่ค่อยอยู่"
ผม "เออ ๆ เอาสายรัดมาให้พี่ยืมมั่งดิ ไม่อยู่เหมือนกัน"
สายรัดที่ผมใช้เป็นแบบเชือกครับ ด้วยความที่มือใหม่กันทั้งคู่ หารู้ไม่ความซวยกำลังมาเยือน (ดูรูปที่รัดได้ตอนจอดที่เขื่อนวชิราลงกรณ์นะครับ)
***** ลางแห่งหายนะ กำลังมาเยือนพวกผมแบบไม่รู้ตัว *****
ลืมไปครับ ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมาใส่ร้ายอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เหตุอันเกิดจากทริปนี้ เป็นความกากของพวกผมล้วน ๆ ครับ
เริ่มออกตัวครับ ถึงแยกแก่งเสื้ยน น่าจะซัก 7 โมงกว่า
นิ๊กกี้ "พี่สายรัดขาด"
ผม "
นิ๊กกี้ "รัดใหม่พี่"
ผม "เออ ๆ เอาดี ๆ คราวนี้เป๊ะ"
หลังจากรัดของใหม่ ก็อัดกันยาวครับ ไปจอดเติมน้ำมันกันแถว ๆ ปั๊ม ปตท เลี่ยงเมือง ซัดกาแฟ ขนมปัง ซื้อของนิดหน่อย พอเข้าช่วง อ.ไทรโยค อากาศดีมากครับ หมอกลงหนาวมาก ๆ สวยด้วยครับ สูดอากาศบริสุทธิ์แบบเต็ม ๆ ปอด แต่มือแข็งครับ เร่งไม่ค่อยขึ้น
และก็ถึงจุดจอดแรกของพวกผม
1. เขื่อนวชิราลงกรณ์ครับ (10:00 AM)
สายรัดที่พวกผมใช้กันครับ
ถ่ายรูปชมวิว กันซักพัก ก็ออกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ครับ เป้าหมายต่อไป อ. ทองผาภูมิครับ ไปแวะทานบะหมี่เกี๊ยวร้านคุณป้าข้างทาง จำร้านไม่ได้แล้วครับ แต่อร่อยดี (หรือหิวก็ไม่รู้)
เสียงมือถือผมดังขึ้น
เจ (ลูกน้องผม) "พี่ตู่ครับ internet เข้าไม่ได้ทั้ง office เลย"
ผม "เชรด นี่ถ้าขึ้นเขาแล้ว ไม่มีสัญญาณ จบเลยเนี้ย พี่มาเที่ยวเว้ย"
เจ "ให้ผมทำไงดีพี่"
ผม "ทำไรไม่ได้ ก็บอกเค้าไปว่า วันจันทร์พี่ก็กลับแล้ว พี่ไม่มีคอม ทำมาหากินไม่ได้" (จริง ๆ ใช้มือถือก็ได้ครับ แต่ขั้นตอนโคตรเยอะ กว่าจะ teamviewer เข้าคอมที่ office เพื่อ remote เข้า AD บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แต่ผมขี้เกียจครับ)
ซักพัก นึกขึ้นได้ โอว เรามีพันธมิตรที่ดี Network Engineer ผู้แสนดีของเรา "คุณสาทร" ไม่รอช้า ผมโทรหาทันที
ผม "คุณสาทรครับ internet ที่ office ร่วงครับ ฝาก remote เข้าไปเช็คให้ที"
คุณสาทร "ได้ครับผม ซักครู่ครับ"
ซักพักคุณสาทรก็โทรกลับมา
คุณสาทร "คุณตู่ ผม login เข้า AD ไม่ได้เลยครับ มันค้างหน้าจอดำ เอาไงดีครับ"
ผม "คุณสาทร shutdown เลยครับ reboot ใหม่"
หลังสิ้น process internet office กลับมาใช้งานได้ ผมกลายเป็นคนไร้ตัวตนอีกครั้ง จึงทานข้าวเสร็จ แล้วเตรียมขึ้นไปเช่าเต๊นท์ เป้าหมายอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ขึ้นไปช่วงแรก ๆ เอ ถนนก็ดีนี่นา ไหนเค้าว่าหลุมมันเยอะ (อ่านมาจากหลายแห่ง) มันก็ขึ้นได้ชิล ๆ นา พอขึ้นไปซักพัก อ่า ของจริงนี่หว่า แถมเจอรถบรรทุกท้าทาย skill การขับขี่อีกด้วย หากท่านใดจะมาขอแค่ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หากไม่เคยขึ้นเขา พยายามศึกษาข้อมูลมาก่อนครับ ฟันฟ่ามาซักพัก ก็ถึงกันครับ
2. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ (12:00 PM)
มาถึงก็ชำระค่าเข้าพัก เช่าเต๊นท์ ก็ไปกางเต็นท์เพื่อเก็บของและพักผ่อนซักครู่ จะได้ไปต่อตัวเบา ๆ ใช้เวลาไปประมาณ 45 นาทีครับ
ออกจากอุทยาน ไปเที่ยวต่อครับ
3. น้ำตกจ๊อกกระดิ่น (13:30 PM)
พอมาถึงน้ำตก ความเหนื่อยหายหมดสิ้นครับ รออะไร เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงเล่นน้ำสิครับ ไม่ผิดหวังครับมาไกลจากบ้าน 300 กว่ากิโล น้ำเย็นมาก ๆ ครับ ตอนผมมาถึงคนยังน้อยอยู่ เล่นน้ำกันซัก 30 นาที ทนความหนาวไม่ไหวครับ ไปเที่ยวหมู่บ้านอีต่องกันต่อ
4. หมุ่บ้านอีต่อง (14:30 PM)
หลังจากเดินทางมาไกล ขอหาของกินก่อนครับ ร้านแรกเลยครับ โรตีใส่ไข่ ราคามิตรภาพมาก ๆ ครับ 20 บาทไทย
ถ่ายกับเพื่อนซักรูป เห็นเค้านั่งตากแดดนานละ
แล้วก็ไปนั่งทานข้าวกันซักพัก ซดเบียร์ไป 1 กระป๋อง แล้วไปต่อครับ
5. ช่องมิตรภาพ (15:40 PM)
เจอเจ้าถิ่นครับ
6. เนินช้างศึก (16:00 PM)
ทางขึ้นมาไม่ง่ายซะทีเดียวนะครับ มีทั้งหลุมและเหล็กเส้น สภาพทางโหดกว่าทางขึ้นมาพอสมควร ผมตัดสินใจว่าจะรออยู่ที่นี่ดูพระอาทิตย์ตกดินครับ ระหว่างนั่งรอ เห็นว่ามีรถขึ้นมาเยอะมาก น่าจะเป็นรถของกลุ่มคนที่มาดูพระอาทิตย์ตกเหมือนกัน เลยกะว่าเก็บรูปมาซักนิดหน่อย แล้วรีบชิ่งลงดีกว่า เพราะเราไม่ชินทาง
เจ้าถิ่นครับ กำลังหลับสบาย เพราะอากาศเย็นมาก ๆ
เก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินมาพอสมควรครับ
รีบชิ่งกลับไปนอนที่อุทยานครับ (19:00 PM)
พอไปถึงก็อาบน้ำ กินขนมที่จัดเตรียมไว้ นอนพักครับ (20:30 PM)
4 พฤศจิกายน 2561
ตื่นนอน (06:00 AM)
นิ๊กกี้ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 5 ครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลยออกสายหน่อย เก็บของ เต็นท์ เจอพี่ที่มากางเต๊นท์ที่นี่เหมือนกัน ขับเจ้านี่มาครับ
หลังจากเห็นพี่เค้าใช้สายรัด พวกผมมองหน้ากันอย่างเข้าใจเลย
"แม่ม trip นี้เรา
คือ พวกผมประสบปัญหากับสายรัดมาตลอดทาง รัดไม่ค่อยอยู่ แปป ๆ มันจะหล่น หรืออาจจะเป็นได้ว่าพวกผมกากเอง มันเลยไม่อยู่ มันไม่ค่อยมั่นใจครับ ตลอดทางขากลับต้องคอยจับตลอด 5555+
ออกจากอุทยานช่วง 09:00 AM ครับ เจอแจ๋วแหววด้วย มารับแขกช่วงเช้า
ขาลงมารู้สึกว่าใช้เวลาน้อยกว่าขาขึ้นเยอะเลย (ไม่เจอรถบรรทุกนิหว่า) แวะทานเข้าเช้าที่ อ. ทองผาภูมิ ร้านข้าวแกง บุฟเฟ่ครับ 40 บาทเติมได้ไม่อั้น แต่ถ้ากินไม่หมด น้องบอกว่า ไปล้างจานหลังร้าน (ขออภัยผมจำชื่อร้านไม่ได้) รู้แค่ว่าร้านแรกเลยจาก 7-11 ไปครับ
ระหว่างทางลงก็แวะเที่ยวมาเรื่อย น้ำพุร้อนหินดาด ปราสาทเมืองสิงห์ และแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท แถว ๆ กำแพงแสน โอ้วไม่น่าเชื่อ
เจอพี่เค้าอีกรอบครับ เลยนั่งคุยกันพักใหญ่ พี่เค้าเที่ยวทุกเดือน น่าอิจฉามากครับ สรุปค่าใช้กันจ่าย
พี่เค้าเติมน้ำมันไปทั้งหมด 80 บาท 4 รอบ = 320 บาทครับ โอว อยากจะออก เวฟซักคัน
ได้หลักฐานการไปเที่ยวมา 1 ชิ้นถ้วนครับ กะว่าอีกหน่อยจะห้อยให้เป็นพวงเลย
ส่วนพวกผมสรุปค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ดังนี้
ค่าน้ำมัน = 170+190+110+200 = 670 บาท
ค่าขนม = 300 บาท
ค่าอาหาร = 300 บาท
ค่าของฝาก = 100 บาท
ค่าเช่าเต็นท์+ค่าเข้าอุทยาน = 600 (คร่าว ๆ ครับ ผมจำไม่ได้)
ค่าเข้าน้ำพุร้อน+ปราสาทเมืองสิงห์ = 60 บาท
รวม = 2,030 บาทครับ
ผมถึงบ้านกันโดดสวัสดิภาพครับ ในเวลาประมาณ 16:00 PM
Remark
1. สำหรับคนที่มีคำถามว่า รถไม่แรงขึ้นได้ไหม ผมมีคำตอบให้แล้วครับ ไปเรื่อย ๆ ก็ถึงครับ
2. ประสบการณ์ในการขับรถสำคัญครับ แต่ถ้าใจสู้ ก็ไปไหวครับ ขอแค่ไม่ประมาทครับ
3. ความชันผมว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับสิงห์นักบิดนะครับ แต่ถนนลื่น และหลุม นี่สร้างปัญหาพอสมควร
4. คราวหน้าพวกผมจะใช้สายรัดแบบยางยืดแบบพี่ที่ที่เวฟใช้แล้วครับ
5. เงิน 2,000 บาท แลกกับการได้พักผ่อนแบบเต็ม ๆ อากาศดี ๆ ได้ประสบการณ์และได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ผมมองว่าคุ้มค่าครับ
6. รูปน้อยไปหน่อยครับ ช่วงทางขึ้นก็ไม่ได้ถ่ายครับ เสียว รอบหน้าจะจัดรูปมาเยอะ ๆ ครับ (ผู้ชายไปเที่ยว ถ่ายทำไรเยอะแยะ)
สำคัญ
1. ถึงคนที่รู้จักผมและภรรยาผม ถ้าเค้าถาม บอกว่าผมไม่เคยไปบ้านอีต่องนะครับ (ขอไปเที่ยวแค่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น) มีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ครับ
2. ถึงคนที่รู้จักพ่อกับแม่ของนิ๊กกี้ ห้ามบอกพ่อกับแม่เด็ดขาดว่าหนีเที่ยวครับ (แต่บอกแฟนมันได้ครับ)
EP02-คิดว่าจะไปภูทับเบิกกันครับผม