https://www.beartai.com/lifestyle/156414
https://www.bbc.com/thai/features-43224386
ทดลอง “โซนาร์มนุษย์” ในคนตาบอด พบใช้เสียงนำทางได้ผลเกินคาด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มมีผู้เผยแพร่เทคนิคช่วยเหลือคนตาบอด โดยสอนให้ใช้ลิ้นแตะเพดานปากทำเสียงคลิกแล้วรับฟังเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของสภาพแวดล้อมรอบตัวและเส้นทางที่กำลังเดินไป คล้ายกับการนำร่องของสัตว์บางชนิดเช่นค้างคาวหรือโลมา
บางคนเรียกเทคนิคนี้ว่า "โซนาร์มนุษย์" (Human Sonar) ซึ่งล่าสุดมีการทดลองโดยนักวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพของวิธีการดังกล่าว และพบว่าวิธีนำทางแบบนี้ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี โดยผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้และปรับใช้เทคนิควิธีนี้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของตนเองได้
นายแดเนียล คิช (Daniel Kish) ผู้พิการทางสายตาชาวอเมริกันซึ่งเชี่ยวชาญการใช้เทคนิคระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อน (Echolocation) ร่วมกับนักวิจัยด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดอรัมของสหราชอาณาจักรทดสอบประสิทธิภาพของเทคนิคนี้ โดยให้ผู้พิการทางสายตา 8 คนที่มีความชำนาญในเทคนิคดังกล่าวเข้าไปอยู่ในห้องเก็บเสียง แล้วใช้การทำเสียงคลิกในปากค้นหาตำแหน่งของแผ่นดิสก์ขนาด 17.5 เซนติเมตรในห้องดังกล่าว
มีลูกหนึ่งคนเท่ากับแม่แก่ลงอีก 11 ปี
คุณใช้เวลาเท่าไรกว่าจะหลับได้?
แพทย์อังกฤษใช้ยามะเร็งรักษาเด็กสาว "น้ำตาเป็นสายเลือด"
Image copyrightOTHER
คำบรรยายภาพ
นายแดเนียล คิช บอกว่าเทคนิคระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตา เสมือนการเปิดดวงตาให้กับพวกเขาอีกครั้ง
ผู้วิจัยจะเปลี่ยนตำแหน่งของแผ่นดิสก์ไปเรื่อย ๆ และไม่อนุญาตให้อาสาสมัครที่เข้ารับการทดสอบหันศีรษะไปทางอื่นนอกจากหันตรงไปด้านหน้า
ผลการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารราชสมาคมกรุงลอนดอนฉบับบี (Royal Society journal Proceedings B) ระบุว่า ผู้พิการทางสายตาสามารถหาตำแหน่งของวัตถุเป้าหมายได้สำเร็จ 100% หากวัตถุดังกล่าวอยู่ด้านหน้า แต่อัตราความสำเร็จจะลดลงมาเป็น 80% หากวัตถุเป้าหมายอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง และทำได้สำเร็จเพียง 50% หากวัตถุนั้นตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับผู้ค้นหาที่ด้านหลังโดยตรง
ดร.ลอร์ เธเลอร์ นักประสาทวิทยาผู้นำคณะวิจัยบอกว่า ผลการทดลองเป็นไปตามคุณสมบัติของคลื่นเสียง ซึ่งจะเดินทางออกไปและสะท้อนกลับมาได้ดีจากด้านหน้าของผู้เป็นแหล่งกำเนิดเสียง อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยยังพบว่าผู้พิการทางสายตาสามารถปรับใช้เทคนิคดังกล่าวให้ค้นหาวัตถุที่อยู่ในมุมอับของคลื่นเสียงได้ดี ด้วยการทำเสียงคลิกในปากให้ดังขึ้นหรือถี่ขึ้น โดยสามารถได้ยินแม้แต่เสียงสะท้อนที่เบาลงกว่าเสียงที่ออกไปตอนแรกถึง 95% ได้ หลายรายสามารถบอกได้แม้กระทั่งรูปร่างและชนิดของวัตถุที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
นายคิชบอกว่า "เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพดีมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่พิการทางสายตาโดยกำเนิด ซึ่งประสาทสัมผัสทางการได้ยินจะพัฒนาขึ้นมาทดแทนสายตาที่เสียไป อย่างไรก็ตาม เราสามารถสอนและฝึกฝนเทคนิคนี้ให้ผู้ที่สูญเสียการมองเห็นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เสมือนการเปิดดวงตาให้กับพวกเขาอีกครั้ง"
เป็นไปได้ไหมว่า ที่คนสูญเสียการมองเห็นเหล่านี้ สามารถมองเห็นเราได้ในรูปแบบ คลื่นโซนาร์ 3D
เมื่อความสามารถของ แดน เดวิล มีในชีวิตจริง
https://www.bbc.com/thai/features-43224386
ทดลอง “โซนาร์มนุษย์” ในคนตาบอด พบใช้เสียงนำทางได้ผลเกินคาด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มมีผู้เผยแพร่เทคนิคช่วยเหลือคนตาบอด โดยสอนให้ใช้ลิ้นแตะเพดานปากทำเสียงคลิกแล้วรับฟังเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของสภาพแวดล้อมรอบตัวและเส้นทางที่กำลังเดินไป คล้ายกับการนำร่องของสัตว์บางชนิดเช่นค้างคาวหรือโลมา
บางคนเรียกเทคนิคนี้ว่า "โซนาร์มนุษย์" (Human Sonar) ซึ่งล่าสุดมีการทดลองโดยนักวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพของวิธีการดังกล่าว และพบว่าวิธีนำทางแบบนี้ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี โดยผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้และปรับใช้เทคนิควิธีนี้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของตนเองได้
นายแดเนียล คิช (Daniel Kish) ผู้พิการทางสายตาชาวอเมริกันซึ่งเชี่ยวชาญการใช้เทคนิคระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อน (Echolocation) ร่วมกับนักวิจัยด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดอรัมของสหราชอาณาจักรทดสอบประสิทธิภาพของเทคนิคนี้ โดยให้ผู้พิการทางสายตา 8 คนที่มีความชำนาญในเทคนิคดังกล่าวเข้าไปอยู่ในห้องเก็บเสียง แล้วใช้การทำเสียงคลิกในปากค้นหาตำแหน่งของแผ่นดิสก์ขนาด 17.5 เซนติเมตรในห้องดังกล่าว
มีลูกหนึ่งคนเท่ากับแม่แก่ลงอีก 11 ปี
คุณใช้เวลาเท่าไรกว่าจะหลับได้?
แพทย์อังกฤษใช้ยามะเร็งรักษาเด็กสาว "น้ำตาเป็นสายเลือด"
Image copyrightOTHER
คำบรรยายภาพ
นายแดเนียล คิช บอกว่าเทคนิคระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตา เสมือนการเปิดดวงตาให้กับพวกเขาอีกครั้ง
ผู้วิจัยจะเปลี่ยนตำแหน่งของแผ่นดิสก์ไปเรื่อย ๆ และไม่อนุญาตให้อาสาสมัครที่เข้ารับการทดสอบหันศีรษะไปทางอื่นนอกจากหันตรงไปด้านหน้า
ผลการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารราชสมาคมกรุงลอนดอนฉบับบี (Royal Society journal Proceedings B) ระบุว่า ผู้พิการทางสายตาสามารถหาตำแหน่งของวัตถุเป้าหมายได้สำเร็จ 100% หากวัตถุดังกล่าวอยู่ด้านหน้า แต่อัตราความสำเร็จจะลดลงมาเป็น 80% หากวัตถุเป้าหมายอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง และทำได้สำเร็จเพียง 50% หากวัตถุนั้นตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับผู้ค้นหาที่ด้านหลังโดยตรง
ดร.ลอร์ เธเลอร์ นักประสาทวิทยาผู้นำคณะวิจัยบอกว่า ผลการทดลองเป็นไปตามคุณสมบัติของคลื่นเสียง ซึ่งจะเดินทางออกไปและสะท้อนกลับมาได้ดีจากด้านหน้าของผู้เป็นแหล่งกำเนิดเสียง อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยยังพบว่าผู้พิการทางสายตาสามารถปรับใช้เทคนิคดังกล่าวให้ค้นหาวัตถุที่อยู่ในมุมอับของคลื่นเสียงได้ดี ด้วยการทำเสียงคลิกในปากให้ดังขึ้นหรือถี่ขึ้น โดยสามารถได้ยินแม้แต่เสียงสะท้อนที่เบาลงกว่าเสียงที่ออกไปตอนแรกถึง 95% ได้ หลายรายสามารถบอกได้แม้กระทั่งรูปร่างและชนิดของวัตถุที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
นายคิชบอกว่า "เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพดีมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่พิการทางสายตาโดยกำเนิด ซึ่งประสาทสัมผัสทางการได้ยินจะพัฒนาขึ้นมาทดแทนสายตาที่เสียไป อย่างไรก็ตาม เราสามารถสอนและฝึกฝนเทคนิคนี้ให้ผู้ที่สูญเสียการมองเห็นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เสมือนการเปิดดวงตาให้กับพวกเขาอีกครั้ง"
เป็นไปได้ไหมว่า ที่คนสูญเสียการมองเห็นเหล่านี้ สามารถมองเห็นเราได้ในรูปแบบ คลื่นโซนาร์ 3D