[SR] รีวิวโรบอทดูดฝุ่น Autobot รุ่น Storm มันเจ๋งดีนะ

หลังจากที่ผมหยิบโรบอทดูดฝุ่นทั้ง 6 รุ่น 6 ตัวที่ผมมีในบ้าน มารีวิวให้ทุกท่านอ่าน ตามกระทู้ด้านล่างนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ก็มีผู้อุปการะคุณท่านหนึ่งติดต่อมา พร้อมกับบรรยายสั้นๆ ว่า มีโรบอทรุ่นใหม่ ฟังก์ชันไม่แพ้ Roborock เลยหละ (ถ้าใครตามอ่านกระทู้ผม จะพบว่า ผมประทับใจ Roborock ดั่งซุปเปอร์สตาร์มาแรงของวงการ) ทั้ง..
- วางแผนการเดินด้วยระบบ Laser (เป็น Priority Function ของผมเลย)
- สั่งงานผ่าน App (อันนี้ในยุคปัจจุบัน และอนาคต ผมว่าก็ขาดไม่ได้ละนะ)
- มี Mop และฟังก์ชันการเดินสำหรับการถูพื้น
- ความฉลาด ไม่ต้องห่วง เดินกลับแท่นชาร์จเองได้ แบตมากมาย ดูดได้หลายห้อง ไม่ซุ่มซ่ามเดินตกบันได
- แถมมีประกันศูนย์อีก 1 ปีอีกต่างหาก (แน่นอนอันนี้คือจุดอ่อน Roborock เต็มๆ)
- ฟังก์ชันระดับนี้ ถ้าไม่ใช่ Xiaomi ที่ไม่มีประกัน ยังไงๆ ก็ต้องมีงบระดับ 2 หมื่นอัพๆ แน่ๆ แต่ทั้งหมดนี้ เขาเคลมมาว่า อยู่ในราคาหมื่นกลางๆ เอง โห้

โอเคครับ สนใจครับ

งั้นรบกวนลองเอาไปใช้ และช่วยรีวิวแบบไม่ต้องเกรงใจให้หน่อย

ได้เลยครับ จัดไป
ป.ล. ผมจะรีวิว แบบบ้านๆ นะครับ ไม่ได้ตีลึกในรายละเอียดฟังก์ชัน หรือการใช้งาน แต่น่าจะกระแทกความคิดพื้นฐานของคนที่กำลังมองหา และตัดสินใจซื้อโรบอทดูดฝุ่นสักเครื่อง หรืออีกสักเครื่อง
ป.ล. 2 ผมอธิบายก่อน แล้วค่อยลงรูปนะ (คำอธิบายมาก่อนรูปนั่นเอง)
ป.ล. 3 ในระหว่างทาง ผมจะมีเทียบกับ Roborock อยู่เนืองๆ นะครับ
..........
เจ้าโรบอทตัวกลมๆ ดำๆ ตัวนี้ มีชื่อ ยี่ห้อ+รุ่น ว่า Autobot Storm

เนี่ยครับ หน้าตากล่องที่ส่งมาเป็นแบบนี้ (แกะออกมาจากกล่องสีน้ำตาลที่ห่อซ้อนมาเรียบร้อย)

แน่นอนว่า มีคำว่า Autobot นำ สำหรับผมเอง ก็รู้สึกอุ่นใจไปปอดใหญ่ เพราะด้วยความคุ้นเคยของผมที่เคยใช้มาหลายรุ่นตั้งแต่ Autobot Smart, Vortex รวมถึง Neato ด้วย แต่ว่ารุ่นนี้ ผมเองก็แทบไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่ได้มาทดลองใช้ หวังว่า มันจะเป็นประโยชน์ทั้งฝั่ง.. ผู้บริโภคอย่างเราๆที่เผลอเปิดมาอ่าน และกำลังมองหาหรือสนใจโรบอทดูดฝุ่นอยู่พอดี  กับทางผู้จำหน่าย ก็น่าจะได้นำข้อมูลหลายๆ อย่างไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นด้วยนะครับ

อันนี้ด้านหลังของกล่องครับ ที่อธิบายความสามารถเฉพาะตัวเบื้องต้นให้เราตื่นเต้นก่อน มองคร่าวๆ กับสิ่งที่คุณ Storm แกสาธยายไว้
- ทำความสะอาดข้ามห้องได้: อันนี้สำคัญครับ เพราะไม่งั้น ก็ต้องซื้อห้องละเครื่อง หรือไม่ก็ต้องยกไปยกมา แต่!!! ถ้าบ้านไหนมีประตูปิดไว้อยู่ทุกห้องก็ต้องให้ประตูเปิดทิ้งไว้ด้วยนะครับ เพราะโรบอทเปิดประตูเองไม่ได้ ..สำหรับผมเอง ฟังก์ชันนี้ สำคัญและมีประโยชน์มากๆ ครับ

- เชื่อมไวไฟ และสั่งงานผ่าน App ได้: ตามที่กล่าวไว้เบื้องต้นด้านบน เป็นฟังก์ชันที่สำคัญสำหรับผมเช่นกัน เพราะมันสะดวก และยืดหยุ่นในการใช้งานมากๆ เพราะผมไม่ชอบตั้ง Schedule ล่วงหน้า แต่ใช้วิธี จะกลับบ้าน กทม.ที (ผมทำงานต่างจังหวัดครับ) ก็กดสั่งให้ดูดตอนก่อนจะขึ้นเครื่อง หรือบางทีกลัวลืม ผมก็ตั้ง Schedule ล่วงหน้า ตอนอยู่นอกบ้านได้เลย กลับถึงบ้านพื้นจะได้สะอาด และไม่ต้องทนฟังพลังเสียงของมันอีก

- มีระบบกันตก--> โอย ฟังก์ชันนี้ โรบอทรุ่นไหนไม่มี อย่าไปซื้อเลยครับ เบสิคของเบสิคของเบสิคฟังก์ชันเลยทีเดียว

- แรงดูดทรงพลัง--> จริงๆ เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยสนใจมาแต่ไหนแต่ไรนะครับ แบบว่า.. ก็ดูดอะ ดูดฝุ่นให้ขึ้นก็พอ แต่ก็... มีแรงดูดแรงๆ ดั่งพายุไว้ก่อนก็น่าจะดีกว่า ซึ่ง Storm เองก็เลือกความแรงของพายุได้ 3 ระดับครับ Eco - Normal - Turbo (สุดท้าย.. คนธรรมดาอย่างผม ก็เลือก Normal ตลอดนั่นแล)

- แบต Li-ion 3200 mAh--> เป็นเรื่องที่ผมไม่ได้ให้น้ำหนักมากมายอีกเช่นกัน เพราะถ้าโรบอทคุณเดินแบบมีแบบแผน ไม่ได้เดินแบบสุ่ม ยังไงก็ใช้เวลาไม่มากในการดูดครับ ซึ่ง... ถ้าบ้านคุณไม่ได้ใหญ่ระดับห้อง Ballroom โรงแรม 5 ดาว ยังไงแบตเตอรี่ก็พออยู่แล้วครับ อย่างไรก็ตาม การที่แบตเตอรี่มีขนาดพลังที่ค่อนข้างมาก ก็การันตีว่า อึดอยู่นะ หายห่วงเรื่องใช้ๆ ได้แป๊บเดียวแล้วแบตหมด

- ถังขยะขนาด 600 ml--> สำหรับผม มองว่าขนาดถังขยะกำลังดีอยู่นะครับ ไม่เล็กไป หรือใหญ่ไป บ้านใครฝุ่นเยอะหน่อย ก็จะได้ไม่ต้องถอดไปทิ้งบ่อยๆ ครับ ซึ่งจริงๆ พอใช้ไป ผมพบว่า จะเล็ก จะใหญ่ ก็ควรเปิดเอาเศษขยะต่างๆ ไปทิ้งบ่อยๆ อยู่ดีนะครับ เพราะว่า แม้ถังจะใหญ่ แต่ฟิลเตอร์มักจะมีฝุ่นไปอุดตันก่อนเพื่อน ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น

- ไส้กรองใช้แบบ Hepa--> ถือว่าใช้ไส้กรองคุณภาพที่ดีครับ คือมีความละเอียดกว่าไส้กรองทั่วๆ ไป พื้นห้องเราก็จะมีสัมผัสที่สะอาดขึ้น เพราะโอกาสที่ฝุ่นที่ขนาดเล็กมากๆๆๆ จะหลุดออกจาก Bin ก็น้อยลง

- Lidar 360 Mapping--> อันนี้ สำคัญที่สุดของที่สุด ตามที่กล่าวมาครับ จะซื้อโรบอทดูดฝุ่นสักเครื่อง เพิ่มงบอีกนิด ซื้อรุ่นที่มีระบบวางแผนการเดินด้วย Laser ครับ มันฉลาดมากกก

แกะกล่อง..
ผมหยิบอุปกรณ์ทุกอย่างในกล่อง ออกมาวางตามภาพครับ อุปกรณ์ที่มีมาให้
- ตัวโรบอทครับ  
- แท่นชาร์จ
- สายชาร์จกับไฟบ้าน (อันนี้ไปเสียบกับแท่นชาร์จครับ)
- แปรงปัดฝุ่น
- ถัง Mop สำหรับใส่น้ำถูบ้าน พร้อมผ้าถู
- แปรง 3 แฉก 2 อัน สำหรับติดใต้เครื่อง ปัดกวาดฝุ่นให้เข้าถังขยะ (ใช้งาน 1 อันนะครับ อีกอันเก็บเป็นสำรองไว้)
- และคู่มือ พร้อมใบรับประกันครับ


ตัวโรบอท+ถังขยะ+แปรงปัดฝุ่น
- สีดำ ดูสวยหรู ขนาดก็พอๆ กับโรบอทดูดฝุ่นอื่นๆ ในตลาด
- มีปุ่ม 3 ปุ่ม ที่สัมผัสนุ่มเนียนดี ซึ่ง เมื่อเรา connect กับมือถือแล้ว เราก็แทบไม่ได้ใช้เจ้า 3 ปุ่มนี้เลยครับ
- ถ้าใช้ก็ ปุ่มตรงกลาง เอาไว้กดเพื่อสั่งให้ดูดฝุ่นครับ กับปุ่มบ้าน ถ้าเรายกมันออกมา แล้วจะให้มันเดินกลับไปแท่นชาร์จเอง
- ฝาครอบด้านบนเนี่ย เราสามารถแกะมันออกมาได้ง่ายๆ นะครับ พอแกะมาแล้วเป็นแบบนี้
- เปิดฝามา เราจะเจอกับถังขยะครับ พร้อมข้อความเตือนว่า "แกอย่าเอาฟิลเตอร์ไปล้างน้ำเชียวนะ"
- ส่วนฝาก็เป็นแบบนี้ มันติดกันได้ด้วยแม่เหล็ก รูปนี้ผมพลิกอีกด้านถ่าย ซึ่งผมว่า ก็โอเคแหละที่เปิดฝาแบบนี้ แต่จริงๆ เปิดได้แค่ครึ่งฝา ไม่ต้องเปิดมาทั้งแผ่นก็ได้นะ มันสะดวกกว่าอะ
อันนี้เทียบกับ Roborock ที่เปิดแค่ครึ่งฝา ก็โอเคแล้วหน่า
- การหยิบถังขยะออกมา ก็คือหยิบหูหิ้วของถังขยะขึ้นมาแล้ว แล้วดึงขึ้นมาตรงๆ แบบนี้ ซึ่งก็สะดวกดีครับ มีหูหิ้วให้พร้อมเลย
- อันนี้เทียบกับ Roborock ซึ่งแล้วแต่คนชอบนะครับ แต่ผมก็แอบชอบของ Roborock อยู่ดี แค่บีบ 2 ด้านตามภาพครับ แล้วหยิบขึ้นมา
- แต่ของ Storm มีความละเอียดกว่าที่ ช่องที่รับฝุ่นเข้ามานั้น มีพลาสติกปิดไว้ด้วย (มันจะเปิดเวลามีลมตีเข้ามา) ต่างกับหลายๆ ยี่ห้อ รวมถึง Roborock ที่ช่องลมเข้าจะปล่อยโบ๋เอาไว้ เวลาหยิบถังขยะไปทิ้ง ก็ต้องระวังฝุ่นมันจะปลิวออกมาซักหน่อยครับ
- รายละเอียดอื่นๆ ที่ผมพบอีกก็คือ ถังขยะของ Storm เวลาเอาไปทิ้ง จะต้องแกะ Filter ออกมาทุกครั้ง ซึ่งเท่าที่ผมใช้มา ผมแกะมันไม่ค่อยออกเลย
- ส่วน Roborock จะแกะได้ 2 ด้าน คือ ถ้าไม่อยากแกะ Filter ก็แกะอีกด้านออกมา เทขยะทิ้ง หรือถ้าจะแกะ Filter ก็แกะออกมาง่ายกว่านะ มีตัวลอคชัดเจน
- อีกเรื่องคือ Storm มีแปรงปัดฝุ่นมาให้ด้วย แต่.. เอ่อ จะเก็บไว้ที่ไหนในบ้านดีน้าาา เสี่ยงต่อการหายมาก ซึ่ง.. ขอเทียบกับ Roborock อีกครั้ง ที่ Attach แป๊กแปรงไว้ข้างๆ ถังขยะได้เลย แจ่ม

ส่วนอันนี้ ด้านล่างของเครื่องครับ เหมือนโรบอทดูดฝุ่นทั่วไป
- ก็มีที่เสียบแปรง 3 แฉก 1 อัน สำหรับปัดเศษขยะให้เข้ามาอยู่ในวงโคจรของเครื่อง รุ่นนี้จะมีให้ใส่แค่ 1 ด้านนะครับ ซึ่งเพียงพอครับ เวลามันเดินเรียดกำแพง มันจะเอาด้านที่มีแปรง 3 แฉกนี้เข้าหาตลอด
- มีแปรงยาวๆ อันหลัก สีน้ำเงิน ที่พร้อมจะดูดทุกสิ่งเข้าไปในถังขยะ
- มีข้อดีอีกอันนึงคือครับ สมมติว่า ถ้าโรบอทมันไปดูดอะไรชิ้นใหญ่ๆ จนติดต้างที่แปรงดูดด้านล่างเนี่ย การถอดแปรงง่ายมากๆๆๆ ดีไซน์ดีมากๆ เลยอันนี้
- ตัวอย่างครับ มันเคยดูดถุงเท้า + กระดาษทิชชูเข้าไป ติดค้างแบบนี้ (แหม่ แรงดูดดั่งพายุจริงๆ)
- ตอนแกะ ก็ง่ายๆ เลยครับ แค่เอากรอบพลาสติกสีน้ำเงินออกมา โดยการสะกิดสลักที่ lock ไว้ซ้ายขวา แค่นั้นเอง!

แท่นชาร์จ + สายชาร์จ
- สายชาร์จยาว 110 ซม. ผมว่ามันน่าจะยาวกว่านี้นะ สัก 2 เมตรไปเลย เพราะด้านหลังมักจะมีที่ให้เก็บสายไฟอยู่ละ ถ้ายาวไป (แต่ก็ยังดีกว่าของ Roborock ที่ เอิ่ม.. ยาวแค่ 80 ซม.เองจ้า เป็นอุปสรรคมาก ถ้าเราไม่มีเต้าเสียบเตี้ยๆ)
- เนี่ย ดูที่ผมเสียบ Storm ใช้งานครับ ผมเสียบกับปลั๊กต่อที่อยู่บนตู้วางทีวีสูงประมาณ 70 ซม. ทำให้ผมวางแท่นชาร์จไม่ค่อยห่างจากตู้วางทีวีสักเท่าไหร่ (แต่การทำงานก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ)
- แล้วนี่ ด้านหลังแท่นชาร์จที่ซ่อนสายไฟได้ มันจะมีฝาปิดนะครับ และจะมีร่องเล็กๆ ไว้ให้สายไฟลอดออกมา ซึ่ง... น่าจะทำไว้ 2 ด้านนะครับ (Neato ทำ 2 ด้าน) ไม่งั้น จะเป็นแบบผมตามภาพด้านบนคือ สายไฟมันต้องอ้อมไปเสียบปลั๊กอีกฝั่ง

ถัง Mop + ผ้าถูพื้น
- จริงๆ ผมเองแทบไม่เคยใช้ฟังก์ชันถูพื้นกับโรบอทดูดฝุ่นยี่ห้อไหนเลยครับ
- แต่ครั้งนี้ก็เลยลองใช้ คือลองทั้ง Storm และ Roborock ด้วย
- สำหรับผมถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ดีนะครับ คือแม้เราจะดูดฝุ่นทุกวัน แต่พอเราลองเอา Mop พร้อมถังน้ำไปติดใต้เครื่อง และสั่งให้มันเดินแบบถูพื้นเนี่ย ผ้าที่ออกมา ยังมีความดำอยู่ไม่น้อย (แสดงว่า กวาดดูดอย่างเดียว มันไม่พอนะ)
- โปรแกรมถูพื้นนี่ เวลาวิ่งมันจะไม่ได้วิ่งฉิวเหมือนเวลาดูดนะครับ มันก็จะวิ่งถูขึ้นลงแยกซ้ายที แยกขวาที เหมือนจำลองเวลาเราใช้ไม้ถูพื้นถูเลย
- น้ำใน Mop ถังนึง ผมให้ถูพื้นขนาดประมาณ 35 ตร.ม. ก็ยังเหลือๆ อยู่นะครับ
- ส่วนของผ้าถูนั้น เราต้องใช้เฉพาะของรุ่น Storm นะครับ ซึ่งหาซื้อเพิ่มไม่ยาก และไม่น่าแพง
- อีกสิ่งที่ผมไม่กล้าลองคือการเอาถัง Mop ที่ใส่น้ำแล้ว ติดผ้าถูพื้นแล้ว ไปติดใต้เครื่องโรบอทตั้งแต่เช้า แล้วออกจากบ้านไป แล้วตั้งเวลาให้บ่ายสามโมงมันถูพื้นให้หน่อย เพราะ.. ดูมันยังเสี่ยงกับการที่น้ำซึมไหลออกมาระหว่างวันอยู่
- ส่วนของ Storm ก็ถือว่าดีไซน์การใช้งานได้สะดวกดีนะครับ คำว่าสะดวกของผมคือ เอาผ้าไปติดกับถังน้ำง่ายๆ และเราสามารถเอาถังน้ำไปใส่และถอดจากใต้เครื่องได้ง่ายมาก โดยไม่จำเป็นต้องหงายเครื่องมาเลยด้วยซ้ำ
- คือถ้าถอดเข้าถอดออกยาก ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงหยุดใช้ฟังก์ชันนี้แน่นอน

- เนี่ยครับ มีปุ่มให้บีบเข้ามากัน แล้วดึงออกมาโดยไม่ต้องหงายเครื่องเลย

เดี๋ยวมาต่อเรื่อง หลังจากที่ใช้งาน+เรื่องของ Application และสรุปข้อดีข้อเสียในวันพรุ่งนี้ครับ
ชื่อสินค้า:   Autobot Storm
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

    ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ได้รับสินค้ามาให้ใช้ฟรี แต่ให้ช่วยรีวิวตามจริงทางเวบพันทิพตอบแทน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่