เรื่องราวคล้ายๆ เลือดข้นคนจาง ที่ไม่ได้มีแต่ในบทละคร

จขกท. ได้มีโอกาสดูละคร เลือดข้นคนจาง หลังจากที่เห็นกระแสบนสื่อต่างๆ
ยอมรับว่าปรกติจะไม่ค่อยได้ดูละครไทย แต่เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก คนเขียนบทเล่ารายละเอียดในครอบครัวคนจีนได้อย่างละเอียด
ตัดจากละคร มาย้อนดูชีวิตจริง....ทำให้ได้คิดว่าเราเองก็มีลูกๆ และ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนจะอยากให้ลูกๆ เติบโตขึ้นมาแล้วทะเลาะกันเอง
แตกแยกกันเองเหมือนอย่างในละคร ...... อะไรเป็นเหตุที่ทำให้พี่น้องแตกแยกกัน
หลักๆที่เราเคยเห็น แทบจะเกือบทั้งหมด การแตกแยกของเหล่าพี่น้อง มักจะมาจากการปกครองครอบครัวของ พ่อแม่
ถ้าเมื่อใดที่ พ่อแม่ มีความลำเอียง รักคนใดคนหนึ่งมากกว่า มักจะเกิดการแตกแยกกันเองในระหว่าพี่ๆน้องๆ
ตัวอย่าง ของญาติห่างๆของเรา เป็นเรื่องจากเหตุการณ์จริงๆ นับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราดูจากละครแล้วรู้สึกว่ามันคล้ายชีวิตจริงมากๆ...
ครอบครัวคนจีน มีลูกชาย 3 คน ลูกสาว 2 คน
รุ่นคุณพ่อเป็นรุ่น บุกเบิก ขยันขวนขวาย ทำงาน ค้าขาย สารพัด จนกิจการเจริญรุ่งเรือง
พี่ชายคนโต ของครอบครัวนั้นก็ขยันทำมาหากิน แต่ไม่ค่อยเก่งในด้านบริหาร แต่งงาน ภรรยาก็เลี้ยงลูกอย่างเดียวไม่มีบทบาทอะไรมากนักในธุรกิจ
พี่ชายคนโตได้เรียนน้อยสุดเนื่องจากออกมาช่วยคุณพ่อทำงานตั้งแต่ยังหนุ่ม ส่วนพี่คนรอง และ น้องคนเล็กได้เรียนสูงๆ
พี่สาวคนโต แต่งงานออกไป ครอบครัวลุ่มๆดอนๆ แต่ทาง พ่อแม่ ถือว่าเป็นลูกสาว แต่งงานออกไปแล้ว ก็มีช่วยเหลือบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก
พี่ชายคนรอง แต่งงาน ภรรยายุให้แบ่งสมบัติ เช้า-เย็น วันดีคืนดีก็มาอาละวาดจะขอแบ่งสมบัติอย่างเดียว อยู่กงสี งานการไม่ทำอะไร
น้องสาวคนเล็ก เรียนจบ ป.ตรีก็ออกมาช่วยกิจการที่บ้าน เป็นคนเก่ง ถือเป็นมือขวาของคุณพ่อ ดูแลเรื่องการเงินและกิจการของครอบครัว
น้องชายคนเล็ก เรียนสูงสุดในบ้าน จบตปท. ป.เอก มีคำว่า ดร. นำหน้า กลับมาจาก ตปท.ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ชอบรูดการด์มีหนี้บัตรเครดิตนับ ล้านๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวก็มีคุณแม่มาเคลียร์หนี้ให้

มาถึงวันหนึ่ง คุณพ่อเสียชีวิตกระทันหันจากโรคหัวใจ ทางครอบครัวนี้ไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ จึงทิ้งการตัดสินใจในเรื่องกิจการทั้งหมดมาไว้ที่คุณแม่
คุณแม่ มีลูกรักที่สุด 2 คน คือ ลูกชายคนรอง และ ลูกชายคนเล็ก ส่วนลูกชายคนโตที่ดูแลกิจการมาตั้งแต่เริ่ม คุณแม่ไม่ปลื้มเพราะไม่ชอบลูกสะใภ้
อีกทั้งคนพี่ เป็นคนที่ซื่อ ไม่ค่อยเข้ามาใกล้ชิดคุณแม่ ส่วนลูกสาวคนโต คุณแม่ถือว่าแต่งงานออกไปแล้ว เหมือนไม่ใช่คนในครอบครัวแท้ๆ
ลูกสาวคนเล็ก แม้ไม่ได้แต่งงาน และ เป็นมือขวาของคุณพ่อ แต่คุณแม่ก็ไม่ค่อยห่วงเพราะคิดเสมอว่าถ้าแต่งงานออกไปก็ต้องไปเป็นคนนอกตระกูล

เมื่อถึงตอนแบ่งมรดก คุณแม่ตัดสินใจว่าจะยกทรัพย์สิน และ กิจการที่เหลือเกือบทั้งหมดให้ลูกชายคนเล็กเพราะหวังว่าจะอยู่บ้านกับลูกชายคนเล็ก
ส่วนลูกชายคนรองได้แบ่งสมบัติออกไปสมใจ ถ้าจำไม่ผิด ได้อาคาร บ้าน และเงินสดไปจำนวนหนึ่ง (หลักสิบล้าน)  
ลูกชายคนโตได้ในส่วนเท่าๆกับลูกคนรอง ลูกสาวคนโต ได้แบ่งไปราวๆ 4-5 ล้าน
ลูกสาวคนเล็กน่าสงสารมาก ไม่ได้มีส่วนในกิจการที่ร่วมสร้างมากับคุณพ่อ ยังดีที่คุณพ่อรักลูกสาวคนนี้มาก ระหว่างที่ช่วยทำกิจการ
คุณพ่อได้มีการแบ่งเงินสดไว้ให้ลูกสาวคนเล็กบ้าง เมื่อรวมกับ เงินที่คุณแม่แบ่งให้ในจำนวนเท่าๆกับพี่สาวคนโต จึงมากพอที่จะให้ลูกสาวคนเล็ก
ตัดสินใจเดินออกมาจากกงสีของที่บ้าน และออกไปตั้งตัวเริ่มต้นทำกิจการเป็นของตัวเอง
แม้กิจการจะไปได้สวยแต่ได้ยินมาว่าทุกวันนี้ ลูกสาวคนเล็ก แทบจะไม่ได้ติดต่อกับทางบ้าน หรือ คุณแม่เลย
เข้าใจว่าเขาคงขมขื่นใจที่แม่เหมือนจะทอดทิ้งเขา เพียงเพราะเขาเป็นลูกสาว ไม่ใช่ลูกชาย

หลังจากแบ่งมรดก ลูกชายคนโต ซึ่งเป็นคนซื่อๆอยู่แล้วก็ยังคงทำงานกับกงสีต่อไปไม่มีปัญหากับใคร
ส่วนพี่ชายคนรองโมโหมาก แม้จะแยกออกไปแล้วก็ยังทะเลาะกับน้องชายคนเล็กเรื่องยอดเงินแบ่งที่น้องได้ไปเกือบทั้งหมด
อีกทั้งกิจการทั้งหมดก็กลับไปตกอยู่ที่น้องชาย
คาดว่าพี่ชายคนรองก็ยังคงได้แรงยุจากพี่สะใภ้ วันดีคืนดีก็มาอาละวาดที่บ้านที เรื่องสมบัติต่อไป....
ที่พีคสุดคือน้องชายคนเล็กที่คุณแม่รักมากๆ หลังจากได้รับสมบัติก้อนโต น้องชายก็ออกรถใหม่ เที่ยวกลางคืนเกือบทุกวัน
กิจการก็ปล่อยให้พี่ชายคนโตทำไปแบบลุ่มๆดอนๆ อยู่มาวันหนึ่ง ก็พาสาวจากที่เจอกันในสถานเที่ยวกลางคืนกลับมาบ้านพร้อมหลานให้คุณแม่
ทุกวันนี้ น้องชายก็ยังอยู่กับคุณแม่ ส่วนหลานๆ ก็ให้คุณแม่ช่วยเลี้ยง ยังโชคดีที่เงินทองที่คุณพ่อได้ทำไว้ให้ ยังมีมากพอที่จะให้ใช้ได้สบายๆ
กิจการแม้ไม่ได้เติบโตขึ้น แต่ก็แข็งแรงพอที่จะอยู่รอดไปได้
แต่ถามว่า ถ้าได้แรงช่วยจากลูกสาวคนเล็ก และ พี่ชายคนโต กิจการน่าจะเติบโตได้มากกว่านี้หลายเท่า

เรื่องราวแม้ว่ามันไม่ได้จบหรือลงเอยเหมือนอย่างในหนัง  
แต่เราก็เชื่อว่า ถ้าหากคุณแม่ของครอบครัวนี้ บริหารครอบครัวได้ดีกว่านี้ ครอบครัวนี้น่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่นกว่านี้
ลูกสาวคนเล็กก็คงไม่ต้องมีบาดแผลในใจ ถ้ายังไม่ได้แต่งงานก็คงอาจจะได้อยู่ดูแลคุณแม่ในยามแก่เฒ่า
ส่วนลูกชายคนรองก็อาจจะยังคงต้องมีปัญหาต่อไป แต่ถ้าให้ทำเอกสารรับสภาพไปแล้วก็ไม่น่าจะกล้ามาเรียกร้องอะไรเพิ่มอีก  
ยังโชคดีที่ลูกชายคนโตของบ้านนี้ เป็นคนง่ายๆ ไม่งั้นอาจจะต้องมีปัญหามากกว่านี้ แต่เห็นๆแล้วก็สงสารลูกคนโตที่แม่รักและห่วงน้องมากกว่า

ดูละครแล้วก็กลับมาสะท้อนที่ตัวเราเองที่มีลูกสาว 2 คน เราพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ลูกๆรู้สึกว่าเราและภรรยารักใครมากกว่าอีกคน
เพราะเราไม่อยากให้พี่น้องโตมาท่ามกลางความอิจฉาซึ่งกันและกัน เราเชื่อว่าลูกๆจะรักกัน พ่อแม่ มีส่วนในการบริการความรู้สึกของลูกๆมากๆ
พยายามให้ครอบครัวได้กินข้าวพร้อมหน้ากันบ่อยๆ พยายามให้ลูกๆทุกคนรู้สึกว่าพ่อแม่ รักและห่วงเขาไม่น้อยไปกว่าพี่ๆน้องๆ
ถ้าเราทำได้แบบนั้น เชื่อว่าลูกๆโตขึ้น อย่างน้อยๆก็น่าจะมีความผูกพัน และ รักกันบ้างไม่มากก็น้อย .....

ปล.จขกท.นึกๆไปก็เขียนไปอาจจะอ่านแล้ว งงๆไปบ้าง ขออภัยล่วงหน้านะครับ ^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่